คุณธรรมภาคปฎิบัติที่ครบถ้วนสมบูรณ์ของคริสเตียน
1.ทนรับการทดลองโดยพึ่งในความเชื่อ
ยก. 1:2 ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อท่านทั้งหลายประสบความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี
ยก. 1:3 เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า การทดลองความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง
ยก. 1:4 และจงให้ความมั่นคงนั้นบรรลุผลอันสมบูรณ์ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่ดีพร้อม มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย
ยก. 1:5 ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา ก็ให้ผู้นั้นทูลขอจากพระเจ้า ผู้ทรงโปรดประทานให้แก่คนทั้งปวงด้วยพระกรุณาและมิได้ทรงตำหนิ แล้วผู้นั้นก็จะได้รับสิ่งที่ทูลขอ
ยก. 1:6 แต่จงให้ผู้นั้นทูลขอด้วยความเชื่อ อย่าสงสัยเลย เพราะว่าผู้ที่สงสัยเป็นเหมือนคลื่นในทะเลซึ่งถูกลมพัดซัดไปมา
ยก. 1:7 ผู้นั้นจงอย่าคิดว่าจะได้รับสิ่งใดจากพระเจ้าเลย
ยก. 1:8 เขาเป็นคนสองใจไม่มั่นคงในบรรดาทางที่ตนประพฤตินั้น
ยก. 1:9 ให้พี่น้องที่ต่ำต้อยโอ้อวดในการที่พระเจ้าทรงเชิดชูเขา
ยก. 1:10 และคนมั่งมีก็จงโอ้อวดเมื่อตกต่ำลง เพราะว่าเขาจะต้องล่วงลับไปดุจดอกหญ้า
ยก. 1:11 เพราะเมื่อตะวันขึ้น ความร้อนอันแรงกล้าก็กระทำให้หญ้าเหี่ยวแห้งไป และดอกหญ้าก็ร่วงหล่น และความงามของมันสูญสิ้นไป คนมั่งมีก็จะเสื่อมสูญไปกลางคันเช่นกัน
ยก. 1:12 คนที่อดทนต่อการทดลองใจก็เป็นสุข เพราะเมื่อปรากฏว่าผู้นั้นทนได้แล้ว เขาจะได้รับมงกุฎแห่งชีวิต ซึ่งพระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้แก่คนทั้งหลายที่รักพระองค์
2.ผู้ที่บังเกิดจากพระเจ้าย่อมต้านทานการล่อลวง
ยก. 1:13 อย่าให้คนที่ถูกล่อลวงกล่าวว่า “พระเจ้าทรงล่อลวงข้าพเจ้า” เพราะว่าพระเจ้าจะไม่ถูกความชั่วล่อลวง และพระองค์เองก็ไม่ทรงล่อลวงใครเลย
ยก. 1:14 แต่ทุกคนถูกล่อลวงด้วยตัณหาของตัวเอง คือถูกตัณหานั้นล่อลวงและชักนำ
ยก. 1:15 เมื่อตัณหาฟักตัวขึ้นแล้วก็ก่อให้เกิดบาป และเมื่อบาปเจริญเต็มที่แล้วก็ก่อให้เกิดความตาย
ยก. 1:16 พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า อย่าถูกหลอกเลย
ยก. 1:17 ของประทานที่ดีและเลิศทุกอย่างนั้นมาจากเบื้องบน คือมาจากพระผู้สร้างแห่งบรรดาดวงสว่าง ในพระองค์ไม่มีการแปรปรวนหรือเงาของการเปลี่ยนแปลง
ยก. 1:18 เมื่อตั้งพระทัยแล้ว พระองค์ทรงให้เราบังเกิดด้วยพระวจนะแห่งความจริง เพื่อให้เราเป็นผลิตผลแรกของสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ทรงสร้าง
3.ดำเนินชีวิตที่ยำเกรงพระเจ้าโดยพึ่งพระตำที่ปลูกฝังไว้แล้วตามกฎบัญญัติแห่งเสรีภาพที่ครบถ้วน
ยก. 1:19 ดูก่อนพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงทราบข้อนี้ จงให้ทุกคนไวในการฟัง ช้าในการพูด ช้าในการโกรธ
ยก. 1:20 เพราะว่าความโกรธของมนุษย์ไม่ได้กระทำให้เกิดความชอบธรรมแห่งพระเจ้า
ยก. 1:21 เหตุฉะนั้นจงเลิกความโสมมทั้งหลายแหล่ และการชั่วร้ายอันดกดื่น และจงน้อมใจรับพระวจนะที่ทรงปลูกฝังไว้แล้วนั้น ซึ่งสามารถช่วยจิตวิญญาณของท่านทั้งหลายให้รอดได้
ยก. 1:22 แต่ท่านทั้งหลายจงเป็นคนที่ประพฤติตามพระวจนะนั้น ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ฟังเท่านั้น ซึ่งเป็นการลวงตนเอง
ยก. 1:23 เพราะว่าถ้าผู้ใดฟังพระวจนะ และไม่ได้ประพฤติตาม ผู้นั้นก็เป็นเหมือนคนที่ดูหน้าของตัวในกระจกเงา
ยก. 1:24 เพราะว่าเมื่อดูตัวเองแล้วก็ไป และก็ลืมในทันทีนั้นว่าตัวเองเป็นอย่างไร
ยก. 1:25 แต่ผู้ที่พิจารณาดูในวิสุทธิบัญญัติ ซึ่งเป็นพระบัญญัติแห่งเสรีภาพ และตั้งอยู่ในพระบัญญัตินั้น มิได้เป็นผู้ฟังแล้วก็หลงลืม แต่เป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตาม ผู้นั้นก็จะได้รับความสุขเพราะการประพฤติปฏิบัติของตน
ยก. 1:26 ถ้าผู้ใดเข้าใจว่าตัวเป็นคนมีธัมมะและมิได้สงบปากคำ แต่หลอกลวงตัวเอง ธัมมะของผู้นั้นก็ไม่มีประโยชน์
ยก. 1:27 ธัมมะที่บริสุทธิ์ไร้มลทินต่อพระพักตร์พระเจ้าและพระบิดานั้น คือการเยี่ยมเยียนเด็กกำพร้าและหญิงม่ายที่มีความทุกข์ร้อน และการรักษาตัวให้พ้นจากราคีของโลก
4.ไม่ปฎิบัติต่อกันในท่มกลางพี่น้องด้วยการเลือกหน้าคน
ยก. 2:1 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า ด้วยเหตุที่ท่านมีความเชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้าของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งพระสิรินั้น จงอย่าลำเอียง
ยก. 2:2 เพราะว่าถ้ามีคนหนึ่งสวมแหวนทองคำและแต่งตัวดีเข้ามาในที่ประชุมของท่าน และมีคนจนคนหนึ่งแต่งตัวซอมซ่อเข้ามาด้วย
ยก. 2:3 และท่านสนใจคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอย่างดี และกล่าวโอภาปราศรัยกับเขาว่า “เชิญท่านนั่งที่นี่เถิด” ในขณะเดียวกันท่านก็พูดกับคนจนนั้นว่า “แกจงยืนอยู่ที่นั่น” หรือ “จงนั่งแทบเท้าของเราเถิด”
ยก. 2:4 ท่านมิแบ่งชั้นวรรณะ และวินิจฉัยด้วยใจชั่วหรือ
ยก. 2:5 พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงฟังเถิด พระเจ้าได้ทรงเลือกคนยากจนในโลกนี้ให้เป็นคนมั่งมีในความเชื่อ และให้เป็นผู้รับมรดกแผ่นดินซึ่งพระองค์ทรงสัญญาไว้ แก่ผู้ที่รักพระองค์มิใช่หรือ
ยก. 2:6 แต่ท่านทั้งหลายได้ดูถูกคนจน ไม่ใช่คนมั่งมีหรือที่กดขี่ข่มเหงท่าน ไม่ใช่เขาเหล่านั้นหรือที่ลากตัวท่านไปขึ้นศาล
ยก. 2:7 ไม่ใช่เขาเหล่านั้นหรือที่สบประมาทพระนามอันประเสริฐซึ่งใช้เรียกท่าน
ยก. 2:8 ถ้าท่านทั้งหลายบำเพ็ญตนตามพระบัญญัติโดยแท้จริง ตามพระคัมภีร์ที่ว่า จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง แล้ว ท่านทั้งหลายก็ประพฤติดีอยู่
ยก. 2:9 แต่ถ้าท่านทั้งหลายลำเอียง ท่านก็กระทำบาป และว่าตามธรรมบัญญัติท่านก็กระทำผิด
ยก. 2:10 เพราะว่าผู้ใดรักษาธรรมบัญญัติได้ทั้งหมด แต่ผิดอยู่ข้อเดียว ผู้นั้นก็เป็นผู้ผิดธรรมบัญญัติทั้งหมด
ยก. 2:11 ด้วยว่าพระองค์ผู้ได้ตรัสว่า เจ้าอย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา ก็ได้ตรัสไว้ด้วยว่า เจ้าอย่าฆ่าคน แม้ท่านไม่ได้ล่วงประเวณีแต่ได้ฆ่าคน ท่านก็เป็นผู้ละเมิดธรรมบัญญัติ
ยก. 2:12 ท่านทั้งหลายจงพูดและจงกระทำ เช่นผู้ที่จะได้รับการพิพากษาด้วยกฎแห่งเสรีภาพ
ยก. 2:13 เพราะว่าการพิพากษาย่อมไม่กรุณาต่อผู้ที่ไม่แสดงความกรุณา แต่ความกรุณาย่อมมีชัยเหนือการพิพากษา
5.เป็นผู้ชอบธรรมเพราะการประพฤติในความสัมพันทามกลางพี่น้อง
ยก. 2:14 ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า แม้ผู้ใดจะว่าตนมีความเชื่อ แต่ไม่ประพฤติตามจะได้ประโยชน์อะไร ความเชื่อของเขาจะช่วยเขาให้รอดได้หรือ
ยก. 2:15 ถ้าพี่น้องชายหญิงคนใดขัดสนเครื่องนุ่งห่มและอาหารประจำวัน
ยก. 2:16 และมีคนใดในพวกท่านกล่าวแก่เขาว่า “เชิญไปเป็นสุขเถิด ขอให้อบอุ่นและอิ่มเถิด” และไม่ได้ให้สิ่งที่เขาขัดสนนั้น จะเป็นประโยชน์อะไร
ยก. 2:17 ความเชื่อก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ประพฤติตามก็ไร้ผล
ยก. 2:18 แต่บางคนจะกล่าวว่า “คนหนึ่งมีความเชื่อแต่อีกคนหนึ่งมีการประพฤติ” จงแสดงให้ข้าพเจ้าเห็นความเชื่อของท่าน ที่ไม่มีการประพฤติตาม และด้วยการประพฤติตาม ข้าพเจ้าจะแสดงให้ท่านเห็นความเชื่อของข้าพเจ้า
ยก. 2:19 ท่านเชื่อว่าพระเจ้าทรงเป็นหนึ่ง นั่นก็ดีอยู่แล้ว แม้พวกปีศาจก็เชื่อ และกลัวจนตัวสั่น
ยก. 2:20 แน่ะคนโฉดเขลา ท่านต้องการให้พิสูจน์หรือว่า ความเชื่อที่ไม่ประพฤติตามนั้นไร้ผล
ยก. 2:21 เมื่ออับราฮัมบิดาของเรา ได้พาอิศอัคบุตรของท่านมาถวายบนแท่นบูชา จึงได้ความชอบธรรมเพราะการประพฤติไม่ใช่หรือ
ยก. 2:22 ท่านทั้งหลายก็เห็นแล้วว่า ความเชื่อมีกำลังร่วมกับการประพฤติตามของท่าน และความเชื่อนั้นจะบริบูรณ์ด้วยการประพฤติ
ยก. 2:23 และพระคัมภีร์ก็สำเร็จที่ว่า อับราฮัมเชื่อพระเจ้า และพระองค์ทรงถือว่า ความเชื่อนั้นเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน และท่านได้ชื่อว่า เป็นสหายของพระเจ้า
ยก. 2:24 ท่านทั้งหลายก็เห็นแล้วว่า ผู้ใดจะเป็นคนชอบธรรมได้ ก็เนื่องด้วยการประพฤติ และมิใช่ด้วยความเชื่อเพียงอย่างเดียว
ยก. 2:25 เช่นเดียวกัน ราหับหญิงแพศยาก็ได้ความชอบธรรมเนื่องด้วยความประพฤติมิใช่หรือ เมื่อนางได้รับรองผู้ส่งข่าวเหล่านั้น และส่งเขาไปเสียทางอื่น
ยก. 2:26 เพราะกายที่ปราศจากจิตวิญญาณนั้นไร้ชีพแล้วฉันใด ความเชื่อที่ปราศจากการประพฤติตามก็ไร้ผลฉันนั้น
ุ6.การยับยั้งลิ้นไว้
ยก. 3:1 ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า อย่าให้เป็นอาจารย์กันมากหลายคนเลย เพราะท่านก็รู้ว่า เราทั้งหลายที่เป็นผู้สอนนั้น จะได้รับการทรงพิพากษาที่เข้มงวดกว่าผู้อื่น
ยก. 3:2 เพราะเราทุกคนทำผิดพลาดไปหลายๆ อย่าง ถ้าผู้ใดมิได้ทำผิดทางวาจา ผู้นั้นก็เป็นคนดีรอบคอบแล้ว และสามารถบังคับทั้งตัวไว้ได้ด้วย
ยก. 3:3 ถ้าเราเอาบังเหียนใส่ปากม้าเพื่อให้มันเชื่อฟังเรา เราก็บังคับมันให้ไปไหนๆ ได้ทั้งตัว
ยก. 3:4 จงดูเรือด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าเป็นเรือใหญ่ และถูกลมแรงพัดแล่นไป เรือก็ยังหันไปมาด้วยหางเสือเล็กๆ ตามใจนายท้ายที่จะให้ไปทางไหน
ยก. 3:5 ลิ้นก็เช่นเดียวกัน เป็นอวัยวะเล็กๆ และอวดอ้างเรื่องใหญ่ๆ○จงดูเถิด ไฟนิดเดียวอาจเผาป่าใหญ่ให้ไหม้ได้หนอ
ยก. 3:6 และลิ้นนั้นก็เป็นไฟ ลิ้นเป็นโลกที่ไร้ธรรมในบรรดาอวัยวะของเรา เป็นเหตุให้ทั้งกายมลทินไปทำให้วัฏฏะแห่งชีวิตเผาไหม้ และมันเองก็ติดไฟโดยนรก
ยก. 3:7 เพราะสัตว์เดียรัจฉานทุกชนิด ทั้งนก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ในทะเลก็เลี้ยงให้เชื่องได้ และมนุษย์ก็ได้เลี้ยงให้เชื่องแล้ว
ยก. 3:8 แต่ลิ้นนั้นไม่มีมนุษย์คนใดสามารถทำให้เชื่องได้ ลิ้นเป็นสิ่งชั่ว ที่อยู่ไม่สุขและเต็มไปด้วยพิษร้ายถึงตาย
ยก. 3:9 เราทั้งหลายสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระบิดาด้วยลิ้นนั้น และด้วยลิ้นนั้นเราก็แช่งด่ามนุษย์ ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงสร้างไว้ตามพระฉายาของพระองค์
ยก. 3:10 คำสรรเสริญและคำแช่งด่าก็ออกมาจากปากอันเดียวกัน ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า ไม่ควรให้เป็นเช่นนั้น
ยก. 3:11 บ่อน้ำพุจะมีน้ำจืดและน้ำกร่อยพุ่งออกมาจากช่องเดียวกันได้หรือ
ยก. 3:12 พี่น้องทั้งหลายต้นมะเดื่อจะออกผลเป็นมะกอกเทศได้หรือ หรือเถาองุ่นจะออกผลเป็นมะเดื่อได้หรือ บ่อน้ำพุเค็มก็ทำให้เกิดน้ำจืดอีกไม่ได้เลย
7.การประพฤติที่อยู่ในสติปัญญา
ยก. 3:13 ในพวกท่านผู้ใดเป็นคนฉลาดและมีปัญญา ก็ให้ผู้นั้นแสดงการประพฤติของตนด้วยพฤติกรรมอันดี มีใจอ่อนสุภาพประกอบด้วยปัญญา
ยก. 3:14 แต่ถ้าท่านรู้สึกขมขื่นเพราะมีใจริษยาและมักใหญ่ใฝ่สูง ก็อย่าโอ้อวดและอย่าทรยศต่อความจริง
ยก. 3:15 ปัญญาเช่นนี้ ไม่เหมือนปัญญาที่มาจากเบื้องบน แต่เป็นปัญญาอย่างโลกและเป็นโลกียวิสัย และเป็นเช่นปีศาจ
ยก. 3:16 เพราะว่าที่ใดมีความริษยาและความมักใหญ่ใฝ่สูง ที่นั่นก็วุ่นวายและมีการกระทำชั่วช้าลามกต่างๆ
ยก. 3:17 แต่ปัญญาจากเบื้องบนนั้นบริสุทธิ์เป็นประการแรก แล้วจึงเป็นความสงบสุข สุภาพและว่าง่าย เปี่ยมด้วยความเมตตาและผลที่ดี ไม่ลำเอียง ไม่หน้าซื่อใจคด
ยก. 3:18 ผู้สร้างสันติสุข หว่านอย่างสันติ จึงได้เกี่ยวความชอบธรรม
8.ขจัดการรื่นเริงเลี้ยงเฮฮาแบบฝ่ายโลกแบบมารซาตาน
ยก. 4:1 อะไรเป็นสาเหตุของสงคราม และอะไรเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาทกันในพวกท่าน มิใช่กิเลสตัณหาของท่านหรือ ที่ทำให้ท่านต่อสู้กัน
ยก. 4:2 ท่านทั้งหลายอยากได้ แต่ไม่ได้ ท่านก็ฆ่ากัน ท่านโลภแต่ไม่ได้ ท่านก็ทะเลาะและทำสงครามกัน ท่านไม่มีเพราะท่านไม่ได้ขอ
ยก. 4:3 ท่านขอและไม่ได้รับ เพราะท่านขอผิด หวังได้ไปเพื่อสนองกิเลสตัณหาของท่าน
ยก. 4:4 คนทุจริตเอ๋ย ไม่รู้หรือว่า การเป็นมิตรกับโลกนั้น คือการเป็นศัตรูกับพระเจ้า เหตุฉะนั้น ผู้ใดใคร่เป็นมิตรกับโลก ผู้นั้นก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเจ้า
ยก. 4:5 หรือท่านคิดว่าเป็นสิ่งไร้สาระหรือ ที่พระคัมภีร์กล่าวว่า “พระองค์ทรงเป็นห่วงวิญญาณที่ได้ทรงประทานให้อยู่ในเราทั้งหลาย”
ยก. 4:6 แต่พระองค์ก็ได้ทรงประทานพระคุณเพิ่มขึ้นอีก เหตุฉะนั้น พระคัมภีร์จึงกล่าวว่า พระเจ้าทรงต่อสู้ผู้ที่หยิ่งจองหอง แต่ทรงประทานพระคุณแก่คนที่ใจถ่อม
ยก. 4:7 เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงน้อมใจยอมฟังพระเจ้า จงต่อสู้กับมาร และมันจะหนีท่านไป
ยก. 4:8 ท่านทั้งหลายจงเข้าใกล้พระเจ้า และพระองค์จะเสด็จมาใกล้ท่าน คนบาปทั้งหลายเอ๋ย จงชำระมือให้สะอาด และคนสองใจ จงชำระใจของตนให้บริสุทธิ์
ยก. 4:9 จงเป็นทุกข์โศกเศร้าและร้องไห้ จงให้การหัวเราะกลับกลายเป็นการโศกเศร้า และความปีติยินดีกลับกลายเป็นความเศร้าสลด
ยก. 4:10 ท่านทั้งหลายจงถ่อมใจลงต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และพระองค์จะทรงยกชูท่านขึ้น
9.ไม่วิพากษ์วิจารณ์นินทาใส่ร้ายพี่น้อง
ยก. 4:11 พี่น้องทั้งหลายอย่าใส่ร้ายซึ่งกันและกัน ผู้ใดที่พูดใส่ร้ายพี่น้องหรือตัดสินพี่น้องของตน ผู้นั้นก็กล่าวร้ายต่อธรรมบัญญัติ และตัดสินธรรมบัญญัติ แต่ถ้าท่านตัดสินธรรมบัญญัติ ท่านก็ไม่ใช่ผู้ที่ประพฤติตามธรรมบัญญัติ แต่เป็นผู้ตัดสิน
ยก. 4:12 มีผู้ทรงตั้งธรรมบัญญัติและผู้ทรงพิพากษาตัดสินแต่เพียงองค์เดียว คือพระองค์ผู้ทรงสามารถช่วยเราให้รอดได้ และทรงสามารถทำลายเราได้ แต่ท่านเป็นผู้ใดเล่า ท่านจึงตัดสินเพื่อนบ้านของท่าน
10.ไม่วางใจในความประสงค์ของตัวเอง แต่วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า
ยก. 4:13 นี่แน่ะท่านที่พูดว่า “วันนี้หรือพรุ่งนี้เราจะเข้าไปในเมืองนี้เมืองนั้น และจะอยู่ที่นั่นปีหนึ่ง และจะค้าขายได้กำไร”
ยก. 4:14 แต่ว่าท่านไม่รู้เรื่องของพรุ่งนี้ ชีวิตของท่านเป็นเช่นใดเล่า ท่านก็เป็นเช่นหมอกที่ปรากฏอยู่เพียงชั่วครู่แล้วก็หายไป
ยก. 4:15 แทนที่จะพูดเช่นนั้นท่านทั้งหลายควรจะพูดว่า “ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงโปรด เราจะมีชีวิตอยู่ และจะกระทำสิ่งนี้หรือสิ่งนั้น”
ยก. 4:16 ตามความจริงท่านทั้งหลายโอ้อวดด้วยความทะนงตน การโอ้อวดทุกอย่างเช่นนี้เป็นความชั่ว
ยก. 4:17 เหตุฉะนั้นผู้ใดรู้ว่าอะไรเป็นความดีและไม่ได้กระทำ คนนั้นจึงมีบาป
ยก. 5:1 นี่แน่ะท่านผู้มั่งมี จงร้องไห้โอดครวญเพราะความวิบัติซึ่งจะเกิดกับท่าน
ยก. 5:2 ทรัพย์สมบัติของท่านก็ผุพังไปแล้ว และตัวแมลงก็กัดกินเสื้อผ้าของท่าน
ยก. 5:3 ทองและเงินของท่านก็เกิดสนิม และสนิมนั้นก็จะเป็นพยานหลักฐานการกระทำของท่าน และจะเผาผลาญเลือดเนื้อท่านดุจไฟ ท่านได้ส่ำสมสมบัติไว้แล้วสำหรับอวสานกาล
ยก. 5:4 นี่แน่ะ ค่าจ้างของคนที่ได้เกี่ยวข้าวในนาของท่านซึ่งท่านได้ฉ้อโกงไว้นั้น ก็ร้องฟ้องขึ้น และเสียงร้องทุกข์ของคนที่เกี่ยวข้าวนั้น ได้ทรงทราบถึงพระกรรณขององค์พระผู้เป็นเจ้าจอมโยธาแล้ว
ยก. 5:5 ท่านมีชีวิตอยู่ในโลกอย่างฟุ่มเฟือยและสนุกสนาน ท่านได้บำเรอจิตใจของท่านไว้รอวันประหาร
ยก. 5:6 ท่านได้ตัดสินลงโทษ และได้ฆ่าคนชอบธรรม เขาก็ไม่ได้ต่อต้านท่าน
11.รอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาด้วยความอดทนนาน
ยก. 5:7 เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย จงอดทนจนกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมา จงดูชาวนารอคอยผลอันล้ำค่าที่จะได้จากแผ่นดิน เพียรคอยจนกระทั่งมีฝนต้นฤดูและฝนชุกปลายฤดู
ยก. 5:8 ท่านทั้งหลายก็จงอดทนเช่นนั้นเหมือนกัน จงตั้งอกตั้งใจให้ดี เพราะใกล้จะถึงเวลาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาแล้ว
ยก. 5:9 พี่น้องทั้งหลาย จงอย่าบ่นว่ากันและกัน เพื่อท่านจะไม่ต้องถูกทรงพิพากษา จงดูองค์พระผู้พิพากษาทรงประทับยืนอยู่ที่ประตูแล้ว
ยก. 5:10 พี่น้องทั้งหลาย จงเอาแบบอย่างในการทนทุกข์และการอดทนของผู้เผยพระวจนะ ผู้ได้กล่าวความในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ยก. 5:11 จงดู เราถือว่าผู้ที่อดทนก็เป็นสุข ท่านได้รู้เรื่องความอดทนของโยบ และได้เห็นแล้วว่าในที่สุดปลายนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตากรุณาสักเท่าใด
12.สัตย์จริงในคำพูด ละเว้นในการสาบาน
ยก. 5:12 ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า ที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดก็คือ จงอย่าสบถสาบาน อย่าอ้างฟ้าสวรรค์หรือแผ่นดินโลก หรือสิ่งอื่นๆ แต่ที่ควรว่าใช่ก็จงว่าใช่ ที่ควรว่าไม่ก็จงว่าไม่ เพื่อท่านจะไม่ถูกลงโทษ
13.มีภาคปฎิบัติที่ดีสมบูรณ์ในการดำเนินชีวิตคริสตจักร
ยก. 5:13 มีผู้ใดในพวกท่านทนทุกข์หรือ จงให้ผู้นั้นอธิษฐาน มีผู้ใดร่าเริงยินดีหรือ จงให้ผู้นั้นร้องเพลงสรรเสริญ
ยก. 5:14 มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาผู้ปกครองของคริสตจักรมา และให้ท่านเหล่านั้นอธิษฐานเพื่อเขา และเจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ยก. 5:15 และการอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรค และถ้าเขาได้กระทำบาปพระองค์ก็จะทรงโปรดอภัยให้
ยก. 5:16 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล
ยก. 5:17 ท่านเอลียาห์ก็เป็นมนุษย์ที่มีสภาพเหมือนกับเราทั้งหลาย และท่านได้อธิษฐานด้วยความเชื่ออันแรงกล้าขอไม่ให้ฝนตก และฝนก็ไม่ตกต้องแผ่นดินถึงสามปีกับหกเดือน
ยก. 5:18 และท่านได้อธิษฐานขออีกครั้งหนึ่ง และฟ้าสวรรค์ได้ประทานฝนให้ และแผ่นดินจึงได้ผลิตพืชผลต่างๆ
ยก. 5:19 พี่น้องของข้าพเจ้า ถ้าคนใดในพวกท่านหลงผิดไปจากความจริง และผู้ใดชักจูงเขาให้เขากลับใจเสียใหม่
ยก. 5:20 จงให้ผู้นั้นรู้เถิดว่า ผู้ที่ช่วยคนบาปคนหนึ่งให้พ้นจากทางผิดของเขานั้น ก็ได้ช่วยจิตวิญญาณของเขาให้รอดพ้นจากความตาย และได้กำจัดบาปเสียมากมาย
วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2557
วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557
หนังสือเสริมสร้างผู้แรกเชื่อเล่ม1 วอท์ชแมน นี
หนังสือเสริมสร้างผู้แรกเชื่อ เล่ม1 วอท์ชแมน นี
ผู้เขียน วอท์ชแมน นี
โทร0814500800 และ0890006540
หนังสือเสริมสร้างผู้แรกเชื่อเล่มนี้พี่น้องวอท์ชแมน นี ได้เขียนสอนผู้เชื่อใหม่ไว้ห้าเรื่องด้วยกัน
คือ
1.เรื่องบัพติศมา ไม่ใช่เข้าจารีตไม่ใช่แค่การจุ่มน้ำที่ผู้เชื่อใหม่จำเป็นต้องรู้ว่าการรับบัพติศมาแท้จริงทำอะไรแก่ผู้เชื่อใหม่ ดังนั้นบัพติศมาจึงมีความหมายต่อผู้เชื่อใหม่ทั้งก่อนและหลังรับบัพติศมาแล้ว
2.เรื่องสิ้นสุดอดีต ให้ผู้เชื่อใหม่รู้จักแนวทางปฎิบัติหลังจากที่รับเชื่อพระเจ้าแล้ว สำหรับการจัดการเรื่องราวในอดีตควรจัดการอย่างไร ที่สำคัญกว่านั้นให้รู้ว่าตั้งแต่นี้ไปควรทำอย่างไร
3.เรื่องการมอบถวาย เป็นหัวข้อใหญ่ในการเริ่มต้นชีวิตคริสเตียน หากผู้เชื่อใหม่มีการมอบถวายอย่างถูกต้อง ชีวิตคริสเตียนจะมีการเจริญเติบโตและเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า
4.เรื่องการยอมรับอย่างเปิดเผย เรื่องนี้ผู้เชื่อใหม่จะต้องมีใจกล้าเข้มแข็งและเด็ดขาดตั้งแต่ต้น เพราะเราไม่เพียงเชื่อในใจ ยังต้องยอมรับด้วยปากแล้วเราจะไม่เป็นใบ้ฝ่ายวิญญาณและไม่ต้องยุ่งยากภายหลังอีกมากมาย
5.เรื่องแบ่งแยกกับโลก โลกเป็นศัตรูต่อพระเจ้าและเราด้วยเราควรมีท่าทีอย่างไรต่อโลก ผู้เชื่อใหม่ควรจะรู้ท่าทีที่แน่ชัดในเรื่องนี้ และได้แบ่งแยกจากโลก โดยไม่มีส่วนกับโลกที่ต้องพินาศอีก
Living Life 06122014เดี่ยวใน บทเพลงคร่ำครวญ บทที่ 2 ข้อ 18 ถึง 22 กับ อ...
พคค. 2:18 เชิงเทินของธิดาแห่งศิโยนเอ๋ย จงร้องทูลองค์พระผู้เป็นเจ้า จงหลั่งน้ำตาเหมือนลำธาร ทั้งวันทั้งคืน อย่าหยุดหย่อนเลย ดวงตาของเจ้าอย่าหยุดหลั่งน้ำตาเลย
พคค. 2:19 จงลุกขึ้นร้องตะโกนในเวลากลางคืน เมื่อผลัดเปลี่ยนยาม จงระบายความในใจของเจ้าออกมาราวกับสายน้ำ เฉพาะพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงชูมือขึ้นหาพระองค์ เพื่อขอชีวิตของบรรดาเด็กของเจ้า ที่หิวจนเป็นลมสลบไป ตามมุมถนนทุกแห่ง
พคค. 2:20 ข้าแต่พระยาห์เวห์ โปรดทอดพระเนตรเถิดว่า พระองค์เคยทรงทำเช่นนี้กับผู้ใดบ้าง ผู้หญิงต้องกินลูกของตน กินเด็กทารกที่ตนเลี้ยงดู บรรดาสมณะและประกาศก ถูกประหารในสักการสถานขององค์พระผู้เป็นเจ้า
พคค. 2:21 คนหนุ่มและคนแก่นอนอยู่ตามพื้นดินบนถนน สาวพรหมจารีและชายหนุ่มของข้าพเจ้า ถูกคมดาบล้มตาย พระองค์ทรงประหารเขา ในวันแห่งพระพิโรธ ทรงสังหารโดยไร้เมตตา
พคค. 2:22 พระองค์ทรงเรียกชนชาติโดยรอบซึ่งข้าพเจ้ากลัว มาชุมนุมกันเหมือนในวันเทศกาล ในวันแห่งพระพิโรธของพระยาห์เวห์ ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตหรือหลบหนีไปได้ ผู้ที่ข้าพเจ้าเคยโอบอุ้มและเลี้ยงดู ศัตรูของข้าพเจ้าก็ได้ทำลายล้างจนหมด
วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557
THE NEW TESTAMENT Recovery Version วิทเนสลี
THE NEW TESTAMENT Recovery Version วิทเนสลี
โทร0814500800 และ0890006540
พระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ฉับบฟื้นฟูภาคภาษาอังกฤษฉับบนี้วิทเนส ลีได้อธิบายประกอบพระคำในแต่ละข้อแต่ล่ะบริบท อ่านแล้วเหมือนได้เรียนพระคำเป็นการส่วนตัวกับพระคริสต์เพื่อเข้าใจฝ่ยวิญญาณนำพระทัยของพระเจ้าพระประสงค์ของพระเจ้า พระคำเป็นข้อลึกลับยากที่มนุษย์คนบาปจะเข้าใจ พี่น้องคริสเตียนที่แสวงหาเท่านั้นจึงจะเข้าใจพระประสงค์ของพระคริสต์ศิลานิรันดร์พระองค์นี้ หนังสือเล่มนี้เป็นฉับบก้าวหน้าที่มีคำอธิบายฟุตโน็ตเชื่อมโยงข้อมพระคำภีร์แต่ละข้อเป็นอย่างดี และมีอรรถกถาอธิบายข้อพระคัมภีแต่ละข้อที่ละเอียดที่สุด เหมาะสำหรับผู้ศึกษาหลักความจริงในพระคำของพระเจ้า
http://youtu.be/cHE5UWvF-dQ
วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
หนังสือข้างธรรมมาสน์
หนังสือข้างธรรมมาสน์
ผู้เขียนไก่นักบุญเปโตร
สำนักพิมพ์สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
ไก่ตัวที่ยืนอยู่แทบเท้าท่านนักบุญเปโตรในรูปวาดหรือจะเป็นรูปปั้น มีบทบาทที่สำคัญมากทีเดียว เสียงขันของมันสองครั้ง เตือนเปโตรให้จดจำคำทำนายของพระเยซูคริสต์ ว่าท่านจะปฎิเสธพระองค์ถึงสามครั้ง ด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้สำนึกผิดเสียใจ เปรียบเสมือนการสำนึกผิดขอโทษเพื่อกลับใจเสียใหม่ เปโตรได้แบกกางเขนแบบพระเยซูแต่สิ้นใจแตกต่างไปเล็กน้อยคือท่านเปโตรถูกตรึงตายบนไม้กางเขนด้วยการเอาศีรษะปักลงดินจนตาย
การกลับใจใหม่ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แต่หมายถึงเราต้องกลับใจใหม่ทุกวันๆ ไก่ขันนักบุญเปโตรทำหน้าที่ของมันแล้วเชิญอ่านเพื่อสัมผัสเสียงอันมีความหมายยิ่งได้เลย...
ผู้เขียนไก่นักบุญเปโตร
สำนักพิมพ์สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
ไก่ตัวที่ยืนอยู่แทบเท้าท่านนักบุญเปโตรในรูปวาดหรือจะเป็นรูปปั้น มีบทบาทที่สำคัญมากทีเดียว เสียงขันของมันสองครั้ง เตือนเปโตรให้จดจำคำทำนายของพระเยซูคริสต์ ว่าท่านจะปฎิเสธพระองค์ถึงสามครั้ง ด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้สำนึกผิดเสียใจ เปรียบเสมือนการสำนึกผิดขอโทษเพื่อกลับใจเสียใหม่ เปโตรได้แบกกางเขนแบบพระเยซูแต่สิ้นใจแตกต่างไปเล็กน้อยคือท่านเปโตรถูกตรึงตายบนไม้กางเขนด้วยการเอาศีรษะปักลงดินจนตาย
การกลับใจใหม่ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แต่หมายถึงเราต้องกลับใจใหม่ทุกวันๆ ไก่ขันนักบุญเปโตรทำหน้าที่ของมันแล้วเชิญอ่านเพื่อสัมผัสเสียงอันมีความหมายยิ่งได้เลย...
Living Life 14112014 เฝ้าเดี่ยวใน วิวรณ์ บทที่ 14 ข้อ 1 ถึง 13 กับ อาจา...
วว. 14:1 แล้วข้าพเจ้าเห็น นี่แน่ะ พระเมษโปดกทรงยืนอยู่บนภูเขาศิโยน และพวกที่อยู่กับพระองค์ซึ่งมีจำนวน 144,000 คนนั้น เป็นผู้ที่มีพระนามของพระองค์และพระนามของพระบิดาของพระองค์เขียนไว้บนหน้าผากของพวกเขา
วว. 14:2 และข้าพเจ้าได้ยินเสียงจากสวรรค์ เหมือนอย่างเสียงน้ำมากหลาย และเหมือนอย่างเสียงฟ้าร้องดังสนั่น และเสียงที่ข้าพเจ้าได้ยินนั้นเหมือนอย่างเสียงที่พวกดีดพิณกำลังเล่นพิณของเขาอยู่
วว. 14:3 เขาทั้งหลายร้องเพลงบทใหม่หน้าพระที่นั่ง และต่อหน้าสิ่งมีชีวิตทั้งสี่และพวกผู้อาวุโส ไม่มีใครสามารถเรียนรู้เพลงบทนั้นนอกจากคน 144,000 คน ที่ได้รับการไถ่แล้วจากแผ่นดินโลก
วว. 14:4 คนเหล่านี้เป็นคนที่ไม่มีมลทินกับผู้หญิง เพราะว่าพวกเขาเป็นพรหมจารี เป็นพวกที่ติดตามพระเมษโปดกไม่ว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ไหน พวกเขาเป็นผู้ที่ได้รับการไถ่แล้วจากมวลมนุษย์เพื่อเป็นผลแรกถวายแด่พระเจ้าและแด่พระเมษโปดก
วว. 14:5 และในปากของพวกเขาไม่พบความเท็จ เขาเป็นคนที่ปราศจากตำหนิ
วว. 14:6 แล้วข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งเหาะไปในท้องฟ้า เพื่อประกาศข่าวประเสริฐนิรันดร์แก่คนทั้งหลายที่อยู่บนแผ่นดินโลก แก่ทุกประชาชาติ ทุกเผ่า ทุกภาษา และทุกชนชาติ
วว. 14:7 ท่านประกาศเสียงดังว่า “จงเกรงกลัวพระเจ้า และถวายพระเกียรติแด่พระองค์ เพราะถึงเวลาที่พระองค์จะทรงพิพากษาแล้ว จงนมัสการพระองค์ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ แผ่นดินโลก ทะเล และบ่อน้ำพุทั้งหลาย”
วว. 14:8 ทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งซึ่งเป็นองค์ที่สองตามไปประกาศว่า “บาบิโลนมหานครนั้นพังทลายแล้ว พังทลายแล้ว นครที่ให้ทุกประชาชาติดื่มเหล้าองุ่นแห่งราคะในการล่วงประเวณีของนาง”
วว. 14:9 และทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งซึ่งเป็นองค์ที่สามก็ตามไปประกาศด้วยเสียงดังว่า “ถ้าใครบูชาสัตว์ร้ายและรูปของมัน และรับเครื่องหมายของมันไว้ที่หน้าผากหรือที่มือของเขา
วว. 14:10 คนนั้นจะต้องดื่มเหล้าองุ่นแห่งความกริ้วของพระเจ้าที่เทลงในถ้วยแห่งพระพิโรธของพระองค์โดยไม่เจือปนสิ่งใด และเขาจะถูกทรมานด้วยไฟและกำมะถัน ต่อหน้าบรรดาทูตสวรรค์บริสุทธิ์และเฉพาะพระพักตร์พระเมษโปดก
วว. 14:11 และควันแห่งการทรมานของเขาจะพลุ่งขึ้นตลอดไปเป็นนิตย์ พวกที่บูชาสัตว์ร้ายและรูปของมัน และใครที่รับเครื่องหมายซึ่งเป็นชื่อของมัน จะไม่ได้หยุดพักเลยทั้งกลางวันและกลางคืน”
วว. 14:12 นี่แหละคือความทรหดอดทนที่พวกธรรมิกชนจะต้องมี คือพวกที่ถือรักษาพระบัญญัติของพระเจ้า และจงรักภักดีต่อพระเยซู
วว. 14:13 และข้าพเจ้าได้ยินเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “จงเขียนไว้เถิดว่า ตั้งแต่นี้ไป คนทั้งหลายที่ตายในองค์พระผู้เป็นเจ้าก็เป็นสุข” และพระวิญญาณตรัสว่า “จริงอย่างนั้น พวกเขาจะได้หยุดพักจากการตรากตรำของเขา เพราะการงานที่พวกเขาได้ทำนั้นจะติดตามเขาไป”
วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
หนังสือวิวรณ์รหัสแห่งข่าวดี
หนังสือวิวรณ์รหัสแห่งข่าวดี
โครงการหนังสือเทววิทยา ปรัชญาทางศาสนา ชุดที่2
โดยบาทหลวงทัศไนย์ คมกฤส
สำนักพิมพ์วิทยาลัยสงธรรม
กระดาษถนอมสาย 164หน้า
วิวรณ์ หนังสือฉับบสุดท้ายของพระคัมภีร์ซึ่งแปลว่า การเปิดเผยการไขความ
หนังสือวิวรณ์เป็นข่าวดี ไม่ใช่หนังสือเล่าเรื่องสยองขวัญ
ให้ผู้อ่านมีความตกใจกลัวเรื่องร้ายๆหรือกลัวว่าวันสิ้นพิภพจะมาถึงในไม่ช้า..
แม้ว่าข้อความในหนังสือม้วนวิวรณ์จะมีหลายตอนที่เข้าใจได้ไม่ง่ายนัก แต่ผู้เขียนก็พยายามที่จะกล่าวอยู่ตลอดเวลาว่าหนังสือของท่านมีเจตนาจะนำความสุขมาให้ผู้อ่านและปฎิบัติตามคำแนะนำที่เขียนอยู่ในหนังสือนั้น..
นับเป็นเรื่องที่ดีที่สมัยนี้ปีนี้วันนี้มีการพิมพ์เขียนเรื่องในหนังสือพระธรรมวิวรณ์ออกมาที่แล้วมานั้นการไขความลับข้อลึกลับของท่านยอห์นในพระธรรมวิวรณ์นั้น เป็นความลับที่สงวนไว้แต่เฉพาะนักตีความพระคริสตธรรมในสถาบันหรือในหมู่ชนคริสเตียนเพียงส่วนน้อยที่จะเข้าใจ หนังสือเล่มนี้เป็นอีกเล่มหนึ่งที่คริสเตียนควรใช้อ่านประกอบพระธรรมวิวรณ์ เพื่อเราจะเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาเราเปิดตาใจของเราให้เข้าใจขอลับลึกแห่งพระคริสต์ เอเมน.
โครงการหนังสือเทววิทยา ปรัชญาทางศาสนา ชุดที่2
โดยบาทหลวงทัศไนย์ คมกฤส
สำนักพิมพ์วิทยาลัยสงธรรม
กระดาษถนอมสาย 164หน้า
วิวรณ์ หนังสือฉับบสุดท้ายของพระคัมภีร์ซึ่งแปลว่า การเปิดเผยการไขความ
หนังสือวิวรณ์เป็นข่าวดี ไม่ใช่หนังสือเล่าเรื่องสยองขวัญ
ให้ผู้อ่านมีความตกใจกลัวเรื่องร้ายๆหรือกลัวว่าวันสิ้นพิภพจะมาถึงในไม่ช้า..
แม้ว่าข้อความในหนังสือม้วนวิวรณ์จะมีหลายตอนที่เข้าใจได้ไม่ง่ายนัก แต่ผู้เขียนก็พยายามที่จะกล่าวอยู่ตลอดเวลาว่าหนังสือของท่านมีเจตนาจะนำความสุขมาให้ผู้อ่านและปฎิบัติตามคำแนะนำที่เขียนอยู่ในหนังสือนั้น..
นับเป็นเรื่องที่ดีที่สมัยนี้ปีนี้วันนี้มีการพิมพ์เขียนเรื่องในหนังสือพระธรรมวิวรณ์ออกมาที่แล้วมานั้นการไขความลับข้อลึกลับของท่านยอห์นในพระธรรมวิวรณ์นั้น เป็นความลับที่สงวนไว้แต่เฉพาะนักตีความพระคริสตธรรมในสถาบันหรือในหมู่ชนคริสเตียนเพียงส่วนน้อยที่จะเข้าใจ หนังสือเล่มนี้เป็นอีกเล่มหนึ่งที่คริสเตียนควรใช้อ่านประกอบพระธรรมวิวรณ์ เพื่อเราจะเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์นำพาเราเปิดตาใจของเราให้เข้าใจขอลับลึกแห่งพระคริสต์ เอเมน.
วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557
พระวาจาวันอาทิตย์-26 ตุลาคม 2557
วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสืออพยพ ( อพย 22:20-26 )
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า “ท่านจะต้องไม่ข่มเหงหรือรังแกคนต่างชาติ เพราะท่านทั้งหลายก็เคยเป็นคนต่างชาติในแผ่นดินอียิปต์ ท่านจะต้องไม่ข่มเหงหญิงม่ายหรือลูกกำพร้า ถ้าท่านข่มเหงเขา เขาจะร้องขอความช่วยเหลือจากเรา เราจะฟังเสียงร้องขอของเขาอย่างแน่นอน เราจะโกรธมาก และจะฆ่าท่านในสงคราม ภรรยาของท่านจะต้องเป็นม่าย และลูกของท่านจะเป็นกำพร้า
ถ้าท่านให้ประชากรยากจนคนใดคนหนึ่งของเราซึ่งอาศัยอยู่กับท่านขอยืมเงิน ท่านจะต้องไม่ทำเหมือนคนออกเงินกู้ที่เรียกร้องให้เขาเสียดอกเบี้ย ถ้า ท่านยึดเสื้อคลุมของเพื่อนไว้เป็นประกัน ท่านจะต้องคืนให้เขาก่อนตะวันตกดิน เพราะเสื้อคลุมเป็นผ้าห่มกายผืนเดียวที่เขามี เขาจะใช้สิ่งใดป้องกันความหนาวเมื่อนอน ถ้าเขาร้องขอความช่วยเหลือจากเรา เราก็จะฟังคำร้องขอของเขา เพราะเราเป็นผู้มีเมตตากรุณา
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงเธสะโลนิกา ฉบับที่หนึ่ง ( 1 ธส 1:5ค-10 )
พี่น้อง ท่านทั้งหลายรู้ว่าเราปฏิบัติตนอย่างไรในหมู่ท่านเพื่อท่าน และท่านก็ได้ทำตามอย่างเราและตามแบบฉบับขององค์พระผู้เป็นเจ้า โดยท่านได้รับพระวาจาด้วยความทุกข์ยากหลายประการ แต่ท่านก็ยังมีความปีติยินดีของพระจิตเจ้า ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงเป็นแบบอย่างให้กับผู้มีความเชื่อทุกคนในแคว้นมาซิโดเนียและแคว้นอา คายา พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้าดังก้องมาจากท่าน ไม่เพียงแต่ในแคว้นมาซิโดเนียและแคว้นอาคายาเท่านั้น ความเชื่อของท่านในพระเจ้ายังเลื่องลือไปทั่วทุกหนทุกแห่ง จนเราไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก เพราะคนเหล่านั้นพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเราว่า เราได้เริ่มงานในหมู่ท่านอย่างไร และท่านกลับใจละทิ้งรูปเคารพมาสู่พระเจ้าอย่างไร เพื่อรับใช้พระเจ้าแท้จริงผู้ทรงชีวิต และรอคอยให้พระบุตรของพระองค์เสด็จมาจากสวรรค์คือพระเยซูเจ้า ผู้ทรงช่วยเราให้พ้นจากพระพิโรธ ที่จะมาถึง พระเยซูเจ้านี้ พระเจ้าทรงบันดาลให้กลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว ( มธ 22:34-40 )
เมื่อชาวฟาริสีได้ยินว่าพระเยซูเจ้าทรงทำให้ชาวสะดูสีนิ่งอึ้งไป จึงมาชุมนุมพร้อมกัน มีคนหนึ่งเป็นบัณฑิตทางกฎหมายได้ทูลถามเพื่อจะจับผิดพระองค์ว่า “พระอาจารย์ บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกในธรรมบัญญัติ” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาของท่าน นี่คือบทบัญญัติเอกและเป็นบทบัญญัติแรก บทบัญญัติประการที่สองก็เช่นเดียวกัน คือท่านต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ธรรมบัญญัติและคำสอนของบรรดาประกาศกก็ขึ้นอยู่กับบทบัญญัติสองประการนี้”
พระคัมภีร์ที่ฉันรักตอนที่ 58
วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสืออพยพ ( อพย 22:20-26 )
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า “ท่านจะต้องไม่ข่มเหงหรือรังแกคนต่างชาติ เพราะท่านทั้งหลายก็เคยเป็นคนต่างชาติในแผ่นดินอียิปต์ ท่านจะต้องไม่ข่มเหงหญิงม่ายหรือลูกกำพร้า ถ้าท่านข่มเหงเขา เขาจะร้องขอความช่วยเหลือจากเรา เราจะฟังเสียงร้องขอของเขาอย่างแน่นอน เราจะโกรธมาก และจะฆ่าท่านในสงคราม ภรรยาของท่านจะต้องเป็นม่าย และลูกของท่านจะเป็นกำพร้า
ถ้าท่านให้ประชากรยากจนคนใดคนหนึ่งของเราซึ่งอาศัยอยู่กับท่านขอยืมเงิน ท่านจะต้องไม่ทำเหมือนคนออกเงินกู้ที่เรียกร้องให้เขาเสียดอกเบี้ย ถ้า ท่านยึดเสื้อคลุมของเพื่อนไว้เป็นประกัน ท่านจะต้องคืนให้เขาก่อนตะวันตกดิน เพราะเสื้อคลุมเป็นผ้าห่มกายผืนเดียวที่เขามี เขาจะใช้สิ่งใดป้องกันความหนาวเมื่อนอน ถ้าเขาร้องขอความช่วยเหลือจากเรา เราก็จะฟังคำร้องขอของเขา เพราะเราเป็นผู้มีเมตตากรุณา
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงเธสะโลนิกา ฉบับที่หนึ่ง ( 1 ธส 1:5ค-10 )
พี่น้อง ท่านทั้งหลายรู้ว่าเราปฏิบัติตนอย่างไรในหมู่ท่านเพื่อท่าน และท่านก็ได้ทำตามอย่างเราและตามแบบฉบับขององค์พระผู้เป็นเจ้า โดยท่านได้รับพระวาจาด้วยความทุกข์ยากหลายประการ แต่ท่านก็ยังมีความปีติยินดีของพระจิตเจ้า ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงเป็นแบบอย่างให้กับผู้มีความเชื่อทุกคนในแคว้นมาซิโดเนียและแคว้นอา คายา พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้าดังก้องมาจากท่าน ไม่เพียงแต่ในแคว้นมาซิโดเนียและแคว้นอาคายาเท่านั้น ความเชื่อของท่านในพระเจ้ายังเลื่องลือไปทั่วทุกหนทุกแห่ง จนเราไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก เพราะคนเหล่านั้นพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเราว่า เราได้เริ่มงานในหมู่ท่านอย่างไร และท่านกลับใจละทิ้งรูปเคารพมาสู่พระเจ้าอย่างไร เพื่อรับใช้พระเจ้าแท้จริงผู้ทรงชีวิต และรอคอยให้พระบุตรของพระองค์เสด็จมาจากสวรรค์คือพระเยซูเจ้า ผู้ทรงช่วยเราให้พ้นจากพระพิโรธ ที่จะมาถึง พระเยซูเจ้านี้ พระเจ้าทรงบันดาลให้กลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว ( มธ 22:34-40 )
เมื่อชาวฟาริสีได้ยินว่าพระเยซูเจ้าทรงทำให้ชาวสะดูสีนิ่งอึ้งไป จึงมาชุมนุมพร้อมกัน มีคนหนึ่งเป็นบัณฑิตทางกฎหมายได้ทูลถามเพื่อจะจับผิดพระองค์ว่า “พระอาจารย์ บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกในธรรมบัญญัติ” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาของท่าน นี่คือบทบัญญัติเอกและเป็นบทบัญญัติแรก บทบัญญัติประการที่สองก็เช่นเดียวกัน คือท่านต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ธรรมบัญญัติและคำสอนของบรรดาประกาศกก็ขึ้นอยู่กับบทบัญญัติสองประการนี้”
วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557
บทอ่านประจำวัน 24 ตุลาคม 57 ศุกร์
วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2014
น.อันตน มารีย์ คลาเรต์ พระสังฆราช
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวเอเฟซัส ( อฟ 4:1-6 )
พี่น้อง ข้าพเจ้าผู้ถูกจองจำเพราะองค์พระผู้เป็นเจ้า วอนขอท่านทั้งหลายให้ดำเนินชีวิตสมกับการที่ท่านได้รับเรียก จงถ่อมตนอยู่เสมอ จงมีความอ่อนโยน พากเพียรอดทนต่อกันด้วยความรัก พยายามรักษาเอกภาพแห่งพระจิตเจ้าด้วยสายสัมพันธ์แห่งสันติ มีกายเดียวและจิตเดียว ดังที่พระเจ้าทรงเรียกท่านให้มีความหวังประการเดียว มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว ความเชื่อหนึ่งเดียว ศีลล้างบาปหนึ่งเดียว พระเจ้าหนึ่งเดียว ผู้ทรงเป็นพระบิดาของทุกคน พระองค์ทรงอยู่เหนือทุกคน ทรงกระทำการผ่านทุกคน และสถิตในทุกคน
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา ( ลก 12:54-59 )
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับประชาชนว่า “เมื่อ ท่านเห็นเมฆก่อตัวขึ้นทางทิศตะวันตก ท่านก็กล่าวได้ทันทีว่าฝนจะตก และก็เป็นเช่นนั้น เมื่อลมทิศใต้พัดมา ท่านก็กล่าวว่าอากาศจะร้อน และก็เป็นเช่นนั้น คนหน้าซื่อใจคดเอ๋ย ท่านรู้จักวินิจฉัยลักษณะดินฟ้าอากาศ แล้วทำไมจึงไม่วินิจฉัยเวลาปัจจุบันนี้เล่า ทำไมท่านจึงไม่ตัดสินด้วยตนเองว่าสิ่งใดถูกต้องเล่า ขณะที่ท่านกำลังไปศาลกับคู่ความของท่าน จงพยายามตกลงกันเสียระหว่างทาง เพื่อมิให้คู่ความของท่านลากท่านไปต่อหน้าผู้พิพากษาและผู้พิพากษาจะมอบท่าน ให้แก่ผู้คุม และผู้คุมจะขังท่านไว้ในคุก เราบอกท่านว่า ท่านจะออกจากคุกไม่ได้จนกว่าท่านจะชำระหนี้จนถึงเศษสตางค์ สุดท้าย”
วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 24102014เฝ้าเดี่ยวกับ ศาสนาจารย์วเรศ ราชรักษ์ฺ
(วว. 2:1 [THSV])
“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัสว่า ‘พระองค์ผู้ทรงถือดาวทั้งเจ็ดไว้ในพระหัตถ์ขวา และทรงดำเนินอยู่ท่ามกลางคันประทีปทองคำทั้งเจ็ดนั้นตรัสดังนี้ว่า
(วว. 2:2 [THSV])
“เรารู้จักความประพฤติของเจ้า รู้เรื่องการตรากตรำและความทรหดอดทนของเจ้า และรู้ว่าเจ้าไม่ยอมทนต่อพวกคนชั่วได้ เจ้าทดสอบพวกที่อ้างตัวว่าเป็นอัครทูต แต่ไม่ได้เป็น และเจ้าก็พบว่าพวกเขาโกหก
(วว. 2:3 [THSV])
เรารู้ว่าพวกเจ้ามีความทรหดอดทน และยอมทนเพราะนามของเรา และไม่ได้อ่อนระอา
(วว. 2:4 [THSV])
แต่เรามีข้อที่จะต่อว่าเจ้าบ้าง คือว่าเจ้าละทิ้งความรักครั้งแรกของเจ้า
(วว. 2:5 [THSV])
เพราะฉะนั้นจงระลึกถึงสภาพเดิมที่เจ้าตกลงมาแล้วนั้น จงกลับใจใหม่และทำตามที่ประพฤติในตอนแรก มิฉะนั้นเราจะมาหาเจ้า และจะย้ายคันประทีปของเจ้าออกจากที่ของมัน นอกจากว่าเจ้าจะกลับใจใหม่
(วว. 2:6 [THSV])
แต่ว่าเจ้ายังมีข้อดีอยู่ คือว่าเจ้าเกลียดชังความประพฤติของพวกนิโคเลาส์ที่เราเองก็เกลียดชัง
(วว. 2:7 [THSV])
ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความที่พระวิญญาณตรัสกับคริสตจักรทั้งหลาย คนที่ชนะ เราจะให้เขากินผลจากต้นไม้ที่ให้ชีวิต ที่อยู่ในเมืองบรมสุขเกษมของพระเจ้า” ’
(วว. 2:8 [THSV])
“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองสเมอร์นาว่า ‘พระองค์ผู้ทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย ผู้ซึ่งสิ้นพระชนม์แล้ว และกลับมีชีวิตอีก ตรัสดังนี้ว่า
(วว. 2:9 [THSV])
“เรารู้เรื่องความยากลำบากและยากจนของเจ้า (แต่ว่าเจ้าก็มั่งมี) และรู้เรื่องการกล่าวร้ายของพวกที่อ้างตัวว่าเป็นยิวและไม่ได้เป็น แต่เป็นธรรมศาลาของซาตาน
(วว. 2:10 [THSV])
อย่ากลัวการทนทุกข์ที่เจ้าจะได้รับนั้น นี่แน่ะ มารจะขังพวกเจ้าบางคนไว้ในคุกเพื่อทดลองพวกเจ้า และเจ้าทั้งหลายจะได้รับความยากลำบากถึงสิบวัน แต่เจ้าจงซื่อสัตย์จวบจนวันตาย และเราจะมอบมงกุฎแห่งชีวิตให้แก่เจ้า
(วว. 2:11 [THSV])
ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความที่พระวิญญาณตรัสกับคริสตจักรทั้งหลาย คนที่ชนะจะไม่ได้รับอันตรายจากความตายครั้งที่สองเลย” ’
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 24102014เฝ้าเดี่ยวกับ ศาสนาจารย์วเรศ ราชรักษ์ฺ
(วว. 2:1 [THSV])
“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัสว่า ‘พระองค์ผู้ทรงถือดาวทั้งเจ็ดไว้ในพระหัตถ์ขวา และทรงดำเนินอยู่ท่ามกลางคันประทีปทองคำทั้งเจ็ดนั้นตรัสดังนี้ว่า
(วว. 2:2 [THSV])
“เรารู้จักความประพฤติของเจ้า รู้เรื่องการตรากตรำและความทรหดอดทนของเจ้า และรู้ว่าเจ้าไม่ยอมทนต่อพวกคนชั่วได้ เจ้าทดสอบพวกที่อ้างตัวว่าเป็นอัครทูต แต่ไม่ได้เป็น และเจ้าก็พบว่าพวกเขาโกหก
(วว. 2:3 [THSV])
เรารู้ว่าพวกเจ้ามีความทรหดอดทน และยอมทนเพราะนามของเรา และไม่ได้อ่อนระอา
(วว. 2:4 [THSV])
แต่เรามีข้อที่จะต่อว่าเจ้าบ้าง คือว่าเจ้าละทิ้งความรักครั้งแรกของเจ้า
(วว. 2:5 [THSV])
เพราะฉะนั้นจงระลึกถึงสภาพเดิมที่เจ้าตกลงมาแล้วนั้น จงกลับใจใหม่และทำตามที่ประพฤติในตอนแรก มิฉะนั้นเราจะมาหาเจ้า และจะย้ายคันประทีปของเจ้าออกจากที่ของมัน นอกจากว่าเจ้าจะกลับใจใหม่
(วว. 2:6 [THSV])
แต่ว่าเจ้ายังมีข้อดีอยู่ คือว่าเจ้าเกลียดชังความประพฤติของพวกนิโคเลาส์ที่เราเองก็เกลียดชัง
(วว. 2:7 [THSV])
ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความที่พระวิญญาณตรัสกับคริสตจักรทั้งหลาย คนที่ชนะ เราจะให้เขากินผลจากต้นไม้ที่ให้ชีวิต ที่อยู่ในเมืองบรมสุขเกษมของพระเจ้า” ’
(วว. 2:8 [THSV])
“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองสเมอร์นาว่า ‘พระองค์ผู้ทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย ผู้ซึ่งสิ้นพระชนม์แล้ว และกลับมีชีวิตอีก ตรัสดังนี้ว่า
(วว. 2:9 [THSV])
“เรารู้เรื่องความยากลำบากและยากจนของเจ้า (แต่ว่าเจ้าก็มั่งมี) และรู้เรื่องการกล่าวร้ายของพวกที่อ้างตัวว่าเป็นยิวและไม่ได้เป็น แต่เป็นธรรมศาลาของซาตาน
(วว. 2:10 [THSV])
อย่ากลัวการทนทุกข์ที่เจ้าจะได้รับนั้น นี่แน่ะ มารจะขังพวกเจ้าบางคนไว้ในคุกเพื่อทดลองพวกเจ้า และเจ้าทั้งหลายจะได้รับความยากลำบากถึงสิบวัน แต่เจ้าจงซื่อสัตย์จวบจนวันตาย และเราจะมอบมงกุฎแห่งชีวิตให้แก่เจ้า
(วว. 2:11 [THSV])
ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความที่พระวิญญาณตรัสกับคริสตจักรทั้งหลาย คนที่ชนะจะไม่ได้รับอันตรายจากความตายครั้งที่สองเลย” ’
บทอ่านประจำวัน 23 ตุลาคม 57 พฤหัส
วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 2014
น.ยอห์น กาปิสตราโน พระสงฆ์
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวเอเฟซัส ( อฟ 3:14-21)
พี่น้อง ข้าพเจ้าจึงคุกเข่าเฉพาะพระพักตร์ของพระบิดา ผู้ทรงเป็นที่มาของครอบครัวทั้งหลาย ไม่ว่าบนสวรรค์หรือบนแผ่นดิน ขอพระองค์ประทานพละกำลังแก่ท่านเดชะพระจิตเจ้าตามความไพบูลย์แห่งพระสิริ รุ่งโรจน์ของพระองค์ ให้ชีวิตภายในของท่านเข้มแข็งยิ่งขึ้น พระคริสตเจ้าจะได้ทรงพำนักในจิตใจของท่านอาศัยความเชื่อ
เมื่อท่านฝังรากและตั้งมั่นอยู่บนความรักแล้ว ท่านและบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะได้เข้าใจถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก อีกทั้งหยั่งรู้ซึ้งถึงความรักซึ่งเกินกว่าจะหยั่งรู้ได้ของพระคริสตเจ้า เพื่อท่านจะได้รับความไพบูลย์ทั้งปวงของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม ขอ พระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระเจ้า ผู้ทรงกระทำทุกอย่างได้ตามพระอานุภาพที่แสดงพลังอยู่ในตัวเรามากกว่าที่เรา อาจขอหรือคาดคิด ขอพระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระองค์ในพระศาสนจักร และในพระคริสตเยซู ทุกยุคสมัยตลอดนิรันดร อาเมน
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา (ลก 12:49-53 )
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “เรา มาเพื่อจุดไฟในโลก เราปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้โลกนี้ลุกเป็นไฟ เรามีการล้างที่จะต้องรับ และเราเป็นทุกข์กังวลใจอย่างมากจนกว่าการล้างนี้จะสำเร็จ ท่านคิดว่าเรามาเพื่อนำสันติภาพมาสู่โลกหรือ มิได้ เราบอกท่านทั้งหลายว่า เรานำความแตกแยกมาต่างหาก ตั้งแต่นี้ไป คนห้าคนในบ้านหนึ่งจะแตกแยกกัน คนสามคนจะแตกแยกกับคนสองคน และคนสองคนจะแตกแยกกับคนสามคน บิดาจะแตกแยกกับบุตรชาย และบุตรชายจะแตกแยกกับบิดา มารดาจะแตกแยกกับบุตรหญิง และบุตรหญิงจะแตกแยกกับมารดา มารดาของสามีจะแตกแยกกับบุตรสะใภ้ และบุตรสะใภ้จะแตกแยกกับมารดาของสามี”
บทอ่านประจำวัน 23 ตุลาคม 57 พฤหัส
วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
อฟ 3:14-21…
14ข้าพเจ้าจึงคุกเข่าเฉพาะพระพักตร์ของพระบิดา 15ผู้ทรงเป็นที่มาของครอบครัวทั้งหลาย ไม่ว่าบนสวรรค์หรือบนแผ่นดิน 16ขอพระองค์ประทานพละกำลังแก่ท่านเดชะพระจิตเจ้าตามความไพบูลย์แห่งพระสิริ รุ่งโรจน์ของพระองค์ ให้ชีวิตภายในของท่านเข้มแข็งยิ่งขึ้น 17พระคริสตเจ้าจะได้ทรงพำนักในจิตใจของท่านอาศัยความเชื่อ เมื่อท่านหยั่งรากและตั้งมั่นอยู่บนความรักแล้ว 18ท่านและบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะได้เข้าใจถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก
19อีกทั้งหยั่งรู้ซึ้งถึงความรักซึ่งเกินกว่าจะหยั่งรู้ได้ ของพระคริสตเจ้า เพื่อท่านจะได้รับความไพบูลย์ทั้งปวงของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม 20ขอพระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระเจ้า ผู้ทรงกระทำทุกอย่างได้ตามพระอานุภาพที่แสดงพลังอยู่ในตัวเรามากกว่าที่เรา อาจขอหรือคาดคิด 21ขอพระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระองค์ในพระศาสนจักร และในพระคริสตเยซู ทุกยุคสมัยตลอดนิรันดร อาเมน
อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• “ขอพระองค์ประทานพละกำลังแก่ท่านเดชะพระจิตเจ้าตามความไพบูลย์แห่งพระสิริ รุ่งโรจน์ของพระองค์ ให้ชีวิตภายในของท่านเข้มแข็งยิ่งขึ้น”
• “ชีวิตภายใน กำลังภายใน” เราเคยดูหนังกำลังภายใน พ่อเคยเขียนถึงมังกรหยกอยู่ระยะหนึ่ง หนังกำลังพายใน....
• เราจะพบกว่า พลังของอธรรมและธรรมะก็ทรงพลังพอๆ กัน ฝ่ายอธรรมฝึกปรึกกันในทางชั่วสุดๆเพื่อบรรลุเป้าหมาย
o ฝ่ายอธรรมเป้าหมายทำลายแสวงอำนาจ ฆ่าฟัน อันธพาล และแสวงอำนาจ แสวงประโยชน์ สร้างความหวาดกลัว o ฝ่ายธรรมะก็มุ่งขจัดคนพาลอภิบาลคนดี ช่วยเหลือ ปกป้อง รักษาสิทธิ์ และสร้างสังคมคุณธรรม รักษาสันติและความสงบ แต่นะ สองฝ่ายก็ช่างสะสมสร้างพลัง กำลังภายในกันทั้งคู่
• ถ้าเป็นพรรคมาร พวกมันจะสะสมพลัง อำนาจ สร้างเครือข่าย วางรากฐาน กระจายความมีอิทธิพลและอำนาจในทุกเขตแคว้น ทั่วอาณาจักรยุทธภพ... บ้างชุมนุมกันในหมู่ตึกคนพาลประเภทที่รวมของคนชั่วและแผนการชั่วร้ายทั้ง หลาย... สะสมอำนาจ การเงิน การคลัง ขุมพลังเพื่อกว้านซื้ออำนาจ รักษาฐานกระแสเสียงและความชั่วเลวจนดูว่าเป็นอำนาจของพวกตน มีกำลังภายในแน่นอนวิชามารร้อยเล่มเกวียน ประเภทคัมภีร์ชั่วที่จารึกบนหนังของมนุษย์ หรือคัมภีร์ที่ต้องสำเร็จด้วยการจิกเจาะกะโหลกนับร้อยนับพัน หรือแม้แต่ต้องฆ่าผู้บริสุทธิ์เพื่อเอามาเป็นเหยื่อสังเวยพิธีกรรมชั่วร้าย ของตน โอยวิชามารมีร้อยเล่มร้อยรูปแบบ แต่ทุกแบบก็คือการสร้างความทุกข์ ความตาย หรือมอบความเป็นเหยื่อให้คนอื่นๆทั้งสิ้น....ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำตำแน่นความ ชั่วและความอธรรมของตน เพื่อสร้าง “อำนาจมืด” แบบของตน
• ฝ่ายธรรมะก็ต้องเข้าวัดเข้าวา เข้าป่าเข้าดง ขึ้นขุนเขาสูง ปีน ๆๆๆ ปีนกันขึ้นไปให้ไกลจากฝูงชน ประหนึ่งว่า แค่เริ่มต้นก็ไม่ต้องการสร้างความลำบากให้ใคร ไม่ทำลายสันติสุขหรือแม้แต่ความสงบเพื่อการฝึกฝนของตนเอง... เข้าถ้ำสงบพบความสงัดอัดแน่นด้วยการภาวนากรรมฐานและร่ายสูตรคาถา ฝึกลึกลมปราณแห่งขุมจิตใจ ปิดปากถ้ำ ถือศีลกินเจ หรือไม่กินเลย เพื่อกำจัดความอยาก ให้พลังเติบโตพัฒนาขับเคลื่อนจากภายใน ไม่วุ่นวายกับใคร ออกไปอยู่เกาะดอกท้อ เกาะโน้นเกาะนี้ เพื่อโดดเดียวและเข้าสู่สัจธรรมแห่งความจริง และการเคลื่อนไหวอย่างรู้ตัวและควบคุมตนเองได้ นั่นคือ พลังธรรมะที่ต้องแสวงหาและหาความหยุดนิ่งให้มากที่สุด เพื่อใช้ความหยุดนิ่งสงบความเคลื่อนไหวของมาร...
• พี่น้องที่รัก เราอยู่ในกระแสโลก... กระแสที่รุนแรงกว่ามหากาพย์มังกรหยกหรือกระบี่มังกรฟ้า และยุทธภพปัจจุบันก็โหดร้ายและกระแสแรง กระแสที่เรียกว่า โลกนิยม (Secularism) นิยมโลก นิยมแต่ความคิดของฝ่ายโลก นิยมเรื่องฝ่ายกายจนลืมฝ่ายจิต เอาแต่ได้ เห็นแก่ตัว แบ่งพรรคแบ่งพวก พวกมากลากไป พวกมากเสียงมากถือว่าถูกทั้งๆที่ผิด แต่ก็ต้องทำได้ทุกอย่างไม่สนใจถูกผิดเพราะพวกมาก
• ความยุติธรรมอยู่ที่เสียงข้างมาก (กระนั้นหรือ) ความถูกต้องอยู่ที่กองเงิน ประชานิยม และเสียงคะแนนโหวตที่ได้มา (ได้มาอย่างไรไม่สำคัญ) ขอให้ได้มา อำนาจได้มาจากการเชิดชูสู่สถาน จัดการทุกอย่างให้อยู่ในมือได้ถือว่าเบ็ดเสร็จก็ถือว่าสำเร็จ
• พ่อเขียนมาเพื่อชวนให้เราคริสตชนอ่านพระวาจากันหน่อยครับ เพื่อเห็นชัดๆ ว่า
o กำลังภายในชีวิตภายในของเรามาจากพลังของพระเจ้าจริงๆ
o ศีลล้างบาปทำให้เราเป็นฝ่ายธรรมะเกินร้อย เกินร้อยจริงๆ
o พลังภายในของเราต้องโดดเด่นท่วมท้นจากความรักของพระเจ้าในชีวิตเรา
• อ่านพระคัมภีร์วันนี้และจะเห็นทุกอย่างชัดเจนที่สุดเลยครับ ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านนะครับ “ขอพระองค์ประทานพละกำลังแก่ท่านเดชะพระจิตเจ้าตามความไพบูลย์แห่งพระสิริ รุ่งโรจน์ของพระองค์ ให้ชีวิตภายในของท่านเข้มแข็งยิ่งขึ้น”
• “พระคริสตเจ้าจะได้ทรงพำนักในจิตใจของท่านอาศัยความเชื่อ เมื่อท่านหยั่งรากและตั้งมั่นอยู่บนความรักแล้ว ท่านและบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะได้เข้าใจถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก อีกทั้งหยั่งรู้ซึ้งถึงความรักซึ่งเกินกว่าจะหยั่งรู้ได้ ของพระคริสตเจ้า”
• อ่านพระคัมภีร์และจะมีความสุขจริงๆ ครับ ขอพระเจ้าอวยพร ฝึกกำลังความดีจากภายในกันให้มากๆ นะครับ
วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 23102014เฝ้าเดี่ยวกับ ศาสนาจารย์วเรศ ราชรักษ์ฺ
(วว. 1:9 [THSV])
ข้าพเจ้าคือยอห์น พี่น้องของท่านทั้งหลาย ผู้มีส่วนร่วมในความยากลำบาก และในอาณาจักร และในความทรหดอดทนในพระเยซู ข้าพเจ้ามาอยู่ที่เกาะปัทมอสเพราะเหตุพระวจนะของพระเจ้าและคำพยานของพระเยซู
(วว. 1:10 [THSV])
พระวิญญาณทรงดลใจข้าพเจ้าในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้า และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงดังเหมือนอย่างเสียงแตรมาจากข้างหลังข้าพเจ้า
(วว. 1:11 [THSV])
ตรัสว่า “สิ่งที่ท่านเห็นนั้นจงเขียนไว้ในหนังสือม้วน และส่งไปให้คริสตจักรทั้งเจ็ด คือคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส เมืองสเมอร์นา เมืองเปอร์กามัม เมืองธิยาทิรา เมืองซาร์ดิส เมืองฟีลาเดลเฟียและเมืองเลาดีเซีย”
(วว. 1:12 [THSV])
แล้วข้าพเจ้าก็หันกลับมาดูตรงที่พระสุรเสียงตรัสกับข้าพเจ้านั้น และเมื่อหันกลับมาแล้วข้าพเจ้าก็เห็นคันประทีปทองคำเจ็ดคัน
(วว. 1:13 [THSV])
ในท่ามกลางคันประทีปเหล่านั้นมีผู้หนึ่งเหมือนบุตรมนุษย์ ทรงฉลองพระองค์ยาวคลุมพระบาท และทรงคาดแถบทองคำที่พระอุระ
(วว. 1:14 [THSV])
พระเศียรและพระเกศาของพระองค์ขาวเหมือนอย่างขนแกะ และขาวเหมือนอย่างหิมะ พระเนตรของพระองค์เหมือนอย่างเปลวไฟ
(วว. 1:15 [THSV])
พระบาทของพระองค์เหมือนทองสัมฤทธิ์ ประหนึ่งหลอมบริสุทธิ์แล้วในเตาไฟ พระสุรเสียงของพระองค์เหมือนอย่างเสียงน้ำมากหลาย
(วว. 1:16 [THSV])
พระหัตถ์ขวาของพระองค์ทรงถือดวงดาวเจ็ดดวง และมีดาบสองคมที่คมกริบออกมาจากพระโอษฐ์ และพระพักตร์ของพระองค์เหมือนอย่างดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงแรงกล้า
(วว. 1:17 [THSV])
เมื่อข้าพเจ้าเห็นพระองค์ ข้าพเจ้าก็ล้มลงแทบพระบาทของพระองค์เหมือนอย่างคนตาย และพระองค์วางพระหัตถ์ขวาบนตัวข้าพเจ้า แล้วตรัสว่า “อย่ากลัวเลย เราเป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย
(วว. 1:18 [THSV])
เป็นผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ เราได้ตายแล้ว แต่นี่แน่ะ เรายังดำรงชีวิตอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์ และเราถือลูกกุญแจทั้งหลายแห่งความตายและแห่งแดนคนตาย
(วว. 1:19 [THSV])
เพราะฉะนั้น จงเขียนสิ่งที่เจ้าเห็นแล้วคือสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้ กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
(วว. 1:20 [THSV])
ส่วนความล้ำลึกของดาวทั้งเจ็ดดวงซึ่งเจ้าเห็นในมือขวาของเรา และของคันประทีปทองคำทั้งเจ็ดนั้น ดาวเจ็ดดวงก็คือบรรดาทูตสวรรค์ของคริสตจักรทั้งเจ็ด และคันประทีปเจ็ดคันนั้นก็คือคริสตจักรทั้งเจ็ด
บทอ่านประจำวัน 22 ตุลาคม 57 พุธ
วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
อฟ 3:2-12…………..
2ท่านคงรู้แล้วถึงพระหรรษทาน ซึ่งพระเจ้าประทานให้ข้าพเจ้าประกอบพันธกิจเพื่อประโยชน์ของท่าน 3ข้าพเจ้ารู้ธรรมล้ำลึกนี้เพราะพระเจ้าทรงเปิดเผย ดังที่ข้าพเจ้าเขียนไว้ก่อนหน้านี้โดยสังเขป 4เมื่ออ่านแล้ว ท่านจะเข้าใจว่าข้าพเจ้ารู้ธรรมล้ำลึกเรื่องพระคริสตเจ้าได้อย่างไร 5ธรรมล้ำลึกนี้พระองค์มิได้ทรงเปิดเผยให้มนุษย์ในอดีตรู้ แต่บัดนี้พระเจ้าทรงเปิดเผยเดชะพระจิตเจ้าให้แก่บรรดาอัครสาวกและประกาศกผู้ ศักดิ์สิทธิ์รู้ว่า 6คนต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมในกองมรดกเดียวกัน ร่วมเป็นกายเดียวกัน ร่วมรับพระสัญญาเดียวกันในพระคริสตเยซูอาศัยข่าวดี 7ข้าพเจ้ามาเป็นผู้รับใช้ข่าวดีนี้เดชะพระหรรษทานที่พระเจ้าทรงพระกรุณา ประทานให้
เพื่อสำแดงพระอานุภาพของพระองค์ 8ข้าพเจ้าผู้ต่ำต้อยที่สุดในบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ได้รับมอบพระหรรษทานนี้ เพื่อประกาศให้คนต่างชาติรู้ถึงความไพบูลย์สุดที่จะหยั่งรู้ได้ของพระคริสต เจ้า 9และอธิบายให้เข้าใจถึงแผนการล้ำลึก ซึ่งซ่อนเร้นอยู่เป็นเวลานานมาแล้วในพระเจ้า พระผู้สร้างสรรพสิ่ง 10เพื่อเทพนิกรเจ้าและเทพนิกรอำนาจในสวรรค์ได้รู้ พระปรีชาญาณของพระเจ้าในรูปแบบต่าง ๆ ณ บัดนี้โดยทางพระศาสนจักร 11ตามพระประสงค์นิรันดรที่ทรงกระทำให้สำเร็จไปในพระคริสตเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา 12เดชะพระคริสตเจ้าและด้วยความเชื่อในพระองค์ เราจึงกล้าเข้าไปเฝ้าพระเจ้าด้วยความมั่นใจ
อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• “ข่าวดี” “พระวรสาร” เรื่องน่ายินดี ข่าวดีที่เราได้รับจากพระเยซูเจ้า เราได้รับมาจากพระคัมภีร์ คือ ข่าวดี....
• ภาษากรีก Euaggelion อ่านออกเสียง “เอวอังเกลีออน หรืออ่าน เอวังเกลีออน” รากภาษา
o Eu (เอว= แปลว่า “ดี”)
o Aggelos อ่านออกเสียง “อังเกลอส” อันที่จริงแปลว่า ทูตสวรรค์ หรือผู้นำสาร ผู้สื่อสาร ข่าว และ Aggelion แปลว่า “สาร หรือข่าวสาร”
• รวมความแปลว่า “ข่าวดี”
• พ่ออยากให้เราเข้าใจถึงความหมายของข่าวดี นักบุญเปาโลประกาศข่าวดี และใช้คำว่า “ข่าวดี”เสมอๆ และในพระศาสนจักรก็กล่าวถึง “ข่าวดี” หรือ “การประกาศข่าวดี” (Evangelization) และปัจจุบันประเทศไทยของเราและพระศาสนจักรสากลกำลังเน้น “การประกาศข่าวดีใหม่” (New Evangelization) ความหมายที่จริงคืออะไร เรามาศึกษาเรื่องนี้กันหน่อยดีไหมครับ... ขณะที่เราอ่านนี้
• New Evangelization “การประกาศข่าวดีใหม่” พระศาสนจักรต้องการการประกาศพระวรสารแบบใหม่ ไม่ใช่เนื้อหาใหม่แต่วิธีการแบบใหม่เพื่อประกาศพระคริสตเจ้าในโลกปัจจุบัน
• อะไรคือบ่อเกิด หรือเหตุผลของการประกาศข่าวดี พี่น้องทราบไหมครับ
o บ่อเกิดของการประกาศข่าวดี คือ “ความรักของพระคริสตเจ้า” ความรักที่พระองค์ปรารถนาให้ทุกคนได้รับความรอดตลอดนิรันดร
o พระศาสนจักรคือผู้ประกาศข่าวดี ทุกคนในสมาชิกของพระศาสนจักรคือผู้ประกาศข่าวดีเสมอไป...
o และจุดเริ่มต้นของการประกาศข่าวดีคือ พวกเราเองทุกคนต้องไดรับข่าวดี ได้รับการประกาศข่าวดีก่อนอย่างชัดเจน.. เราคริสตชนต้องเป็น “ชุมชนแห่งความหวังและเจริญชีวิตในความหวัง” ก่อนอื่นใด ก่อนใครๆ เราต้องเป็นชุมชนวัดที่มีแต่ความหวังครับ.. ต้องเป็นชุมชนแห่งความเชื่อที่เจริญชีวิตในความรักฉันพี่น้องตลอดเวลา
o เป็นได้ไหมครับ หรือกำลังเป็นข่าวดีกันอยู่ไหมครับ สำคัญที่สุด เราต้องเป็นข่าวดี กลุ่มคริสตชนต้องเป็นข่าวดีด้วยชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานแห่งความหวังตลอดไป
o สรุปง่ายๆว่า พระศาสนจักร คือเราทุกคนต้องเป็นผู้ฟังข่าวดี และต้องเชื่อในข่าวดีอย่างจริงใจก่อนใคร และมีความหวังเสมอในข่าวดีแห่งความรักและเปี่ยมด้วยความหวัง...
• พ่อมีคำถามครับ สังคมคริสตชนของเรา ณ ปัจจุบัน เป็นเช่นนี้หรือไม่ เราคริสตชนทุกคนเป็นผู้ได้รู้จักพระคริสตเจ้าจริงๆไหม?? เราเป็นผู้ที่มีความหวังและเป็นบุคคลแห่งความหวังจริงๆไหม??
• พระศาสนจักรที่กรุงโรม สมัชชาฯที่ผ่านมาและสมัชชาใหญ่ของประเทศไทยของเรากำลังห่วงใยสมาชิกพระ ศาสนจักรในโลกปัจจุบัน เพราะเราอยู่ท่ามกลางแรงผลักดัน และการท้าทายหลายด้านจริงๆ เช่น ด้านสังคม เศรษฐกิจ สื่อสารมวลชนสมัยใหม่ และอีกหลายๆ ด้านที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและท้าทายพระศาสนจักรจริงๆ ให้ต้องพิจารณา
• วันนี้พ่ออยากอัญเชิญคำสอนของพระสันตะปาปายอห์นปอลที่สอง พระองค์สอนไว้น่าฟังเหลือเกินในเรื่องการฟื้นฟูการประกาศพระวรสารในรูปแบบ ใหม่ในโลกปัจจุบัน พระองค์สอนว่า
o “การฟื้นฟูการประกาศข่าวดีจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อ พระสังฆราช พร้อมกับพระสงฆ์และคริสตชนของท่าน เมื่อพวกท่านจะยอมรับว่าเป็นหน้าโดยบังคับของตน เป็นการบังคับอุทิศตนมิใช่เพียงแต่มุ่งเพื่อฟื้นฟูชีวิตคริสตชนของตนอย่า แท้จริงเท่านั้น แต่ต้องเป็นผู้ประกาศข่าวดีในสภาพสังคมปัจจุบันด้วย ด้วยวิธีการใหม่ๆที่ต้องแสดงออกในชีวิตของตนที่ต้องประกาศข่าวดี”
o เอาเป็นว่า เราต้องเอาจริงกับการเป็นคริสตชนจริงๆ เป็นคริสตชนไม่เป็นไม่ได้ หรือเป็นๆไปแบบไม่เป็น.. ไม่ชัดเจนในการเป็นคริสตชน
o นั่นคือการเริ่มต้นจากพวกเราที่ต้องเจริญชีวิตเป็น “ประจักษ์พยานแห่งความหวัง” ตลอดไป
• พี่น้องที่รัก อ่านพระคัมภีร์วันนี้ และเราจะรู้ว่า เป็นพระหรรษทานที่เราได้รับมา และเราต้องประกาศข่าวดีตลอดไปเช่นกัน อ่านพระคัมภีร์นะครับ เชื่อ และให้เราเป็นข่าวดีนะครับ ขอพระเจ้าอวยพรครับ
วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 22102014เฝ้าเดี่ยวกับ ศาสนาจารย์วเรศ ราชรักษ์ฺ
(วว. 1:1 [THSV])
วิวรณ์ของพระเยซูคริสต์ที่พระเจ้าประทานแก่พระองค์ เพื่อสำแดงต่อบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์เกี่ยวกับสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และพระองค์ทรงใช้ทูตสวรรค์ไปแจ้งกับยอห์นผู้รับใช้ของพระองค์
(วว. 1:2 [THSV])
ยอห์นเป็นพยานให้กับพระวจนะของพระเจ้าและให้กับคำพยานของพระเยซูคริสต์ คือทุกสิ่งที่ท่านเห็น
(วว. 1:3 [THSV])
ความสุขมีแก่ผู้ที่อ่านและแก่บรรดาผู้ที่ฟังคำเผยพระวจนะ แล้วประพฤติตามสิ่งต่างๆ ที่เขียนไว้ในนั้น เพราะว่าเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว
(วว. 1:4 [THSV])
ยอห์น ขอเรียนคริสตจักรทั้งเจ็ดที่อยู่ในแคว้นเอเชีย ขอให้ท่านทั้งหลายได้รับพระคุณและสันติสุขจากพระองค์ผู้ทรงเป็นอยู่ ผู้ทรงเคยเป็นอยู่ และผู้ที่จะเสด็จมาและจากพระวิญญาณทั้งเจ็ดที่เฝ้าอยู่หน้าพระที่นั่งของพระองค์
(วว. 1:5 [THSV])
และจากพระเยซูคริสต์พยานผู้ซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นผู้แรกที่ทรงเป็นขึ้นจากตาย และเป็นผู้ทรงครอบครองเหนือบรรดากษัตริย์ในโลก พระองค์ทรงรักเรา ทรงปลดปล่อยเราจากบาปของเราด้วยพระโลหิตของพระองค์
(วว. 1:6 [THSV])
และทรงตั้งเราให้เป็นอาณาจักรและเป็นพวกปุโรหิตของพระเจ้าพระบิดาของพระองค์ ขอพระเกียรติและอานุภาพจงมีแด่พระองค์สืบๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน
(วว. 1:7 [THSV])
นี่แน่ะ พระองค์จะเสด็จมาพร้อมกับหมู่เมฆ และนัยน์ตาทุกดวงจะเห็นพระองค์ แม้แต่คนทั้งหลายที่แทงพระองค์ และมนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ทั่วโลกจะคร่ำครวญเพราะพระองค์ จะเป็นไปอย่างนั้น อาเมน
(วว. 1:8 [THSV])
พระเจ้าผู้ทรงเป็นอยู่ ผู้ทรงเคยเป็นอยู่ ผู้ที่จะเสด็จมา และผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ตรัสว่า “เราเป็นอัลฟาและโอเมกา”
บทอ่านประจำวัน 21 ตุลาคม 57 อังคาร
วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
อฟ 2:12-22…
12จงระลึกเถิดว่า เวลานั้น ท่านอยู่ห่างจากพระคริสตเจ้า ถูกกีดกันมิให้เป็นประชากรอิสราเอล เป็นคนต่างด้าว ไม่มีส่วนในพระสัญญาและในพันธสัญญา อยู่ในโลกนี้โดยไม่มีความหวังและไม่มีพระเจ้า 13แต่บัดนี้ในองค์พระคริสตเยซู ท่านทั้งหลายซึ่งในอดีตเคยอยู่ห่างไกลได้เข้ามาอยู่ใกล้ เดชะพระโลหิตของพระคริสตเจ้า 14พระองค์คือสันติของเรา ทรงกระทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นหนึ่งเดียวโดยทรงทำลายกำแพงที่แบ่งแยกคือการเป็น ศัตรูกัน 15ทรงล้มเลิกธรรมบัญญัติพร้อมกับข้อบังคับและข้อห้ามต่าง ๆ เมื่อทรงรับร่างกายเป็นมนุษย์เพื่อสร้างสันติ ทำให้ทั้งสองฝ่ายกลับเป็นมนุษย์คนใหม่คนเดียว ในพระองค์
16โดยทางไม้กางเขนทรงทำให้ทั้งสองฝ่ายกลับคืนดีกับพระเจ้า รวมเป็นกายเดียว และทรงขจัดการเป็นศัตรูกันเดชะพระองค์ 17พระองค์เสด็จมา ประกาศสันติเป็นข่าวดีสำหรับท่านทั้งหลายที่อยู่ห่างไกล และประกาศสันติเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่อยู่ใกล้ 18เดชะพระองค์เราทั้งสองฝ่ายจึงเข้าไปเฝ้าพระบิดาเจ้าได้ในพระจิตเจ้าองค์ เดียวกัน 19ท่าน จึงไม่เป็นคนต่างด้าวหรือผู้อาศัยอีกต่อไป แต่เป็นเพื่อนร่วมชาติกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้า 20ถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารโดยมีบรรดาอัครสาวกและประกาศกเป็นรากฐาน มีพระคริสตเยซูทรงเป็นศิลาหัวมุม 21พระคริสตเจ้าทรงทำให้อาคารทุกส่วนต่อกันสนิทเจริญขึ้นเป็นพระวิหาร ศักดิ์สิทธิ์เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า 22ในพระคริสตเจ้า ท่านทั้งหลายก็เช่นกันกำลังถูกก่อสร้างร่วมกันขึ้นเป็นที่ประทับของพระเจ้า เดชะพระจิตเจ้า
อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• อ่านพระคัมภีร์ จดหมายของเปาโลถึงชาวเอเฟซัสวันนี้มีข้อคิด ข้อไตร่ตรอง และเทววิทยาที่ลึกซึ้งมากหลายประเด็น ถ้าจะนำเสนอทั้งหมดคงยาวสุดๆ ลึกล้ำสุดๆ พ่ออยากให้อ่าน และขอนำเสนอบางประเด็นที่จำเป็นก่อนดังนี้
• ประเด็นแรก
o ถ้าไม่มีศีลล้างบาป เราก็อยู่ในโลกอย่างไม่มีความหวัง แต่เพราะเราเป็นคริสตชน เราได้รับความหวัง “ไม่มีความหวังไม่ได้” สำหรับคริสตชนทุกคน...
o ความหวัง คือ ผลของความเชื่อและความรักที่เราได้รับจากพระเจ้า
o ความหวัง คือ พลังของการรอคอยด้วยความรักและความเชื่อมั่นและความเพียรทน
o ความหวัง คือ ชีวิตของคริสตชน.... คนที่มีความหวังมีความสุขนะครับ
o สมัยเป็นเด็ก พ่อมักจะมีประสบการณ์ของการรอคอยเสมอ คอยอย่างมีความหวัง.... ยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ พ่อเป็นเด็กบ้านนอก อยู่ตำบวลเจ้าเจ็ด จังหวัดอยุธยา ไม่ค่อยรู้จักกรุงเทพฯหรอก แต่รู้ว่า พี่ๆ ป้าๆ ญาติๆ ที่เขาดูฐานะดีกว่าเรา เขาอยู่กรุงเทพฯ เราเรียกพวกเขาว่า “คนกรุงเทพฯ” หรือ “พวกกรุงเทพฯ” สมัยนั้น นานมาแล้ว จากเจ้าเจ็ดมากรุงเทพฯนั้น ใช้เวลายาวนาน เดินทางกันเป็นวันๆ ด้วยการนั่งเรือ ต่อรถ ต่อรถ ต่อรถ หลายๆต่อกว่าจะถึง หรือไม่ก็ต้องไปด้วยเรือข้ามคืน เป็นเรือสองชั้น ชั้นบนคนอยู่ นอนค้างคืน ชั้น ล่างหมูเห็ดเป็ดไก่และสินค้าวุ่นวาย ไม่น่าเชื่อแต่นั้นคือความจริงเมื่อสี่สิบปีก่อน... พ่อเข้ากรุงเทพฯครั้งแรกในชีวิตก็นอนค้างคืนบนเรือแบบนี้แหละ... นานๆ จะมีข่าวว่าคนกรุงเทพจะมา ถ้าได้ข่าวว่าจะทางทางโทรเลข..(โทรเลขเลิกไปแล้ว) พ่อจะรอ รอ รอ รอพวกเขามา แน่นอนหวังได้... ขนม ของฝาก ของเล่น ฯลฯ พ่อจะนั่งรอตลอดเป็นวันๆ เช้าจรดเย็นเมื่อไรก็เมื่อนั้น ได้ยินเสียงเรือเข้าโค้งเจ้าเจ็ดมาแต่ไกลๆ พ่อก็วิ่งไปหน้าบ้านทุกครั้ง ถ้าใช่ก็ดีใจ ถ้าไม่ใช่ก็คอตกเดินกลับมาและรอ รอต่อไป แต่ที่แน่ๆ การรอทำให้เรามี “ความหวัง” เสมอ เมื่อเห็นเรือที่ญาติๆ มา ก็ดีใจสุดๆ วิ่งไปต้อนรับ ขนของ ตามองหาของฝาก ทุกนาทีมีความหวัง....
o ตอนเป็นเด็ก พ่อเคยอยากได้นกหงส์หยกสักคู่มาเลี้ยง และพี่เรา จริงเป็นแฟนพี่ครับ เขาสัญญาว่ามาคราวหน้าจะซื้อมาให้.... คราวหน้าหมายถึงปิดเทอมหน้า... และก็เวลาก็มาถึง ตื่นเต้นมาก รอนกหงส์หยกมากกว่ารอคน อยากได้ อยากเลี้ยง มันจะมาจากกรุงเทพฯ เวลาที่มา เชื่อไหมวันนั้น พ่อเกเรียน “แกล้งป่วย” หยุดเรียนรอเลยแหละครับ... ความหวังที่มันรุนแรงและทำให้เรามีความสุขกับการรอคอยและจดจ่อจริงๆ ความหวังเป็นแบบนี้.... o สรุป คริสตชนมีความเชื่อในพระเยซู มีความรัก ย่อมมีความหวัง และความหวังย่อมเป็นที่มาของการรอคอยด้วยความสุข “สันติ” และมั่นคงในความเชื่อและความรักครับ.....
o ไม่แปลกที่เปาโลสอนเราวันนี้ว่า “พระเยซูเจ้า คือ องค์สันติราชา” ของเราทุกคน
o พ่อสรุปว่า คริสตชนต้องมีความหวัง แลความหวัง ต้องทำให้เรามี “สันติ” ในชีวิตกับทุกคนนะครับ กล่าวโดยสรุป ความหวัง... ทำให้อ่อนโยน รอคอย ไม่โกรธ ไม่หลง ไม่รุนแรง ไม่มีกำแพงและการเป็นศัตรูกันอย่างแน่นอน
• ประเด็นที่สอง
o กางเขนของพระเยซูเจ้า คือ ศูนย์รวมความรักความเชื่อและควาหวังของเรา
o ในพระพระองค์ อาศัยพระองค์ และโดยทางพระองค์ ชีวิตได้มีสันติแน่นอน
o เปาโลเน้นว่า เราคริสตชนรวมเป็น “กายเดียวกัน” ในพระคริสตเจ้า ก็แหงแหละครับ ความรักรวมเราเป็นหนึ่งแน่นอน คริสตชนทุกคนจึงเป็นดังกายเดียวกัน
o เรื่อง “กายเดียวกัน” เป็นเทววิทยาคำสอนของเปาโลโดยตลอด ท่านเน้นให้เราคริสตชนต้องเป็นชีวิตของกันและกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นั่นคือชีวิตจิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียว เป็นเอกภาพและสันติภาพ
o พี่น้องครับ ชีวิตคริสตชนแท้จริง ต้องไม่มีความแตกแยกนะครับ คิดดีๆ ไตร่ตรองดี อย่าแตกแยกกันเลย คริสตชนไม่แตก ครอบครัวคริสตชนก็ต้องไม่แตก พ่อรู้ครับว่าอยากและน่าเห็นใจ และแม้ต้องแตกแยกเพราะเหตุผลใดๆ พ่อก็ขอมีความหวังและมีความเห็นใจเสมอจริงๆ เราเจริญชีวิตในพระเยซูเจ้า “มหาสนิท” แห่งความเป็นหนึ่งเดียวนะครับ
• ประการที่สาม
o ชอบมากเรื่อง “พระเยซูเป็นศิลาหัวมุมของชีวิต” การสร้างอาคารแบบที่มีประตูโค้ง โดม ทำด้วยหินที่ซ้อนๆกันขึ้นไปเอนเข้าหากันจนถึงยอดสุด ยอดสุดคือศิลาหัวมุม สำคัญ แต่ใส่ที่หลังสุด ขาดไม่ได้ ถ้าขาดก็พังหมด....
o พี่น้องครับ ชีวิตหนึ่งเดียวของพระศาสนจักร ของครอบครัว ของชุมชนวัด ทั้งหมด ต้องการ “พระเยซู ศิลาหัวมุม ต้องรวมเป็นหนึ่งเดียวในพระองค์” ไม่มีพระองค์ ก็ ไปได้ไม่ไกลหรอกครับ พังหมด....
o ชีวิตเราเป็นหนึ่งเดียวกันในพระองค์ มีอัครสาวกเป็นรากฐานนะครับ มั่นใจเรื่องนี้ แค่เรามุ่งไปที่พระองค์ เราก็เป็นหนึ่งเดียวกันครับ
o แต่ถ้าเรามุ่ง “ตัวเอง” เอาแต่ตัวเอง ตัวเอง ตัวเอง ไม่ใช่พระองค์ก็อยู่ได้ครับโดดเดี่ยวได้ แต่สังคม ครอบครัว พระศาสนจักร ชุมชนวัดจะอยู่ที่ไหน อยู่ได้อย่างไร... ดังนั้น เปาโลสอน พระเยซูเจ้าเจ้าสำคัญที่สุดครับ
• ครับ เอาเท่านี้แหละ อ่านบทอ่านต่อ และไปต่อด้วยชีวิตจริงในสังคม ในชุมชนวัดที่มีความหวังและมีสันติสุขเสมอนะครับ
• พระเจ้าอวยพรครับ
o ครอบครัวคือพระศาสนจักร
o ชุมชนวัดคือพระศาสนจักร ถ้าเรามี่ความเชื่อ ไม่มีความรัก ไม่มีความหวังแท้ในกันและกัน แล้วสังคมพระศาสนจักรจะอยู่ได้อย่างไร พังหมดแน่ๆ
o พี่น้องเอ๊ย รักกันมากๆ หวังในกันมากๆ และที่สำคัญที่สุด คือ มีความหวังในพระองค์นะครับ ชีวิตคริสตชนของเราจะแข็งแรงแน่นอน... พระเจ้าอวยพรครับ
บทอ่านประจำวัน 21 ตุลาคม 57 อังคาร
วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวเอเฟซัส ( อฟ 2:12-22 )
พี่น้อง จงระลึกเถิดว่า เวลานั้น ท่านอยู่ห่างจากพระคริสตเจ้า ถูกกีดกันมิให้เป็นประชากรอิสราเอล เป็นคนต่างด้าว ไม่มีส่วนในพันธสัญญาที่ทรงสัญญาไว้ อยู่ในโลกนี้โดยไม่มีความหวังและไม่มีพระเจ้า แต่บัดนี้ในองค์พระคริสตเยซู ท่านทั้งหลายซึ่งในอดีตเคยอยู่ห่างไกลได้เข้ามาอยู่ใกล้ เดชะพระโลหิตของพระคริสตเจ้า พระองค์คือสันติของเรา ทรงกระทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นหนึ่งเดียว โดยทรงทำลายการเป็นศัตรูกันซึ่งเป็นเหมือนกำแพงที่แบ่งแยก ทรงล้มเลิกธรรมบัญญัติพร้อมกับข้อบังคับและข้อห้ามต่างๆ เมื่อทรงรับร่างกายเป็นมนุษย์เพื่อสร้างสันติ ทำให้ทั้งสองฝ่ายกลับเป็นมนุษย์คนใหม่คนเดียวในพระองค์
โดยทางไม้กางเขนทรงทำให้ทั้งสองฝ่ายกลับคืนดีกับพระเจ้า รวมเป็นกายเดียว และทรงขจัดการเป็นศัตรูกันเดชะพระองค์ พระองค์เสด็จมาประกาศสันติเป็นข่าวดีสำหรับท่านทั้งหลายที่อยู่ห่างไกล และประกาศสันติเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่อยู่ใกล้ เดชะพระองค์เราทั้งสองฝ่ายจึงเข้าไปเฝ้าพระบิดาเจ้าได้ในพระจิตเจ้าองค์ เดียวกัน ท่านจึงไม่เป็นคนต่างด้าวหรือผู้อาศัยอีกต่อไป แต่เป็นเพื่อนร่วมชาติกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้า ถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารโดยมีบรรดาอัครสาวกและประกาศกเป็นรากฐาน มีพระคริสตเยซูทรงเป็นศิลาหัวมุม พระคริสตเจ้าทรงทำให้อาคารทุกส่วนต่อกันสนิทเจริญขึ้นเป็นพระวิหาร ศักดิ์สิทธิ์เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ในพระคริสตเจ้า ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกันกำลังถูกก่อสร้างร่วมกันขึ้นเป็นที่ประทับของ พระเจ้าเดชะพระจิตเจ้า
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา ( ลก 12:35-38 )
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ท่าน ทั้งหลายจงคาดสะเอวและจุดตะเกียงเตรียมพร้อมไว้ จงเป็นเสมือนผู้รับใช้ที่กำลังคอยนายกลับจากงานสมรส เมื่อนายมาและเคาะประตูจะได้เปิดรับ ผู้รับใช้เหล่านั้นเป็นสุข ถ้านายกลับมาพบเขากำลังตื่นเฝ้าอยู่ เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า นายจะคาดสะเอวพาผู้รับใช้เหล่านั้นไปนั่งโต๊ะและจะรับใช้เขาด้วย ไม่ว่านายจะมาเวลาสองยามหรือสามยาม ถ้าพบผู้รับใช้กำลังทำเช่นนี้ ผู้รับใช้เหล่านั้นก็เป็นสุข”
วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 21102014เฝ้าเดี่ยวกับ ศาสนาจารย์วเรศ ราชรักษ์ฺ
(ปญจ. 12:9 [THSV])
นอกจากท่านเป็นคนมีปัญญาแล้ว ปัญญาจารย์ยังสอนความรู้ให้ประชาชนอีกด้วย เออ ท่านพิเคราะห์ ท่านค้นคว้า และท่านเรียบเรียงสุภาษิตไว้มากมาย
(ปญจ. 12:10 [THSV])
ปัญญาจารย์เสาะหาถ้อยคำที่เพราะหู และท่านเขียนถ้อยคำแห่งความจริงไว้อย่างเที่ยงตรง
(ปญจ. 12:11 [THSV])
ถ้อยคำของคนมีปัญญาเปรียบเหมือนปฏัก และถ้อยคำที่ถูกรวบรวมไว้ก็ตรึงแน่นอย่างตะปู ถ้อยคำเหล่านี้เมษบาลผู้หนึ่งมอบไว้
(ปญจ. 12:12 [THSV])
และยิ่งกว่านั้นอีก บุตรชายของข้าพเจ้าเอ๋ย จงรับคำตักเตือนเถิด ซึ่งจะทำหนังสือมากก็ไม่มีสิ้นสุด และเรียนมากก็เหนื่อยเนื้อหนัง
(ปญจ. 12:13 [THSV])
จบเรื่องแล้ว ได้ฟังกันทั้งสิ้นแล้ว จงยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ เพราะสิ่งนี้เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง
(ปญจ. 12:14 [THSV])
เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเอาการงานทุกอย่างเข้าสู่การพิพากษาพร้อมด้วยสิ่งเร้นลับทุกอย่าง ไม่ว่าดีหรือชั่ว
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 20102014เฝ้าเดี่ยวกับ ศาสนาจารย์วเรศ ราชรักษ์
(ปญจ. 12:1 [THSV])
จงระลึกถึงพระผู้เนรมิตสร้างเจ้า เมื่อเจ้ายังหนุ่มยังสาว ก่อนที่วันเลวร้ายจะมาถึง และปีที่ใกล้เข้ามา เมื่อเจ้าจะกล่าวว่า “ข้าไม่มีความเพลิดเพลินในปีเหล่านั้นเลย”
(ปญจ. 12:2 [THSV])
ก่อนที่ดวงอาทิตย์ แสงสว่าง ดวงจันทร์ และดวงดาวทั้งหลายอับแสง และก่อนที่เมฆจะกลับมาภายหลังฝน
(ปญจ. 12:3 [THSV])
ในกาลเมื่อคนยามเฝ้าเรือนจะตัวสั่น และชายแข็งแรงจะเป็นคนหลังโกง และหญิงโม่แป้งจะเลิกโม่ เพราะจำนวนลดน้อยลง และบรรดาผู้ที่มองผ่านหน้าต่างจะมืดมัว
(ปญจ. 12:4 [THSV])
และประตูคู่ที่เปิดออกถนนจะถูกปิด เมื่อเสียงโม่อ่อยลง และเขาก็ลุกขึ้นเมื่อมีเสียงนกเสียงกา และเสียงเพลงก็เพลาลง
(ปญจ. 12:5 [THSV])
เออ เขาทั้งหลายกลัวความสูง และสิ่งน่าสยดสยองที่อยู่ในหนทาง ต้นอัลมอนด์มีดอก และตั๊กแตนก็อุ้ยอ้าย ไฟปรารถนาก็มอดไป เพราะมนุษย์กำลังไปบ้านถาวรของเขา ส่วนผู้ไว้ทุกข์ก็เวียนไปมาตามถนน
(ปญจ. 12:6 [THSV])
ก่อนที่สายเงินจะขาด หรือชามทองคำจะบุบสลาย หรือเหยือกน้ำจะแตกกระจายเสียที่น้ำพุ หรือรอกที่บ่อน้ำหักเสีย
(ปญจ. 12:7 [THSV])
และผงคลีกลับสู่พื้นดินตามเดิม และจิตวิญญาณกลับไปสู่พระเจ้าผู้ประทานให้มานั้น
(ปญจ. 12:8 [THSV])
ปัญญาจารย์ว่า อนิจจัง อนิจจัง สารพัดก็อนิจจัง
วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557
บทอ่านประจำวัน 20 ตุลาคม 57 จันทร์
วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
อฟ 2:1-10…………..
1ท่านทั้งหลายตายแล้วเพราะการล่วงละเมิดและเพราะบาป 2ครั้งหนึ่งท่านเคยดำเนินชีวิตตามโลกียวิสัย อยู่ใต้อำนาจเทพนิกรเจ้าผู้ปกครองชั้นบรรยากาศ คือจิตที่ทำงานอยู่ในมนุษย์ที่ไม่ยอมเชื่อฟัง 3เราทุกคนก็เคยประพฤติเช่นนี้ในอดีต ปล่อยตนตามราคตัณหา ปฏิบัติตนตามความต้องการและความคิดโดยธรรมชาติฝ่ายต่ำเราจึงน่าจะถูกพระเจ้า ลงโทษเช่นเดียวกับคนอื่น 4แต่พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงสำแดงความรักยิ่งใหญ่ต่อเรา 5เมื่อเราตายไปแล้วเพราะการล่วงละเมิด พระองค์ก็ทรงบันดาลให้เรากลับมีชีวิตกับพระคริสตเจ้า ท่านได้รับความรอดพ้นก็เพราะพระหรรษทาน
6พระเจ้าโปรดให้เรากลับคืนชีพพร้อมกับพระคริสตเยซู โปรดให้เรามีที่นั่งในสวรรค์พร้อมกับพระคริสตเจ้า 7เพื่อจะทรงแสดงพระหรรษทานอันอุดมเหลือล้นของพระองค์แก่มนุษย์ทุกยุคสมัยใน อนาคต โดยทรงพระกรุณาต่อเราในพระคริสตเยซู 8ท่านได้รับความรอดพ้นเพราะพระหรรษทานอาศัยความเชื่อ ความรอดพ้นนี้มิได้มาจากท่าน แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า 9มิได้มาจากการกระทำใด ๆ ของท่าน เพื่อมิให้ใครโอ้อวดตนได้ 10เราเป็นผลงานของพระองค์ ถูกสร้างมาในพระคริสตเยซูเพื่อให้ประกอบกิจการดี ซึ่งพระเจ้าทรงกำหนดล่วงหน้าให้เราปฏิบัติ
อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์เราอ่านจดหมายของนักบุญเปาโล ถึงชาวเอเฟซัส
• เรามารู้จักจดหมายฉบับนี้กันหน่อยครับ อันที่จริง จดหมายฉบับนี้ท่านได้เขียนจากที่จองจำ ขณะถูกจองจำอยู่ที่กรุงโรม ช่วงปี ค.ศ. 61-63 เป็นการเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยเสรีภาพและความรักในยามที่เปาโลน่าจะไร้ อิสรภาพที่สุด
• เปาโลมีอิสรภาพที่สุดในการไตร่ตรองและเขียนถึงความเป็นอิสระในพระคริสตเยซู น่าปลื้มใจจริงๆ...
• จดหมายของเปาโลฉบับนี้ทำพ่อคิดถึง คิดถึงหลายคนที่พ่อคิดว่าใช่ ใช่จริงๆ สำหรับเราที่จะนำมาไตร่ตรอง
1. พ่อคิดถึงพ่อบุญเกิด บุญราศีนิโคลาส บุญเกิด บุญราศีและมรณะสักขี
o พระสงฆ์ผู้ถูกจองจำอย่างอยุติธรรม พ่อจำได้ว่า พ่อเคยเขียนอรรถาธิบายถึงคำบรรยายของท่าน จดหมายของท่านที่เขียนถึงพระสังฆราชของท่านจากในคุก
o คุณพ่อนิโคลาสได้เขียนจดหมายจากในคุก.... ท่านเขียนอย่างลึกซึ้งพรรณนาถึงความเจ็บปวดที่ถูกกล่าวหาอย่างอยุติธรรม จริงๆ ท่านต้องยอมรับแม้ไม่มีความผิด ต้องอยู่ในความลำบากมาก ไร้อิสรภาพ
o ท่านเขียนว่า “ท่านเหมือนนกใหม่ที่ถูกขังอยู่ในกรง” ชัดดีครับ ดิ้นรนและเจ็บปวดที่ขาดอิสรภาพที่สุด.... สิ่งเดียวที่เป็นความบรรเทาใจคือ การภาวนาตามหนังสือสวดและสายประคำ...
o สรุปสิ่งเดียวที่ทำให้ท่านสงบและมีสันติสุข คือ “พระเจ้า” นั่นเอง.... พระองค์คือสันติสุขแท้ของท่าน การมีพระองค์ นั่นแหละคืออิสรภาพ...
2. พ่อคิดถึงพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่สอง นักบุญร่วมสมัย และบุคคลแห่งยุคของเรา
o พ่อเองก็เคยเข้าเฝ้าพระองค์หลายครั้งอย่างน่าอัศจรรย์สำหรับชีวิตเด็กบ้าน นอกคอนาอย่างพ่อที่จะมีโอกาสไปถึงกรุงโรมเพื่อเรียนพระคัมภีร์ ไปถึงได้ไม่ถึงสามเดือนก็ได้เข้าเฝ้าพระสันตะปาปา ยอห์น ปอลที่สอง ด้วยความเมตตาให้โอกาสของพระคุณเจ้าพระคาร์ดินัล....
o พระสันตะปาปา ยอห์น ปอล พระองค์มาจากโลกยุโรปตะวันออก เกิดมาในโลกคอมมิวนิสต์ที่เบียดและเบียดบังศาสนา แต่พระองค์ก็ก้าวออกมาและประกาศอิสรภาพทางการถือศาสนาและอิสรภาพแก่สังคม อย่างไม่หยุดยั้ง
o พ่อจำได้ว่า สหภาพโซเวียต USSR สมัยนั้นเรียกว่า สหภาพรัสเซีย... ได้แตกออกในสมัยขององค์พระสันตะปาปานี่เอง กำแพงเบอร์ลินที่แบ่งแยกพี่น้องเยอรมันออกเป็นตะวันออกและตะวันตกล้มทำลายลง ในสมัยของพระองค์นี่เอง
o ยอห์น ปอล ที่สอง พระองค์เป็นเครื่องหมายของสันติภาพ พระองค์เป็นบุคคลแห่งสันติภาพ
o พระองค์เคยถูกยิงเพื่อปลงพระชนม์ในวันฉลองแม่พระฟาติมา ณ ลานวาติกันเอง... แต่ไม่เสียชีวิต พระองค์ถวายความเจ็บปวดแด่พระแม่มารีย์
o พระองค์เป็นยิ่งกว่าซุปเปอร์สตาร์ใดๆ ในโลกที่ผ่านมา มีใครหนอเหมือนพระองค์... จากประเทศที่เป็นค่ายคอมมิวนิสต์กลายเป็นพระสันตะปาปาและสันติภาพ และการเดินทางอย่างไร้พรมแดนเพื่อเยี่ยมเยียนและทำให้เห็นว่า “ศาสนาไม่มีพรมแดน” จริงๆ 3. พ่อคิดถึงคุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา... สุดยอด และสันติภาพอีกทั้งความรักเมตตาที่เป็นรูปธรรมที่สุดสำหรับคนยากจนในอินเดีย ท่านไม่ใช่ชาวอินเดีย แต่อยู่จนแยกไม่ออกว่าท่านไม่ใช่อินเดียเลยทีเดียว
o คนที่ขาดอิสรภาพที่สุดในชีวิต คือ คนที่ถูกความยากจนครอบงำและดิ้นไม่หลุด ความยากจนเกิดจากความใจคับแคบของมนุษย์ต่างหาก
o คุณแม่ได้กลายเป็นนักบุญแห่งยุคสมัย ไม่มีความจำกัดใดที่กำหนดพรมแดนแห่งความรักเมตตาของพระเจ้าในชีวิตแบบอย่าง ของคุณแม่เทเรซาได้เลย
o ไม่มีคุกกักขังหรือกักกันที่จะกำหนดความ คับแคบแห่งจิตใจใดๆจะจำจอง หรือจองจำกักขังหรือปิดกัน “ความรักเมตตาที่เป็นจริงในภาคปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม” ของคุณแม่เทเรซาได้เลย...
o ท่านอยู่ในความจำกัดขอชีวิตที่อินเดีย อยู่กับบรรดาคนที่มีความจำกัดที่สุด.... แต่คุณแม่มีอิสรภาพสูงสุด อยู่ในดินแดนแห่งชนชั้นและวรรณะที่รุนแรงที่สุด แต่ท่านมีอิสระที่จะก้าวออกเพื่อสัมผัสกับวรรณะที่ต่ำชั้นกว่าวรรณะทางสังคม อินเดีย เพราะความยากจน คนยากจน มิได้มีเฉพาะในอินเดีย แต่มีอยู่ทั่วโลกจริงๆ คุณแม่มีอิสรภาพที่สุดจริงๆ
• พี่น้องที่รักครับ พ่อเขียนมาเรื่อยๆ ยังมีอีกหลายตัวอย่างที่เป็นประจักษ์พยานแห่งการเจริญชีวิตเพื่อสร้างเพื่อ ปลดแอกให้พี่น้อง เพื่อประกาศอิสรภาพแก่เพื่อนพี่น้องที่จำกัดมากๆคือบรรดาคนยากไร้ชายขอบ สังคม...
• แต่พอก่อน อยากให้อ่านจดหมายถึงชาวเอเฟซัสวันนี้ดี และดูตัวอย่างนักบุญและบุญราศีที่พ่อยกมากให้อ่านดีๆครับ และเราจะรู้ว่า
o เราไม่ควรเป็นทาส เพราะเรามีอิสรภาพเต็มที่ในพระคริสตเยซูจริงๆ
o มีอะไรที่เป็นทาสในโลกปัจจุบัน มีอะไรที่กักขังและจองจำพวกเราคริสตชนในโลกปัจจุบันมากมายที่เรียกว่ายุคโลก ไร้พรมแดน แต่พวกเรากลับต้องติดคุกและถูกจองจำกันทั่วหน้า.. ติดคุกตนเอง จำจองตนเอง อยู่ต่อหน้าจอเล็กๆที่เรียกว่า ไอ “I” ไอโน่น ไอนี่ ไอนั่น จน “ยู” ที่ควรแปลว่า “เธอ” หายไปจากสายตา นั่งติดกันแท้ๆ แต่มองไม่เห็นกันเลย
o สรุปบ่อยครั้ง พวกเราจำพันธนาการตนเอง... และพันธนาการจำยอมโดยขาดอิสรภาพกันไปเอง.... จับตนเอง ขังตนเองกันหมด อยู่ในคุกของตนเองกันหมด ทั้งๆที่เราในยุคแห่งเสรีเต็มที่นี่แหละ....
o พี่น้องที่รักครับ... เรามาเป็นอิสระกันเถอะนะครับ อิสระจากบาปและความเห็นแก่ตัว คือ เห็นแก่ “ฉัน” คนเดียว และติดกับเครื่องมือสื่อสารต่างๆที่เรียกว่า “I” ทั้งมวล
o เลิกยึดแต่ “I” เพื่อเห็นแก่ “You and you and you and you” กันให้มากขึ้นนะครับ...
o อ่านพระวาจานะครับ เอเฟซัส จดหมายแห่งอิสรภาพจากที่จองจำของเปาโล อิสรภาพในการเป็นบุตรของพระเจ้าครับ....
บทอ่านประจำวัน 20 ตุลาคม 57 จันทร์
วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวเอเฟซัส ( อฟ 2:1-10 )
พี่น้อง ท่านทั้งหลายตายแล้วเพราะการล่วงละเมิดและเพราะบาป ครั้งหนึ่งท่านเคยดำเนินชีวิตตามโลกียวิสัย อยู่ใต้อำนาจเทพนิกรเจ้าผู้ปกครองชั้นบรรยากาศ คือจิตที่ทำงานอยู่ในมนุษย์ที่ไม่ยอมเชื่อฟัง เราทุกคนก็เคยประพฤติเช่นนี้ในอดีต ปล่อยตนตามราคตัณหา ปฏิบัติตนตามความต้องการและความคิดโดยธรรมชาติฝ่ายต่ำ เราจึงน่าจะถูกพระเจ้าลงโทษเช่นเดียวกับคนอื่น แต่พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงสำแดงความรักยิ่งใหญ่ต่อเรา เมื่อเราตายไปแล้วเพราะการล่วงละเมิด
พระองค์ก็ทรงบันดาลให้เรากลับมีชีวิตกับพระคริสตเจ้า ท่านได้รับความรอดพ้นก็เพราะพระหรรษทาน พระเจ้าโปรดให้เรากลับคืนชีพพร้อมกับพระคริสตเยซู โปรดให้เรามีที่นั่งในสวรรค์พร้อมกับพระคริสตเจ้า เพื่อจะทรงแสดงพระหรรษทานอันอุดมเหลือล้นของพระองค์แก่มนุษย์ทุกยุคสมัยใน อนาคต โดยทรงพระกรุณาต่อเราในพระคริสตเยซู ท่านได้รับความรอดพ้นเพราะพระหรรษทานอาศัยความเชื่อ ความรอดพ้นนี้มิได้มาจากท่าน แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า มิได้มาจากการกระทำใดๆ ของท่าน เพื่อมิให้ใครโอ้อวดตนได้ เราเป็นผลงานของพระองค์ ถูกสร้างมาในพระคริสตเยซูเพื่อให้ประกอบกิจการดี ซึ่งพระเจ้าทรงกำหนดล่วงหน้าให้เราปฏิบัติ
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา ( ลก 12:13-21 )
เวลานั้น ประชาชนคนหนึ่งทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์ โปรดบอกพี่ชายข้าพเจ้าให้แบ่งมรดกให้ข้าพเจ้าเถิด” พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “มนุษย์เอ๋ย ใครตั้งเราเป็นผู้พิพากษาหรือเป็นผู้แบ่งมรดกของท่าน” แล้วพระองค์ตรัสกับคนเหล่านั้นว่า “จงระวังและรักษาตัวไว้ให้พ้นจากความโลภทุกชนิด เพราะชีวิตของคนเราไม่ขึ้นกับทรัพย์สมบัติของเขา แม้ว่าเขาจะมั่งมีมากเพียงใดก็ตาม” พระองค์ยังตรัสอุปมาเรื่องหนึ่งให้เขาทั้งหลายฟังอีกว่า “เศรษฐีคนหนึ่งมีที่ดินที่เกิดผลดีอย่างมาก เขาจึงคิดว่า ‘ฉันจะทำอย่างไรดี ฉันไม่มีที่พอจะเก็บพืชผลของฉัน’ เขาคิดอีกว่า ‘ฉันจะทำอย่างนี้ จะรื้อยุ้งฉางเก่าแล้วสร้างใหม่ให้ใหญ่โตกว่าเดิม จะได้เก็บข้าวและสมบัติทั้งหมดไว้’ แล้วฉันจะพูดกับตนเองว่า ‘ดีแล้ว เจ้ามีทรัพย์สมบัติมากมายเก็บไว้ใช้ได้หลายปี จงพักผ่อน กินดื่มและสนุกสนานเถิด’ แต่พระเจ้าตรัสกับเขาว่า ‘คนโง่เอ๋ย คืนนี้ เขาจะเรียกเอาชีวิตเจ้าไป แล้วสิ่งที่เจ้าได้เตรียมไว้จะเป็นของใครเล่า คนที่สะสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตนเองแต่ไม่เป็นคนมั่งมีสำหรับพระเจ้าก็จะ เป็นเช่นนี้’”
วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 19102014เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์สมเกียรติ ลิมปนา...
ปญจ. 11:1 จงโยนขนมปังของเจ้าลงบนน้ำ เพราะอีกหลายวันเจ้าจะพบมันได้
ปญจ. 11:2 จงปันส่วนของเจ้าออกเป็นเจ็ดส่วน เออ ถึงแปดส่วนก็ดี เพราะเจ้าไม่ทราบว่า สิ่งเลวร้ายอะไรจะเกิดขึ้นบนแผ่นดินโลก
ปญจ. 11:3 เมื่อเมฆเต็มด้วยน้ำ มันก็จะเทฝนลงมาบนแผ่นดินโลก และเมื่อต้นไม้ล้มลงทางใต้หรือทางเหนือ มันล้มลงตรงไหนมันก็นอนอยู่ตรงนั้น
ปญจ. 11:4 ผู้ใดมัวสังเกตลมก็จะไม่หว่านพืช และผู้ใดมัวจ้องมองเมฆก็จะไม่เกี่ยวข้าว
ปญจ. 11:5 เจ้าไม่ทราบว่าลมหายใจเข้าไปในโครงร่างที่อยู่ในมดลูกหญิงมีครรภ์อย่างไร เจ้าก็จะไม่ทราบถึงพระราชกิจของพระเจ้าผู้ทรงกระทำสิ่งสารพัดอย่างนั้น
ปญจ. 11:6 เวลาเช้าเจ้าจงหว่านพืชของเจ้า และพอเวลาเย็นก็อย่าหดมือเจ้าเลย เพราะเจ้าไม่รู้ว่าการไหนจะเจริญ การนี้หรือการนั้น หรือการทั้งสองจะเจริญดีเหมือนกัน
ปญจ. 11:7 แสงสว่างทำให้สดชื่น และการที่นัยน์ตาเห็นดวงตะวันก็เป็นที่ชื่นบาน
ปญจ. 11:8 เออ ถ้าคนใดมีชีวิตอยู่ได้ตั้งหลายปี จงให้เขาเปรมปรีดิ์ตลอดปีเหล่านั้น แต่ให้เขาระลึกด้วยว่า วันมืดก็จะมีมาก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมานั้นก็อนิจจัง
ปญจ. 11:9 โอ เยาวชน จงเปรมปรีดิ์ในวัยหนุ่มสาวของเจ้า และให้จิตใจของเจ้าทำตัวเจ้าให้ร่าเริงในวัยหนุ่มสาวของเจ้า เจ้าจงดำเนินชีวิตตามจิตใจของเจ้าและตามที่ตาของเจ้าเห็นควร แต่จงรู้เถิดว่าเพราะทุกอย่างเหล่านี้พระเจ้าจะทรงนำเจ้าเข้ามาถึงการพิพากษา
ปญจ. 11:10 จงขจัดความเศร้าหมองเสียจากใจของเจ้า และจงสลัดความเจ็บปวดเสียจากเนื้อหนังของเจ้า เพราะวัยหนุ่มสาวและวัยฉกรรจ์นั้นเป็นอนิจจัง
บทอ่านประจำวัน 19 ตุลาคม 57 อาทิตย์
วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสือประกาศกอิสยาห์ ( อสย 45:1-2,4-6 )
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับกษัตริย์ไซรัส ผู้รับเจิมของพระองค์ว่า “เราจับมือขวาของท่านไว้ เพื่อปราบชนหลายชาติให้อยู่ใต้อำนาจ ปลดอาวุธ จากบั้นเอวของบรรดากษัตริย์ เปิดประตูที่อยู่ต่อหน้าท่าน ไม่มีประตูเมืองใดปิดอยู่ได้ เพราะ เห็นแก่ยาโคบผู้รับใช้ของเรา เราออกชื่อของท่าน เรียกท่านมา เราให้ตำแหน่งแก่ท่าน แม้ท่านไม่รู้จักเรา เราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีก นอกจากเราไม่มีพระเจ้า แม้ท่านไม่รู้จักเรา เราก็จะคาดอาวุธให้ท่าน เพื่อคนทั้งหลายจากทิศตะวันออก และจากทิศตะวันตก จะได้รู้ว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากเรา เราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีก”
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงเธสะโลนิกา ฉบับที่หนึ่ง (1 ธส 1:1-5ข )
จากเปาโล สิลวานัสและทิโมธี ถึงพระศาสนจักรที่เมืองเธสะโลนิกา ซึ่งอยู่ในพระเจ้าพระบิดา และในพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอพระหรรษทานและสันติสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด เรา ขอบพระคุณพระเจ้าทุกเวลาเพื่อท่านทุกคน ระลึกถึงท่านในคำภาวนา เราวอนขอเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าพระบิดา เฝ้าระลึกอยู่เสมอถึงกิจการซึ่งแสดงความเชื่อของท่าน และระลึกถึงการงานที่แสดงความรักและความพากเพียรซึ่งเกิดจากความหวังในพระค ริสตเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พี่ น้องทั้งหลายผู้เป็นที่รักของพระเจ้า เรารู้ว่าท่านได้รับเลือกสรร เพราะข่าวดีที่เราประกาศมาถึงท่าน มิใช่ด้วยคำพูดเท่านั้น แต่ด้วยพระอานุภาพเดชะพระจิตเจ้า และด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว ( มธ 22:15-21 )
ครั้งนั้น ชาวฟาริสีปรึกษากันเพื่อจับผิดพระวาจาของพระเยซูเจ้า จึงส่งศิษย์ของตนพร้อมกับคนที่นิยมกษัตริย์เฮโรดมาทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์ พวกเรารู้ว่าท่านเป็นคนเที่ยงตรง สั่งสอนวิถีทางของพระเจ้าตามความจริง โดยไม่ลำเอียง เพราะท่านไม่เห็นแก่หน้าใคร ดังนั้น โปรดบอกเราเถิดว่า ท่านมีความเห็นว่าการเสียภาษีแก่พระจักรพรรดิซีซาร์เป็นการถูกต้องหรือไม่” พระเยซูเจ้าทรงหยั่งรู้เจตนาร้ายของเขา จึงตรัสว่า “พวกคนเจ้าเล่ห์ เจ้ามาทดลองเราทำไม จงนำเงินที่ใช้เสียภาษีมาให้ดูสักเหรียญหนึ่ง” เขาก็นำเงินเหรียญมาถวาย พระองค์จึงตรัสถามว่า “รูปและคำจารึกนี้เป็นของใคร” เขาตอบว่า “เป็นของพระจักรพรรดิซีซาร์” พระองค์จึงตรัสว่า “ของของซีซาร์ จงคืนให้ซีซาร์ และของของพระเจ้า ก็จงคืนให้พระเจ้าเถิด”
วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557
บทอ่านประจำวัน 18 ตุลาคม 57 เสาร์ ฉลอง น ลูกา ผู้นิพนธ์พระวรสาร
วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา
(ฉลองนักบุญลูกา ผู้นิพนธ์พระวรสาร)
2ทธ 4:10-17…………..
10เดมาสละทิ้งข้าพเจ้าไปแล้วเพราะเขารักโลกนี้ และไปที่เมืองเธสะโลนิกา ส่วนเครสเซนซ์ไปยังแคว้นกาลาเทีย และทิตัสไปยังแคว้นดาลมาเธีย 11เหลือเพียงลูกา ที่ยังอยู่กับข้าพเจ้า จงพามาระโก ไปกับท่านด้วย เพราะเขามีประโยชน์สำหรับข้าพเจ้าในการปฏิบัติศาสนบริการ 12ข้าพเจ้าส่งทีคิกัสไปยังเมืองเอเฟซัส 13เมื่อท่านจะไป จงนำเสื้อคลุมที่ข้าพเจ้าทิ้งไว้กับคารปัสที่เมืองโตรอัสติดไปด้วย รวมทั้งม้วนหนังสือ โดยเฉพาะม้วนที่ทำด้วยหนังสัตว์ 14อาเล็กซานเดอร์ช่างทองแดงทำร้ายข้าพเจ้าไว้มาก
องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงตอบแทนเขาตามการกระทำของเขา 15จงระวังเขาด้วย เพราะเขาต่อต้านคำพูดของข้าพเจ้าอย่างมาก 16การสู้คดีครั้งแรกของข้าพเจ้า ไม่มีใครเป็นพยานให้ข้าพเจ้าเลย ทุกคนละทิ้งข้าพเจ้าไปหมด ขออย่าให้พวกเขาถูกลงโทษเลย 17มีแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงยืนอยู่เคียงข้างและประทานกำลังแก่ข้าพเจ้า เพื่อการประกาศข่าวดีจะได้สำเร็จไปโดยทางข้าพเจ้า และคนต่างชาติทั้งหลายจะได้ฟังข่าวดี ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงถูกฉุดให้พ้นจากปากสิงโตมาได้
อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• วันนี้พระศาสนจักรฉลองท่านนักบุญลูกา เรามารู้จักลูกากันเล็กน้อย
o ท่านนักบุญลูกา เป็นผู้นิพนธ์พระวรสาร 1 ใน 4 ของพระศาสนจักร
o และเป็นผู้นิพนธ์หนังสือกิจการอัครสาวก
• ถ้าเราอยากรู้จักนักบุญลูกาจริง ๆ เราต้องอ่านหนังสือของท่าน พ่อขอสรุปเพียงสั้น ๆ แต่ต้องได้ใจความแน่ๆ เพื่อเราจะได้รู้จักจิตตารมณ์และคำสอนของท่านนักบุญลูกาดังต่อไปนี้
o จากพระวรสาร ลูกาทำให้เรารู้ว่า ท่านต้องการเน้นให้เรารู้จักพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง ตั้งแต่พระองค์กำเนิด จนถึงวันที่พระองค์เสด็จสู่สวรรค์ ลูกาเล่าเรื่องการบังเกิดของพระเยซูเจ้าโดยให้บทบาทสำคัญอยู่ที่การที่ พระเจ้าแจ้งข่าวดีแก่บุคคลชายขอบสังคม “คนเลี้ยงแกะพวกแรก” กลุ่มคนที่ไม่สำคัญ หรือบุคคลที่ไม่สู้สำคัญนัก ซึ่งหมายความว่า ตลอดพระวรสารของท่าน ท่านให้ความสำคัญกับผู้ต่ำต้อย และพระเยซูเจ้าในพระวรสารของลูกา ก็เปี่ยมด้วยความรักและความเมตตาต่อผู้ต่ำต้อยเป็นพิเศษ เฉพาะในพระสารนักบุญลูกกาเท่านั้นที่เราได้ยินเรื่อง “ลูกล้างผลาญหรือบิดาผู้ใจดี” ท่านเขียนเล่าเรื่องนี้ที่พระเยซูเจ้าเล่าได้อย่างงดงามเหลือเกินครับ...
o การแจ้งสารการบังเกิดเริ่มต้นที่ทูตสวรรค์คาเบรียล แจ้งข่าวแก่เศคาริยาห์และเอลีซาเบธ ชายชราและหญิงชราที่เป็นหมัน ซึ่งเป็นผู้สิ้นหวัง ได้มีความหวังว่าจะมีบุตรชาย คือ นักบุญยอห์นบัปติสตา 1. ชื่อเศคาริยาห์ แปลว่า พระยาห์เวห์ทรงระลึกถึง 2. ชื่อเอลีซาเบธ แปลว่า พระเจ้าของข้าพเจ้าทรงสัญญาไว้ และ 3. ยอห์น แปลว่า พระยาห์เวห์ทรงพระกรุณา เราจึงเห็นว่าตั้งแต่เริ่มต้น พระเจ้าทรงเมตตาไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ และไม่ทรงลืมพระสัญญาของพระองค์เลย o การแจ้งสารแก่แม่พระ หญิงพรหมจารีย์ ในเมืองเล็ก ๆ แห่งนาซาเร็ธ หญิงสาวผู้ต่ำต้อย กลับได้รับการประกาศข่าวดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และพระแม่ได้ตอบรับด้วยความสุภาพที่สุด
o คนกลุ่มแรกที่ได้รับข่าวดีเรื่องการบังเกิดของพระเยซู คือ บรรดาผู้เลี้ยงแกะ ซึ่งเป็นคนต่ำต้อยและไม่มีความสำคัญใด ๆ
o เรื่องอื่น ๆ ที่เราพบได้ในลูกา เช่น ชาวสะมาเรียผู้ใจดี ลูกล้างผลาญ เรื่องลาซาลัสผู้ยากจน ซักเคียสแห่งเยรีโค ฯลฯ ล้วนแสดงให้เห็นเจตนาของลูกาว่า ท่านต้องการเน้นคนยากจนและคนชายขอบของสังคมได้รับข่าวดี
o หนังสือกิจการอัครสาวก ขอเน้นประเด็นเดียวที่โดดเด่นที่สุด คือ การกลับใจของนักบุญเปาโล ซึ่งจากผู้ที่เกลียดชังพระเยซู และขัดขวางผู้เชื่อในพระเยซู แต่เปาโล เดิมคือ เซาโล เมื่อได้พบพระเยซูเจ้าในประสบการณ์บนถนนไปดามัสกัส ท่านได้กลับใจ และลูกาได้เขียนเล่าเรื่องการกลับใจของเปาโลถึงสามหนในหนังสือกิจการอัคร สาวก คือ บทที่ 9 บทที่ 22 และบทที่ 26 สรุปได้ว่า เทววิทยาของลูกาเน้นเรื่องการได้พบพระคริสตเจ้าและได้กลับใจ
• พี่น้องที่รัก โอกาสฉลองนักบุญลูกา
o ถ้าเราอ่านจดหมายของนักบุญเปาโลถึงทิโมธีวันนี้ เราได้พบเพียงชื่อของลูกา
o แต่ถ้าเราได้อ่านพระวรสารและกิจการอัครสาวกตามที่พ่อได้เสนอมาข้างต้นนี้ เราจะรู้จักลูกาอย่างแท้จริง และ
o พ่อเชื่อว่า เราจะฉลองนักบุญลูกาได้อย่างมีความหมาย และจะมีความหมายมากขึ้นถ้าเราเจริญชีวิตตามคำสอนของนักบุญลูกา คือ มีใจเมตตากรุณาเหมือนกับพระเยซูเจ้าตามที่ลูกานำเสนอให้เราได้รู้จัก ขอพระเจ้าอวยพร...
บทอ่านประจำวัน 18 ตุลาคม 57 เสาร์ ฉลอง น ลูกา ผู้นิพนธ์พระวรสาร
วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2014
ฉลอง น.ลูกา ผู้นิพนธ์พระวรสาร
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงทิโมธี ฉบับที่สอง ( 2 ทธ 4:10-17 )
แคว้นดาลมาเธีย เหลือเพียงลูกาที่ยังอยู่กับข้าพเจ้า จงพามาระโกไปกับท่านด้วย เพราะเขามีประโยชน์สำหรับข้าพเจ้าในการปฏิบัติศาสนบริการ ข้าพเจ้าส่งทีคิกัสไปยังเมืองเอเฟซัส เมื่อท่านจะไป จงนำเสื้อคลุมที่ข้าพเจ้าทิ้งไว้กับคารปัสที่เมืองโตรอัสติดไปด้วย รวมทั้งม้วนหนังสือ โดยเฉพาะม้วนที่ทำด้วยหนังสัตว์ อาเล็กซานเดอร์ช่างทองแดงทำร้ายข้าพเจ้าไว้มาก องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงตอบแทนเขาตามการกระทำของเขา จงระวังเขาด้วย เพราะเขาต่อต้านคำพูดของข้าพเจ้าอย่างมาก
ในการสู้คดีครั้งแรกของข้าพเจ้า ไม่มีใครเป็นพยานให้ข้าพเจ้าเลย ทุกคนละทิ้งข้าพเจ้าไปหมด ขออย่าให้พวกเขาถูกลงโทษเลย มีแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงยืนอยู่เคียงข้างและประทานกำลังแก่ข้าพเจ้า เพื่อการประกาศข่าวดีจะได้สำเร็จไปโดยทางข้าพเจ้า และคนต่างชาติทั้งหลายจะได้ฟังข่าวดี ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงถูกฉุดให้พ้นจากปากสิงโตมาได้
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา ( ลก 10:1-9 )
ต่อจากนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแต่งตั้งศิษย์อีกเจ็ดสิบสองคน และทรงส่งเขาล่วงหน้าพระองค์เป็นคู่ ๆ ไปทุกตำบลทุกเมืองที่พระองค์จะเสด็จ พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ข้าวที่จะเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย จงวอนขอเจ้าของนาให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวข้าวของพระองค์เถิด จงไปเถิด เราส่งท่านทั้งหลายไปดุจลูกแกะในฝูงสุนัขป่า อย่านำถุงเงิน ย่ามหรือรองเท้าไปด้วย อย่าเสียเวลาทักทายผู้ใดตามทาง เมื่อท่านเข้าบ้านใด จงกล่าวก่อนว่า “สันติสุขจงมีแก่บ้านนี้เถิด” ถ้ามีผู้สมควรจะรับสันติสุขอยู่ที่นั่น สันติสุขของท่านจะอยู่กับเขา มิฉะนั้น สันติสุขของท่านจะกลับมาอยู่กับท่านอีก จงพักอาศัยในบ้านนั้น กินและดื่มของที่เขาจะนำมาให้ เพราะว่าคนงานสมควรที่จะได้รับค่าจ้างของตน อย่าเข้าบ้านนี้ออกบ้านโน้น เมื่อท่านเข้าไปในเมืองใดและเขาต้อนรับท่าน จงกินของที่เขาจะนำมาตั้งให้ จงรักษาผู้เจ็บป่วยในเมืองนั้นและบอกเขาว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้ท่านทั้งหลายแล้ว”
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 18102014เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์สมเกียรติ ลิมปนา...
ปญจ. 10:12 ถ้อยคำจากปากของผู้มีปัญญาทำให้เขาเป็นที่โปรดปราน แต่ริมฝีปากของคนเขลาจะเผาผลาญตัวเขาเสีย
ปญจ. 10:13 ถ้อยคำจากปากของเขาเป็นความเขลาตั้งแต่เริ่มปริปาก ตอนจบของคำพูดก็เป็นความบ้าบออย่างร้าย
ปญจ. 10:14 คนเขลาพูดมากซ้ำซาก มนุษย์ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ใครจะบอกเขาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเขาจากไป?
ปญจ. 10:15 การตรากตรำของคนเขลาทำให้เขาเหน็ดเหนื่อย เพราะว่าเขาไม่รู้จักทางเข้าเมือง
ปญจ. 10:16 โอ แผ่นดินเอ๋ย วิบัติแก่เจ้าเมื่อกษัตริย์ของเจ้าเป็นเพียงคนรับใช้ และเจ้านายทั้งหลายของเจ้ามีการเลี้ยงกันสนุกสนานแต่เช้า
ปญจ. 10:17 โอ แผ่นดินเอ๋ย เจ้าจะเป็นสุข เมื่อกษัตริย์ของเจ้ามาจากตระกูลของขุนนาง และเจ้านายของเจ้ามีการเลี้ยงตามกาลเทศะ เพื่อจะมีกำลังวังชา มิใช่จะดื่มให้มึนเมา
ปญจ. 10:18 เพราะความขี้เกียจ หลังคาจึงทรุดพังลง และเพราะความเกียจคร้านเรือนจึงรั่วเฉอะแฉะ
ปญจ. 10:19 อาหารทำให้คนหัวเราะ และเหล้าองุ่นทำให้ชีวิตชื่นบาน และเงินก็จัดให้ได้ทุกอย่าง
ปญจ. 10:20 อย่าแช่งด่าพระราชา เออ แม้แต่ในความคิดก็อย่าเลย และอย่าแช่งคนมั่งมี แม้เจ้าอยู่ในห้องนอนของเจ้า เพราะนกในอากาศจะคาบเสียงของเจ้าไป หรือตัวที่มีปีกจะเล่าเรื่องนั้น
วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557
บทอ่านประจำวัน 17 ตุลาคม 57 ศุกร์ ระลึกถึง น อิกญาซีโอ ชาวอันติโอค พระส...
วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2014
ระลึกถึง น.อิกญาซีโอ ฃาวอันติโอค
พระสังฆราชและมรณสักขี
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวเอเฟซัส ( อฟ 1:11-14 )
พี่น้อง ในองค์พระคริสตเจ้านี้ เราได้รับเลือกเป็นพิเศษไว้ล่วงหน้าตามพระประสงค์ของพระองค์ผู้ทรงกระทำทุก สิ่งให้เป็นไปตามแผนการนั้น เพื่อเราจะได้สรรเสริญพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ เพราะเราเป็นคนแรกที่มีความหวังในพระคริสตเจ้า ใน องค์พระคริสตเจ้านี้ ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกันได้ฟังพระวาจาแห่งความจริง คือข่าวดีอันนำความรอดพ้นมาให้ ท่านได้เชื่อแล้ว จึงได้รับพระจิตเจ้า ซึ่งพระเจ้าทรงสัญญาจะประทานให้นั้น เป็นตราประทับ และเป็นประกันของมรดกที่เราจะได้รับเพื่อปลดปล่อยเราให้เป็นกรรมสิทธิ์ของ พระเจ้า เป็นการสรรเสริญพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา ( ลก 12:1-7 )
เวลานั้น ขณะที่ประชาชนนับพันๆ คนพากันเบียดเสียดจนเกือบจะเหยียบกัน พระเยซูเจ้าทรงเริ่มตรัสกับบรรดาศิษย์ก่อนว่า “จงระวังเชื้อแป้งของบรรดาชาวฟาริสี คือความหน้าซื่อใจคดของเขา ไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังไว้จะไม่ถูกเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้นจะไม่มีใครรู้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านกล่าวในที่มืดจะมีผู้ได้ยินในที่แจ้ง สิ่งที่ท่านกระซิบที่หูภายในห้องจะถูกประกาศบนดาดฟ้าของบ้าน เรากล่าวแก่ท่านที่เป็นมิตรของเราว่า อย่าเกรงกลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กายและหลังจากนั้นก็ไม่อาจทำอะไรได้อีก เราจะชี้ให้ท่านเห็นว่าท่านต้องเกรงกลัวผู้ใด จงเกรงกลัวผู้ที่ฆ่าแล้วยังมีอำนาจโยนท่านลงไปในนรกด้วย ใช่แล้ว เราบอกท่านทั้งหลาย จงเกรงกลัวผู้นี้เถิด นกกระจอกห้าตัวราคาขายสองบาทมิใช่หรือ แม้กระนั้นไม่มีนกสักตัวเดียวที่พระเจ้าทรงลืม ผมทุกเส้นบนศีรษะของท่านถูกนับไว้หมดแล้ว อย่าเกรงกลัวเลย ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก”
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)



