วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557
พระคัมภีร์ที่ฉันรักตอนที่ 49
วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2014สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสือประกาศกเยเรมีย์ ( ยรม 20:7-9 ) ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงล่อลวงข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็ยอมให้ถูกล่อลวง พระองค์ทรงพลังเหนือข้าพเจ้า และทรงมีชัยชนะ ข้าพเจ้าเป็นที่น่าหัวเราะวันยังค่ำ ทุกคนเยาะเย้ยข้าพเจ้า ทุกครั้งที่พูด ข้าพเจ้าต้องร้องขอความช่วยเหลือ ตะโกนว่า “แย่แล้ว ตายแน่ๆ” เพราะพระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าต้องอับอายและถูกเยาะเย้ยอยู่ตลอดวัน แม้ข้าพเจ้าจะพูดว่า “ข้าพเจ้าจะไม่คิดถึงพระองค์ และจะไม่พูดในพระนามของพระองค์อีก” แต่ข้าพเจ้าก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีไฟเผาอยู่ในใจ อัดอยู่ในกระดูกของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าพยายามควบคุมไฟนี้ไว้จนอ่อนเปลี้ย แต่ก็ควบคุมไว้ไม่ไหว
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโรม ( รม 12:1-2 )
พี่น้อง เพราะเห็นแก่พระกรุณาธิคุณของพระเจ้า ข้าพเจ้าอ้อนวอนท่านทั้งหลายให้ถวายร่างกายของท่านเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่พอพระทัยแด่พระเจ้า นี่เป็นคารวกิจด้วยจิตใจของท่าน อย่าคล้อยตามความประพฤติของโลกนี้ แต่จงเปลี่ยนแปลงตนเองโดยการฟื้นฟูความคิดขึ้นใหม่ เพื่อจะได้รู้จักวินิจฉัยว่าสิ่งใดเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า สิ่งใดดี สิ่งใดเป็นที่พอพระทัยและสมบูรณ์พร้อม
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว ( มธ 16:21-27 )
ตั้งแต่นั้นมา พระเยซูเจ้าทรงเริ่มแจ้งแก่บรรดาศิษย์ว่า พระองค์จะต้องเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็มเพื่อรับการทรมานอย่างมากจากบรรดาผู้อาวุโส หัวหน้าสมณะและธรรมาจารย์ จะถูกประหารชีวิต แต่จะทรงกลับคืนพระชนมชีพในวันที่สาม
เปโตรนำพระองค์แยกออกไป ทูลทัดทานว่า “ขอเถิด พระเจ้าข้า เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นกับพระองค์อย่างแน่นอน” แต่พระองค์ทรงหันมาตรัสแก่เปโตรว่า “เจ้าซาตาน ถอยไปข้างหลังเรา เจ้าเป็นเครื่องกีดขวางเรา เจ้าไม่คิดอย่างพระเจ้า แต่คิดอย่างมนุษย์”
พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ถ้าผู้ใดอยากตามเรา ก็จงเลิกคิดถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนและติดตามเรา ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้น ก็จะสูญเสียชีวิตนิรันดร แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเรา ก็จะพบชีวิตนิรันดร มนุษย์จะได้ประโยชน์ใดในการที่ได้โลกทั้งโลกเป็นกำไร แต่ต้องเสียชีวิต มนุษย์จะต้องให้สิ่งใดเพื่อแลกกับชีวิตที่สูญเสียไปให้กลับคืนมา
บุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จกลับมาในพระสิริรุ่งโรจน์ของพระบิดาพร้อมกับบรรดาทูตสวรรค์ เมื่อนั้นพระองค์จะประทานรางวัลแก่ทุกคนตามความประพฤติของเขา
วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557
บทอ่านประจำวัน 06 สิงหาคม 57 พุธ ฉลองพระเยซูเจ้าทรงประจักษ์พระวรกาย
วันพุธที่ 6 สิงหาคม 2014ฉลองพระเยซูเจ้าทรงประจักษ์พระวรกายต่อหน้าอัครสาวก
บทอ่านจากหนังสือประกาศกดาเนียล ( ดนล 7:9-10,13-14 )
ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังมองดูอยู่นั้น ข้าพเจ้าเห็นบัลลังก์หลายองค์ถูกนำมาตั้งไว้ และผู้สูงด้วยวัยวุฒิท่านหนึ่งมานั่งบนบัลลังก์ สวมอาภรณ์ขาวอย่างหิมะ ผมบนศีรษะขาวเหมือนขนแกะ บัลลังก์ของเขาเหมือนเปลวเพลิง มีล้อเหมือนไฟลุกโพลง เบื้องหน้าเขามีธารไฟไหลออกมา ผู้รับใช้จำนวนมาก นับล้านนับโกฎิอสงไขย คอยเฝ้ารับใช้เขา การพิจารณาคดีเริ่มขึ้น และบรรดาหนังสือก็เปิดออก ข้าพเจ้า ยังเห็นนิมิตเวลากลางคืนต่อไป ข้าพเจ้าเห็นท่านผู้หนึ่งเหมือนบุตรแห่งมนุษย์ มาพร้อมกับหมู่ก้อนเมฆในท้องฟ้า เขามาพบผู้สูงด้วยวัยวุฒิ และมีผู้แนะนำเขาแก่ท่านผู้นั้น เขาได้รับมอบอำนาจปกครอง สิริรุ่งโรจน์ และอาณาจักร ประชาชนทุกชาติทุกภาษารับใช้เขา อำนาจปกครองของเขาเป็นอำนาจที่คงอยู่ตลอดไปไม่มีวันสิ้นสุด และอาณาจักรของเขาจะไม่มีวันถูกทำลายเลย
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปโตรอัครสาวก ฉบับที่สอง ( 2 ปต 1:16-19 )
เมื่อเราประกาศให้ท่านรู้ถึงพระฤทธานุภาพและการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรานั้น เรามิได้พูดตามนิยายงมงายที่สร้างขึ้น แต่เราประจักษ์ด้วยตาตนเองถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์ทรงรับพระเกียรติและพระสิริรุ่งโรจน์จากพระเจ้าพระบิดาเมื่อมีเสียง ตรัสจากพระสิริรุ่งโรจน์ที่ยิ่งใหญ่มาสู่พระองค์ว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา ซึ่งเราพอใจ” เราได้ยินเสียงนี้มาจากสวรรค์ขณะที่เราอยู่กับพระองค์บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เรา ยังมีถ้อยคำที่น่าเชื่อถือยิ่งกว่านั้นของบรรดาประกาศก และจะเป็นการดีถ้าท่านสนใจถ้อยคำเหล่านี้ รับถ้อยคำดังกล่าวเป็นเสมือนแสงประทีปส่องสว่างในที่มืด จนกว่าอรุณจะทอแสง และดาวประจำรุ่งจะปรากฏขึ้นในจิตใจของท่าน
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว ( มธ 17:1-9 )
ต่อมาอีกหกวัน พระเยซูเจ้าทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นน้องชายไปบนภูเขาสูงที่ปราศจากผู้คน แล้วพระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา พระพักตร์เปล่งรัศมีดุจดวงอาทิตย์ ฉลองพระองค์กลับมีสีขาวดุจแสงสว่าง โมเสสและประกาศกเอลียาห์สำแดงตนสนทนาอยู่กับพระองค์ เป โตรจึงทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริงๆ ถ้าพระองค์มีพระประสงค์ ข้าพเจ้าจะสร้างเพิงขึ้นสามหลัง หลังหนึ่งสำหรับพระองค์ หลังหนึ่งสำหรับโมเสส อีกหลังหนึ่งสำหรับเอลียาห์” ขณะที่เปโตรกำลังพูดอยู่นั้น มีเมฆสว่างจ้าก้อนหนึ่งปกคลุมพวกเขาไว้ เสียงหนึ่งดังจากเมฆนั้นว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เราพึงพอใจยิ่งนัก จงฟังท่านเถิด” เมื่อได้ยินดังนั้น ศิษย์ทั้งสามคนซบหน้าลงกับพื้นดิน มีความกลัวอย่างยิ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้ ทรงสัมผัสเขา ตรัสว่า “จงลุกขึ้นเถิด อย่ากลัวเลย” เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาไม่เห็นผู้ใด นอกจากพระเยซูเจ้าเท่านั้น ขณะ ที่กำลังลงจากภูเขา พระเยซูเจ้าทรงกำชับศิษย์ทั้งสามคนว่า “อย่าเล่านิมิตที่ได้เห็นนี้ให้ผู้ใดฟัง จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย”
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 06082014 เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์ชาิติชาย จารุวาที
(มก. 12:18 [THSV])
มีพวกสะดูสีบางคนมาเฝ้าพระองค์ พวกนี้สอนว่าการเป็นขึ้นจากตายนั้นไม่มี พวกเขาทูลถามพระองค์ว่า
(มก. 12:19 [THSV])
“ท่านอาจารย์ โมเสสเขียนสั่งพวกเราว่า ‘ถ้าชายคนใดตาย และภรรยายังอยู่ แต่ไม่มีบุตร ก็ให้น้องชายรับพี่สะใภ้เป็นภรรยา เพื่อมีบุตรสืบตระกูลให้พี่ชาย’
(มก. 12:20 [THSV])
มีพี่น้องผู้ชายอยู่เจ็ดคน พี่ชายคนแรกมีภรรยาแล้วตายโดยไม่มีบุตร
(มก. 12:21 [THSV])
น้องคนที่สองจึงรับหญิงนั้นมาเป็นภรรยา แล้วก็ตายโดยยังไม่มีบุตร และน้องคนที่สามก็รับไว้เหมือนกัน แต่ก็ตายโดยไม่มีบุตร
(มก. 12:22 [THSV])
ไม่มีพี่น้องสักคนในเจ็ดคนนี้ที่มีบุตร ในที่สุดหญิงคนนั้นก็ตายด้วย
(มก. 12:23 [THSV])
เพราะฉะนั้นในวันที่เป็นขึ้นจากตาย หญิงคนนั้นจะเป็นภรรยาของใคร? เพราะนางเป็นภรรยาของชายทั้งเจ็ดแล้ว”
(มก. 12:24 [THSV])
พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “นี่ไม่ใช่หรือที่แสดงให้เห็นว่าพวกท่านผิดแล้ว? เพราะท่านทั้งหลายไม่รู้พระคัมภีร์หรือฤทธิ์เดชของพระเจ้า
(มก. 12:25 [THSV])
ตอนที่มนุษย์เป็นขึ้นจากตายนั้น จะไม่มีการสมรสหรือยกให้เป็นสามีภรรยากัน แต่จะเป็นเหมือนทูตในฟ้าสวรรค์
(มก. 12:26 [THSV])
ส่วนเรื่องคนที่ตายและถูกทำให้เป็นขึ้นอีกนั้น ท่านทั้งหลายไม่เคยอ่านคัมภีร์ของโมเสสเรื่องพุ่มไม้หรือ? ที่พระเจ้าตรัสไว้กับโมเสสว่า ‘เราเป็นพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ’
(มก. 12:27 [THSV])
พระองค์ไม่ได้เป็นพระเจ้าของคนตาย แต่เป็นพระเจ้าของคนเป็น ท่านทั้งหลายเข้าใจผิดมากทีเดียว”
วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 05082014 เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์ชาติชาย จารุวาที
(มก. 12:13 [THSV])
พวกเขาใช้บางคนในพวกฟาริสีและพวกเฮโรดไปเฝ้าพระองค์เพื่อจะคอยจับผิดถ้อยคำของพระองค์
(มก. 12:14 [THSV])
เมื่อพวกเขามาถึงแล้ว จึงทูลพระองค์ว่า “ท่านอาจารย์ เราทราบว่าท่านเป็นคนซื่อสัตย์และไม่ชอบเอาใจใคร และท่านไม่เห็นแก่หน้าใครเลย แต่สั่งสอนทางของพระเจ้าตามความจริง การส่งส่วยให้ซีซาร์นั้นสมควรหรือไม่?
(มก. 12:15 [THSV])
เราควรจะส่งหรือไม่ส่งดี?” แต่พระองค์ทรงทราบอุบายของพวกเขาจึงตรัสว่า “ท่านทั้งหลายมาจับผิดเราทำไม? จงเอาเดนาริอันเหรียญหนึ่งมาให้เราดู”
(มก. 12:16 [THSV])
พวกเขาก็เอามาให้ พระองค์จึงตรัสถามว่า “รูปและคำจารึกนี้เป็นของใคร?” พวกเขาทูลตอบพระองค์ว่า “ของซีซาร์”
(มก. 12:17 [THSV])
พระเยซูจึงตรัสกับพวกเขาว่า “ของของซีซาร์จงถวายแด่ซีซาร์ และของของพระเจ้าจงถวายแด่พระเจ้า” พวกเขาก็ประหลาดใจในพระองค์อย่างยิ่ง
บทอ่านประจำวัน 05 สิงหาคม 57 อังคาร วันถวายพระวิหารแม่พระแห่งหิมะ
วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2014วันถวายพระวิหารแม่พระแห่งหิมะ
บทอ่านจากหนังสือประกาศกเยเรมีย์ ( ยรม 30:1-2,12-15,18-22 ) องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับเยเรมีย์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าแห่งอิสราเอล ตรัสดังนี้ จงเขียนถ้อยคำทุกคำที่เราได้บอกท่านไว้ในหนังสือเพื่อจะอ่านในภายหลัง องค์ พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ บาดแผลของท่านรักษาไม่หาย รอยฟกช้ำของท่านก็สาหัส ไม่มีผู้ใดช่วยแก้คดีของท่าน ไม่มียารักษาบาดแผลของท่าน ท่านจะไม่มีวันหายเจ็บ คนรักทุกคนของท่านได้ลืมท่าน เขาไม่แสวงหาท่านอีกแล้ว เพราะเราเฆี่ยนตีท่านเหมือนศัตรูโบยตี เป็นการลงโทษอย่างที่คนโหดร้ายทำ เพราะความผิดของท่านใหญ่หลวง บาปของท่านมากมาย
ทำไมท่านจึงร้องเพราะบาดแผล รอยฟกช้ำของท่านรักษาไม่ได้ เพราะความชั่วร้ายของท่านใหญ่หลวง บาปของท่านมากมาย เราได้ทำสิ่งเหล่านี้แก่ท่าน องค์ พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ดูซิ เราจะตั้งกระโจมของยาโคบให้กลับดีเหมือนเดิม เราจะสงสารที่อาศัยของเขา เมืองจะถูกสร้างขึ้นอีกบนกองซากปรักหักพัง พระราชวังจะถูกตั้งขึ้นอีกในที่เดิม เพลงขอบพระคุณและเสียงของผู้ฉลองยินดีจะออกมาจากที่เหล่านั้น เราจะทวีจำนวนของเขา เขาจะไม่ลดจำนวนลง เราจะให้เกียรติเขา เขาจะไม่ถูกเหยียดหยาม ลูกหลานของเขาจะเป็นเหมือนเดิม ชุมชนของเขาจะมั่นคงอยู่ต่อหน้าเรา เราจะลงโทษทุกคนที่เบียดเบียนเขา เจ้านายจะเป็นคนหนึ่งจากหมู่ของเขา ผู้ปกครองจะมาจากหมู่ของเขา เราจะทำให้ผู้นั้นเข้ามาใกล้ และเขาจะเข้ามาใกล้เรา เพราะผู้ใดจะกล้าเสี่ยงชีวิตเข้ามาใกล้เรา องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส ท่านทั้งหลายจะเป็นประชากรของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของท่าน
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว ( มธ 15:1-2,10-14 )
เวลานั้น ชาวฟาริสีและธรรมาจารย์จากกรุงเยรูซาเล็มมาเฝ้าพระเยซูเจ้า ทูลถามว่า “ทำไมศิษย์ของท่านละเลยขนบธรรมเนียมของบรรพบุรุษ เขาไม่ล้างมือเมื่อกินอาหาร” พระเยซูเจ้าทรงเรียกประชาชนเข้ามา ตรัสว่า “จงฟังและเข้าใจเถิด สิ่งที่เข้าไปทางปากไม่ทำให้มนุษย์มีมลทิน แต่สิ่งที่ออกมาจากปากนั่นแหละทำให้มนุษย์มีมลทิน” บรรดาศิษย์จึงเข้ามาทูลถามพระองค์ว่า “พระองค์ทรงทราบหรือไม่ว่าพวกฟาริสีไม่พอใจเมื่อได้ยินคำนี้” พระองค์ทรงตอบว่า “ต้นไม้ทุกต้นที่พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์มิได้ทรงปลูกไว้ จะถูกถอนทิ้งเสีย ปล่อยเขาเถิด เขาเป็นคนตาบอดที่นำทางคนตาบอดด้วยกัน ถ้าคนตาบอดนำทางคนตาบอด ทั้งสองคนก็จะตกลงไปในคู”
วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 04082014 เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์ชาติชาย จารุวาที
(มก. 12:1 [THSV])
พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาเป็นอุปมาว่า “มีชายคนหนึ่งทำสวนองุ่น แล้วก็ล้อมรั้วไว้รอบ เขาสกัดบ่อเก็บน้ำองุ่น และสร้างหอเฝ้า ให้พวกชาวสวนเช่า แล้วก็ไปต่างประเทศ
(มก. 12:2 [THSV])
เมื่อถึงฤดูผลองุ่น เขาจึงใช้ทาสคนหนึ่งไปหาคนเช่าสวนเหล่านั้นเพื่อจะขอรับส่วนแบ่งผลองุ่นจากสวนของเขา
(มก. 12:3 [THSV])
แต่คนเหล่านั้นจับทาสคนนั้นมาเฆี่ยนตีแล้วไล่ให้กลับไปมือเปล่า
(มก. 12:4 [THSV])
เจ้าของสวนจึงใช้ทาสอีกคนหนึ่งไปหาพวกคนเช่าสวนอีก คนเช่าสวนเหล่านั้นก็ทำจนทาสคนนั้นศีรษะแตกและทำให้เขาอับอาย
(มก. 12:5 [THSV])
ต่อมาเจ้าของใช้ทาสอีกคนหนึ่งไป แต่พวกเขาก็ฆ่าทาสคนนั้น และเป็นเช่นนี้กับทาสอีกหลายคน พวกเขาเฆี่ยนตีบางคน ฆ่าบางคน
(มก. 12:6 [THSV])
เจ้าของสวนนั้นยังมีอีกคนหนึ่งเหลืออยู่ เป็นบุตรชายที่รักมาก เขาใช้บุตรชายคนนั้นไปเป็นครั้งสุดท้าย พูดว่า ‘พวกเขาคงจะเคารพบุตรชายของเรา’
(มก. 12:7 [THSV])
แต่พวกคนเช่าสวนพูดกันว่า ‘คนนี้แหละเป็นทายาท ฆ่าเสียเลย มรดกจะได้ตกเป็นของพวกเรา’
(มก. 12:8 [THSV])
พวกเขาจึงจับบุตรชายไปฆ่า และเอาศพทิ้งไว้นอกสวน
(มก. 12:9 [THSV])
เจ้าของสวนนั้นจะทำอย่างไร? ท่านก็จะมาทำลายคนเช่าสวนเหล่านั้น แล้วเอาสวนองุ่นให้คนอื่นเช่า
(มก. 12:10 [THSV])
ท่านทั้งหลายไม่ได้อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้หรือที่ว่า ‘ศิลาที่พวกช่างก่อสร้างทิ้งแล้ว กลับกลายเป็นศิลามุมเอก
(มก. 12:11 [THSV])
สิ่งนี้เป็นมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นสิ่งอัศจรรย์ประจักษ์แก่ตาของเรา’ ”
(มก. 12:12 [THSV])
พวกเขาอยากจะจับพระองค์แต่กลัวฝูงชน เพราะพวกเขารู้ว่าพระองค์ตรัสอุปมานี้กระทบพวกเขา แล้วพวกเขาก็จากพระองค์ไป
บทอ่านประจำวัน 04 สิงหาคม 57 จันทร์ ระลึกถึง น ยอห์น มารีย์ เวียนเนย์
วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2014ระลึกถึง น.ยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ พระสงฆ์
บทอ่านจากหนังสือประกาศกเยเรมีย์ ( ยรม 28:1-17 ) ปีเดียวกันนั้น เมื่อเริ่มรัชกาลของกษัตริย์เศเดคียาห์แห่งยูดาห์ ในเดือนที่ห้า ปีที่สี่ ประกาศกฮานันยาห์ บุตรของอัสซูร์จากเมืองกิเบโอน พูดกับข้าพเจ้าในพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้าต่อหน้าบรรดาสมณะและประชากร ทั้งปวงว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าจอมจักรวาล พระเจ้าแห่งอิสราเอล ตรัสดังนี้ ‘เราได้หักแอกของกษัตริย์แห่งบาบิโลนแล้ว ภายในสองปี เราจะนำเครื่องใช้ทั้งหมดของพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนริบจากที่นี่ขนไปยังกรุงบาบิโลน กลับมาที่นี่อีก เราจะนำเยโคนิยาห์ พระโอรสของกษัตริย์เยโฮยาคิมแห่งยูดาห์ และบรรดาผู้ถูกกวาดต้อนจากยูดาห์ไปยังกรุงบาบิโลนกลับมา องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส เพราะเราจะหักแอกของกษัตริย์แห่งบาบิโลน’”
ประกาศกเยเรมีย์จึงตอบประกาศกฮานันยาห์ ต่อหน้าบรรดาสมณะและประชากรทั้งปวงซึ่งอยู่ในพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า ประกาศกเยเรมีย์พูดว่า “สาธุ ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำเช่นนี้เถิด ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำให้ถ้อยคำที่ท่านได้ประกาศนั้นเป็นจริง ทรงนำเครื่องใช้ทั้งหมดของพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า และผู้ถูกกวาดต้อนทุกคนกลับจากกรุงบาบิโลนมายังสถานที่นี้เถิด แต่จงฟังถ้อยคำนี้ซึ่งข้าพเจ้ากำลังจะพูดให้ท่านและประชากรทั้งปวงได้ยิน บรรดาประกาศกซึ่งอยู่ก่อนข้าพเจ้าและก่อนท่านนานมาแล้ว ได้ประกาศพระวาจาเรื่องสงคราม การขาดแคลนอาหารและโรคระบาด ว่าจะเกิดขึ้นแก่หลายแผ่นดินและอาณาจักรยิ่งใหญ่ ส่วนประกาศกผู้ประกาศว่าจะมีสันติภาพ ถ้าถ้อยคำของประกาศกผู้นั้นเป็นความจริง ก็จะรู้กันว่าเขาเป็นประกาศกที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงส่งมาอย่างแท้จริง” ประกาศกฮานันยาห์จึงกระชากแอกออกจากบ่าของประกาศกเยเรมีย์และหักแอกนั้น แล้วฮานันยาห์ก็พูดต่อหน้าประชากรทั้งปวงว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ เราจะหักแอกของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนออกจากบ่าของชนชาติทั้ง หลายเช่นนี้ภายในสองปี” เมื่อได้ยินดังนี้ ประกาศกเยเรมีย์ก็เดินจากไป เมื่อประกาศกฮานันยาห์ได้หักแอกจากบ่าของประกาศกเยเรมีย์แล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับประกาศกเยเรมีย์ว่า “จงไปบอกฮานันยาห์ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ‘ท่านได้หักแอกไม้ แต่เราจะทำแอกเหล็กมาวางไว้แทน เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าจอมจักรวาล พระเจ้าแห่งอิสราเอล ตรัสดังนี้ เราได้วางแอกเหล็กไว้บนบ่าของชนชาติทั้งหมดนี้ให้เป็นทาสรับใช้กษัตริย์เนบู คัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน เขาทั้งหลายจะรับใช้พระองค์ เรายังได้มอบสัตว์ป่าต่างๆแก่พระองค์ด้วย’” ประกาศกเยเรมีย์พูดกับประกาศกฮานันยาห์ว่า “ฮานันยาห์เอ๋ย จงฟังเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงส่งท่านมา แต่ท่านได้ทำให้ประชากรนี้วางใจในการมุสา ดังนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสดังนี้ว่า ‘ดูซิ เรากำลังจะส่งท่านออกไปจากพื้นแผ่นดิน ในปีนี้เอง ท่านจะต้องตาย เพราะท่านได้ชักชวนประชากรให้เป็นกบฏต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า’” ในปีนั้น เดือนที่เจ็ด ประกาศกฮานันยาห์ก็ตาย
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว ( มธ 14:22-36 )
ทันทีหลังจากนั้น พระเยซูเจ้าทรงสั่งให้บรรดาศิษย์ลงเรือข้ามทะเลสาบล่วงหน้าพระองค์ไปในขณะ ที่พระองค์ทรงจัดให้ประชาชนกลับ เมื่อทรงลาประชาชนแล้ว พระองค์ก็เสด็จขึ้นไปบนภูเขาเพื่อทรงอธิษฐานภาวนาตามลำพัง ครั้นเวลาค่ำ พระองค์ทรงอยู่ที่นั่นเพียงพระองค์เดียว ส่วนเรืออยู่ห่างจากฝั่งหลายร้อยเมตร กำลังแล่นโต้คลื่นอย่างหนักเพราะทวนลม เมื่อถึงยามที่สี่ พระองค์ทรงดำเนินบนทะเลไปหาบรรดาศิษย์ เมื่อบรรดาศิษย์เห็นพระองค์ทรงดำเนินอยู่บนทะเลดังนั้น ต่างตกใจมากกล่าวว่า “ผีมา” และส่งเสียงอื้ออึงด้วยความกลัว ทันใดนั้นพระเยซูเจ้าตรัสแก่เขาว่า “ทำใจ ให้ดี เราเอง อย่ากลัวเลย” เปโตรทูลตอบว่า “พระเจ้าข้า ถ้าเป็นพระองค์ ก็จงสั่งให้ข้าพเจ้าเดินบนน้ำไปหาพระองค์เถิด” พระองค์ตรัสว่า “มาเถิด” เปโตรจึงลงจากเรือ เดินบนน้ำไปหาพระเยซูเจ้า แต่เมื่อเห็นว่าลมแรง เขาก็กลัวและเริ่มจมลง แล้วร้องว่า “พระเจ้าข้า ช่วยข้าพเจ้าด้วย” ทันใดนั้นพระเยซูเจ้าทรงยื่นพระหัตถ์จับเขา ตรัสว่า “ท่านช่างมีความเชื่อน้อยจริง สงสัยทำไมเล่า” เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นมาประทับในเรือพร้อมกับเปโตรแล้ว ลมก็สงบ คนที่อยู่ในเรือจึงเข้ามากราบนมัสการพระองค์ ทูลว่า “พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้าอย่างแท้จริง” พระ เยซูเจ้าทรงข้ามฟากพร้อมกับบรรดาศิษย์มาขึ้นฝั่งที่เมืองเยนเนซาเรท ผู้คนที่นั่นจำพระองค์ได้ จึงส่งข่าวต่อๆ กันไปทั่วบริเวณนั้น เขานำผู้เจ็บป่วยทุกคนมาเฝ้าพระองค์ ทูลขอสัมผัสเพียงฉลองพระองค์เท่านั้น และทุกคนที่สัมผัสแล้ว ก็หายจากโรค
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 03082014 เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์ปดิพัทธ์ สันติภาดา
มก. 11:20 เมื่อถึงเวลาเช้า ขณะพระองค์กับพวกสาวกเดินผ่านที่นั่น ก็เห็นมะเดื่อต้นนั้นเหี่ยวแห้งไปจนถึงราก
มก. 11:21 เปโตรจำได้จึงทูลพระองค์ว่า “พระอาจารย์ ดูต้นมะเดื่อที่พระองค์ทรงสาปไว้นั้นสิ มันเหี่ยวแห้งไปแล้ว”
มก. 11:22 พระเยซูจึงตรัสตอบพวกสาวกว่า “จงมีความเชื่อในพระเจ้า
มก. 11:23 เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า ถ้าใครสั่งภูเขานี้ว่า ‘จงลอยลงทะเลไป’ และใจไม่สงสัย แต่เชื่อว่าจะเป็นไปตามที่สั่งนั้น ก็จะเป็นไปตามนั้นจริงๆ
มก. 11:24 เพราะเหตุนี้ เราบอกท่านทั้งหลายว่า เมื่อพวกท่านอธิษฐานขอสิ่งใด จงเชื่อว่าได้รับ แล้วพวกท่านจะได้รับสิ่งนั้น
มก. 11:25 และเมื่อพวกท่านยืนอธิษฐานอยู่ ถ้าพวกท่านมีเรื่องกับใคร จงยกโทษให้คนนั้น เพื่อว่าพระบิดาของพวกท่านผู้สถิตในสวรรค์ จะทรงยกโทษความผิดของพวกท่านด้วย”
มก. 11:26
มก. 11:27 พระองค์กับพวกสาวกมายังกรุงเยรูซาเล็มอีก ขณะพระองค์ทรงดำเนินอยู่ในบริเวณพระวิหาร พวกหัวหน้าปุโรหิต พวกธรรมาจารย์ และพวกผู้ใหญ่มาเฝ้าพระองค์
มก. 11:28 ทูลพระองค์ว่า “ท่านมีสิทธิอำนาจอะไรถึงได้ทำสิ่งเหล่านี้ ใครให้สิทธิอำนาจกับท่าน?”
มก. 11:29 พระเยซูจึงตรัสตอบพวกเขาว่า “เราจะถามท่านทั้งหลายสักข้อหนึ่งเหมือนกัน จงตอบเรา แล้วเราจะบอกพวกท่านว่าเรามีสิทธิอำนาจอะไรถึงได้ทำสิ่งเหล่านี้
มก. 11:30 คือบัพติศมาของยอห์นนั้นมาจากสวรรค์หรือมาจากมนุษย์? จงตอบเราเถิด”
มก. 11:31 พวกเขาจึงปรึกษากันว่า “ถ้าพวกเราว่า ‘มาจากสวรรค์’ เขาจะถามว่า ‘ทำไมถึงไม่เชื่อยอห์น?’
มก. 11:32 แต่ถ้าพวกเราว่า ‘มาจากมนุษย์’ อะไรจะเกิดขึ้น?” พวกเขาก็กลัวฝูงชน เพราะทุกคนถือว่ายอห์นเป็นผู้เผยพระวจนะจริงๆ
มก. 11:33 พวกเขาจึงทูลตอบพระเยซูว่า “พวกเราไม่ทราบ” พระเยซูจึงตรัสกับพวกเขาว่า “เราก็จะไม่บอกท่านทั้งหลายเหมือนกันว่าเรามีสิทธิอำนาจอะไรถึงได้ทำสิ่งเหล่านี้”
บทอ่านประจำวัน 03 สิงหาคม 57 อาทิตย์
วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2014
สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสือประกาศกอิสยาห์ ( อสย 55:1-3 )
พระเจ้าตรัสว่า “ท่านทั้งหลายที่กระหาย จงมาดื่มน้ำ แม้ผู้ไม่มีเงิน จงมาเถิด จงมาซื้อและกิน แม้ไม่มีเงิน จงมาซื้อเหล้าองุ่นและน้ำนม โดยไม่ต้องเสียเงิน ทำไมท่านต้องเสียเงินสำหรับสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร และใช้ค่าจ้างแรงงานเพื่อซื้อสิ่งที่ไม่ทำให้อิ่ม จงตั้งใจฟังเรา แล้วท่านจะได้กินสิ่งดี จะลิ้มอาหารรสอร่อย จงเงี่ยหูมาหาเราเถิด จงฟัง แล้วท่านจะมีชีวิต เราจะทำพันธสัญญานิรันดรกับท่าน ทำให้ความรักมั่นคงที่เราได้สัญญาไว้แก่ดาวิดเป็นความจริง”
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโรม ( รม 8:35,37-39 )
พี่น้อง ใครจะพรากเราจากความรักของพระคริสตเจ้าได้ ความทุกข์ลำเค็ญหรือ ความคับแค้นใจหรือ การเบียดเบียนข่มเหงหรือ การขาดอาหารและเครื่องนุ่งห่มหรือ ภยันตรายและคมดาบหรือ
แต่ในการทดลองทั้งหมดนี้ เราชนะได้ง่ายอาศัยพระผู้ทรงรักเรา เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าความตายหรือชีวิต ไม่ว่าทูตสวรรค์หรือผู้มีอำนาจปกครอง ไม่ว่าปัจจุบันหรืออนาคต ไม่ว่าฤทธิ์อำนาจใดหรือความสูง ความลึก ไม่มีสรรพสิ่งใดๆ จะพรากเราได้จากความรักของพระเจ้า ซึ่งปรากฏในพระคริสตเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว ( มธ 14:13-21 )
เวลานั้น เมื่อพระเยซูเจ้าทรงทราบข่าวความตายของยอห์นบัป ได้เสด็จออกจากที่นั่น ลงเรือไปยังที่สงัดตามลำพัง เมื่อประชาชนรู้ต่างก็เดินเท้าจากเมืองต่างๆ มาเฝ้าพระองค์ เมื่อเสด็จขึ้นจากเรือ ทรงเห็นประชาชนมากมายก็ทรงสงสาร และทรงรักษาผู้เจ็บป่วยให้หายจากโรค
เมื่อถึงเวลาเย็น บรรดาศิษย์เข้ามาทูลพระองค์ว่า “สถานที่นี้เป็นที่เปลี่ยว และเป็นเวลาเย็นมากแล้ว ขอพระองค์ทรงอนุญาตให้ประชาชนไปตามหมู่บ้านเพื่อซื้ออาหารเถิด” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เขาไม่จำเป็นต้องไปจากที่นี่ ท่านทั้งหลายจงหาอาหารให้เขากินเถิด” เขาทูลตอบว่า “ที่นี่เรามีขนมปังเพียงห้าก้อนกับปลาสองตัวเท่านั้น” พระองค์จึงตรัสว่า “เอามาให้เราที่นี่เถิด” พระองค์ทรงสั่งให้ประชาชนนั่งลงบนพื้นหญ้า ทรงรับขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวขึ้นมา ทรงแหงนพระพักตร์ขึ้นมองท้องฟ้า ทรงกล่าวถวายพระพร ทรงบิขนมปังส่งให้บรรดาศิษย์ไปแจกแก่ประชาชน ทุกคนได้กินจนอิ่ม แล้วยังเก็บเศษที่เหลือได้ถึงสิบสองกระบุง จำนวนคนที่กินมีผู้ชายประมาณห้าพันคน ไม่นับผู้หญิงและเด็ก
วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 02082014 เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์ปดิพัทธ์ สันติภาดา
มก. 11:11 แล้วพระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มและเข้าไปในบริเวณพระวิหาร เมื่อทอดพระเนตรทุกสิ่งจนทั่วแล้ว เวลาก็จวนค่ำ จึงเสด็จออกไปยังหมู่บ้านเบธานีกับสาวกสิบสองคนนั้น
มก. 11:12 รุ่งขึ้น เมื่อพระองค์กับพวกสาวกออกมาจากหมู่บ้านเบธานีแล้ว พระองค์ก็ทรงหิว
มก. 11:13 พอทอดพระเนตรเห็นต้นมะเดื่อมีใบต้นหนึ่งแต่ไกล จึงเสด็จเข้าไปดูว่าจะมีผลหรือไม่ เมื่อมาถึงต้นนั้นแล้ว ไม่เห็นมีผล มีแต่ใบเท่านั้น เพราะยังไม่ถึงฤดูผลมะเดื่อ
มก. 11:14 พระองค์จึงตรัสแก่ต้นนั้นว่า “ตั้งแต่นี้ไปจะไม่มีใครได้กินผลจากเจ้าอีก” เหล่าสาวกก็ได้ยินถ้อยคำที่พระองค์ตรัสนั้น
มก. 11:15 เมื่อมาถึงกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์เสด็จเข้าไปในบริเวณพระวิหาร แล้วลงมือขับไล่บรรดาคนซื้อขายในบริเวณพระวิหารนั้น ทรงคว่ำโต๊ะของคนรับแลกเงินและคว่ำม้านั่งของคนขายนกพิราบ
มก. 11:16 ทรงห้ามใครขนสิ่งใดๆ เดินลัดบริเวณพระวิหาร
มก. 11:17 พระองค์ตรัสสอนว่า “มีพระวจนะเขียนไว้ไม่ใช่หรือว่า ‘นิเวศของเราจะได้ชื่อว่านิเวศอธิษฐานสำหรับประชาชาติทั้งหลาย’ แต่ท่านทั้งหลายได้ทำให้เป็นถ้ำของพวกโจร”
มก. 11:18 เมื่อพวกหัวหน้าปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์ทราบเรื่องนี้ จึงหาทางที่จะฆ่าพระองค์ เพราะพวกเขากลัวพระองค์ เนื่องจากฝูงชนทั้งหมดประหลาดใจในคำสั่งสอนของพระองค์
มก. 11:19 พอถึงเวลาเย็น พระองค์และสาวกก็ออกไปจากกรุง
วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557
บทอ่านประจำวัน 02 สิงหาคม 57 เสาร์
วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2014
น.เอวเซบิโอ แวร์แชลลี พระสังฆราช
บทอ่านจากหนังสือประกาศกเยเรมีย์ ( ยรม 26:11-16,24)
บรรดาสมณะและประกาศกจึงพูดกับเจ้านายและประชากรทุกคนว่า “ชายคนนี้ควรถูกประหารชีวิต เพราะเขาประกาศพระวาจากล่าวโทษเมืองนี้ ดังที่ท่านทั้งหลายได้ยินกับหูแล้ว” ประกาศกเยเรมีย์จึงตอบเจ้านายทุกคนและประชากรทั้งปวงว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงส่งข้าพเจ้ามาประกาศพระวาจากล่าวโทษพระวิหารและเมือง นี้ตามถ้อยคำทุกคำที่ท่านได้ยิน ดังนั้น บัดนี้ท่านทั้งหลายจงปรับปรุงความประพฤติและการกระทำของท่าน จงฟังพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่าน และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงเปลี่ยนพระทัยไม่ลงโทษท่านดังที่เคยตรัสไว้ ส่วนข้าพเจ้า ท่านก็เห็นแล้วว่าข้าพเจ้าอยู่ในมือของท่าน
ท่านจงทำกับข้าพเจ้าตามที่ท่านเห็นดีเห็นชอบเถิด แต่จงรู้ไว้เถิดว่าถ้าท่านประหารชีวิตข้าพเจ้า ท่าน เมืองนี้ และชาวเมืองนี้ทุกคนจะต้องรับผิดชอบต่อโลหิตของผู้บริสุทธิ์ เพราะโดยแท้จริงแล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงส่งข้าพเจ้ามาพูดถ้อยคำเหล่านี้ทั้งหมดให้ท่านฟัง” บรรดาเจ้านายและประชากรทุกคนจึงพูดกับบรรดาสมณะและประกาศกว่า “ชายผู้นี้ไม่ควรถูกตัดสินประหารชีวิต เพราะเขาได้พูดกับเราในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเรา” แต่ประกาศกเยเรมีย์ได้รับการปกป้องจากอาหิคัม บุตรของชาฟาน จึงไม่ถูกมอบให้ประชาชนนำไปประหารชีวิต
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว ( มธ 14:1-12 )
เวลานั้น กษัตริย์เฮโรดทรงได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซูเจ้า จึงตรัสกับข้าราชบริพารว่า “คนนี้คือยอห์นผู้ทำพิธีล้างที่กลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย เพราะฉะนั้นเขาจึงมีอำนาจทำอัศจรรย์ได้” กษัตริย์ เฮโรดทรงสั่งให้จับกุมยอห์นล่ามโซ่และขังคุกไว้ เพราะเรื่องของนางเฮโรเดียส ภรรยาของฟิลิปพระอนุชา ยอห์นเคยทูลกษัตริย์เฮโรดว่า “ไม่ถูกต้องที่พระองค์ทรงรับนางมาเป็นมเหสี” กษัตริย์เฮโรดต้องการจะฆ่ายอห์น แต่ทรงเกรงประชาชน เพราะประชาชนคิดว่ายอห์นเป็นประกาศก ในวันคล้ายวันประสูติของกษัตริย์เฮโรด บุตรหญิงของนางเฮโรเดียสได้เต้นรำต่อหน้าแขกรับเชิญเป็นที่พอพระทัยกษัตริย์ เฮโรดอย่างยิ่ง พระองค์จึงทรงสัญญาและทรงสาบานจะประทานทุกสิ่งที่นางทูลขอ นาง จึงทูลตามคำแนะนำที่ได้รับจากมารดาว่า “โปรดประทานศีรษะของยอห์นผู้ทำพิธีล้างใส่ถาดมาให้หม่อมฉันที่นี่เถิด” กษัตริย์ทรงเป็นทุกข์ แต่เพราะได้ทรงสาบานไว้ และเพราะเห็นแก่ผู้รับเชิญ จึงทรงสั่งให้จัดการตามที่นางขอ กษัตริย์เฮโรดทรงส่งคนไปตัดศีรษะของยอห์นในคุก เขาจึงนำศีรษะของยอห์นใส่ถาดมาส่งให้หญิงสาว หญิงสาวจึงนำไปให้มารดา บรรดาศิษย์ของยอห์นได้มารับศพไปฝัง แล้วแจ้งข่าวให้พระเยซูเจ้าทรงทราบ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)