วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

บทอ่านประจำวัน 01 สิงหาคม 57 ศุกร์ วันศุกร์ต้นเดือน ระลึกถึง น อัลฟองโซ





วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2014ระลึกถึง น.อัลฟองโซ เดลิกวอรี พระสังฆราช นักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร
บทอ่านจากหนังสือประกาศกเยเรมีย์    
(
ยรม 26:1-9 )   เมื่อเริ่มรัชกาลของกษัตริย์เยโฮยาคิม พระโอรสของกษัตริย์โยสิยาห์แห่งยูดาห์ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับประกาศกเยเรมีย์ “องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า จงไปยืนที่ลานพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงพูดกับชาวเมืองทุกเมืองแห่งยูดาห์ที่มานมัสการในพระวิหารขององค์พระผู้ เป็นเจ้า จงพูดทุกคำที่เราสั่งให้ท่านพูดกับเขา อย่าละเว้นแม้แต่คำเดียว เขาอาจจะฟัง และแต่ละคนจะกลับใจละทิ้งความประพฤติชั่วของตน แล้วเราจะเปลี่ยนใจไม่ลงโทษดังที่เราได้ตั้งใจจะทำต่อเขาเพราะความชั่วที่ เขาได้ทำ

ท่านจงพูดกับเขาทั้งหลายว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ถ้าท่านทั้งหลายไม่ยอมฟังเรา ไม่ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติที่เราให้ท่านไว้ ถ้าท่านไม่ยอมฟังถ้อยคำของบรรดาประกาศกผู้รับใช้ของเรา ที่เราส่งไปหาท่านครั้งแล้วครั้งเล่า และท่านไม่ได้ฟังเขา เราจะทำให้เมืองนี้เป็นเหมือนเมืองชิโลห์ เป็นที่สาปแช่งให้ชนทุกชาติในแผ่นดินได้เห็นเป็นตัวอย่าง’”
บรรดาสมณะ ประกาศก และประชากรทั้งหมดได้ยินเยเรมีย์พูดถ้อยคำเหล่านี้ในพระวิหารขององค์พระผู้ เป็นเจ้า เมื่อเยเรมีย์กล่าวถ้อยคำที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาให้เขาพูดแก่ประชากร ทุกคนจบแล้ว บรรดาสมณะ ประกาศก และประชากรทั้งหมดได้จับกุมเขา ร้องตะโกนว่า “ท่านต้องตายแน่ ทำไมท่านจึงกล้าประกาศถ้อยคำนี้ในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า ‘พระวิหารนี้จะเป็นเหมือนเมืองชิโลห์ และเมืองนี้จะเป็นซากปรักหักพังที่ไม่มีผู้อาศัย’” ประชากรทั้งหมดพากันมาจับกุมเยเรมีย์ในพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว  ( มธ 13:54-58 )
 
   เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมายังถิ่นกำเนิดของพระองค์ทรงสั่งสอนในศาลาธรรมของชาวยิว ประชาชนต่างประหลาดใจและพูดว่า “คนนี้เอาปรีชาญาณและอำนาจทำอัศจรรย์มาจากที่ใด เขาเป็นลูกช่างไม้มิใช่หรือ แม่ของเขาชื่อมารีย์ พี่ชายน้องชายของเขามิใช่ยากอบ โยเซฟ ซีโมน และยูดาหรือ พี่สาวน้องสาวทุกคนของเขาก็อยู่กับเรามิใช่หรือ เขาไปได้สิ่งเหล่านี้มาจากที่ใด” คนเหล่านี้รู้สึกสะดุดใจและไม่ยอมรับพระองค์ พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า “ประกาศกย่อมไม่ถูกเหยียดหยามนอกจากในถิ่นกำเนิดและในบ้านของตน” พระองค์ทรงทำอัศจรรย์ที่นั่นไม่มากนัก เพราะเขาเหล่านั้นไม่มีความเชื่อ

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 01082014 เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์ปดิพัทธ์ สันติภาดา





(มก. 11:1 [THSV])
เมื่อ​พระ​องค์​กับ​พวก​สา​วก​มา​ใกล้​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม ถึง​หมู่​บ้าน​เบธ​ฟายี และ​หมู่​บ้าน​เบ​ธานี​เชิง​เขา​มะ​กอก​เทศ พระ​องค์​ทรง​ใช้​สา​วก​สอง​คน
 
 


(มก. 11:2 [THSV])
 
 
 
 
สั่ง​ว่า “จง​เข้า​ไป​ใน​หมู่​บ้าน​ที่​อยู่​ตรง​หน้า​พวก​ท่าน ทัน​ที​ที่​พวก​ท่าน​เข้า​ไป พวก​ท่าน​จะ​พบ​ลูก​ลา​ตัว​หนึ่ง​ที่​ยัง​ไม่​มี​ใคร​ขึ้น​ขี่​เลย​ผูก​อยู่ จง​แก้​มัน​จูง​มา​เถิด
 
 


(มก. 11:3 [THSV])
 
 
 
 
ถ้า​มี​ใคร​ถาม​ว่า ‘พวก​ท่าน​ทำ​อย่าง​นี้​ทำไม?’ จง​บอก​เขา​ว่า ‘องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ต้อง​พระ​ประ​สงค์ แล้ว​จะ​ส่ง​กลับ​มา​ที่นี่​โดย​เร็ว’ ”
 
 


(มก. 11:4 [THSV])
 
 
 
 
สา​วก​สอง​คน​นั้น​จึง​ไป แล้ว​พบ​ลูก​ลา​ตัว​หนึ่ง​ผูก​อยู่​นอก​ประตู​ที่​ถนน พวก​เขา​จึง​แก้​มัน
 
 


(มก. 11:5 [THSV])
 
 
 
 
บาง​คน​ซึ่ง​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​ถาม​พวก​เขา​ว่า “แก้​ลูก​ลา​นั้น​ทำ​ไม?”
 
 


(มก. 11:6 [THSV])
 
 
 
 
พวก​เขา​ก็​ตอบ​ตาม​พระ​ดำ​รัส​สั่ง​ของ​พระ​เยซู แล้ว​คน​เหล่า​นั้น​ก็​ยอม​ให้​เอา​ไป
 
 


(มก. 11:7 [THSV])
 
 
 
 
พวก​เขา​จึง​จูง​ลูก​ลา​มา​ให้​พระ​เยซู แล้ว​เอา​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน​ปู​ลง​บน​หลัง​ลา พระ​องค์​จึง​ทรง​ลา​นั้น
 
 


(มก. 11:8 [THSV])
 
 
 
 
มี​คน​จำ​นวน​มาก​เอา​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน​ปู​ตาม​ถนน และ​บาง​คน​ก็​ตัด​กิ่ง​ไม้​ใบ​ไม้​เขียว​สด​จาก​ทุ่ง​นา​มา​ปู
 
 


(มก. 11:9 [THSV])
 
 
 
 
คน​ที่​เดิน​ไป​ข้าง​หน้า​กับ​คน​ที่​ตาม​มา​ข้าง​หลัง​ก็​โห่​ร้อง​ว่า “โฮ​ซัน​นา ขอ​ให้​ท่าน​ผู้​เสด็จ​มา​ใน​พระ​นาม​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​พระ​เจริญ

 
 


(มก. 11:10 [THSV])
 
 
 
 
​​ความ​เจริญ​รุ่ง​เรือง​จง​มี​แก่​แผ่น​ดิน​ที่​จะ​มา​ตั้ง​อยู่ ซึ่ง​เป็น​ของ​ดา​วิด​บรรพ​บุรุษ​ของ​เรา โฮ​ซัน​นา ใน​ที่​สูง​สุด”
 
 


 
 
 
 
 

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 31072014 เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์ปดิพัทธ์ สันติภาดา





(มก. 10:46 [THSV])
พระ​เยซู​กับ​พวก​สา​วก​มา​ยัง​เมือง​เยรี​โค และ​ขณะ​ที่​พระ​องค์​เสด็จ​ออก​จาก​เมือง​เยรี​โค​พร้อม​กับ​พวก​สา​วก​และ​ฝูง​ชน มี​คน​ตา​บอด​คน​หนึ่ง​ชื่อ บาร​ทิ​เม​อัส บุตร​ของ​ทิเม​อัส นั่ง​ขอ​ทาน​อยู่​ริม​ทาง
 
 


(มก. 10:47 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​คน​นั้น​ได้​ยิน​ว่า​พระ​เยซู​ชาว​นา​ซา​เร็ธ​เสด็จ​มา จึง​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “เยซู บุตร​ดา​วิด​เจ้า​ข้า ขอ​ทรง​พระ​เมต​ตา​ข้า​พระ​องค์​เถิด”
 
 


(มก. 10:48 [THSV])
 
 
 
 
มี​หลาย​คน​ห้าม​ปราม​บอก​ให้​เขา​เงียบ แต่​เขา​ยิ่ง​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “บุตร​ดา​วิด​เจ้า​ข้า ขอ​ทรง​พระ​เมต​ตา​ข้า​พระ​องค์​เถิด”
 
 


(มก. 10:49 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เยซู​ทรง​หยุดและ​ยืน​อยู่ แล้ว​ตรัส​ว่า “ไป​เรียก​คน​นั้น​มา” พวกเขา​จึง​เรียก​คน​ตา​บอด​นั้น กล่าว​กับ​เขา​ว่า “จง​ยินดี​และ​ลุก​ขึ้น​เถิด พระ​องค์​ทรง​เรียก​ท่าน”
 
 


(มก. 10:50 [THSV])
 
 
 
 
คน​นั้น​ก็​ทิ้ง​ผ้า​ห่ม ลุก​ขึ้น​มา​หา​พระ​เยซู
 
 


(มก. 10:51 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เยซู​จึง​ตรัส​ถาม​เขา​ว่า “ท่าน​ต้อง​การ​จะ​ให้​เรา​ทำ​อะไร​ให้​ท่าน?” คน​ตา​บอด​นั้น​ทูล​พระ​องค์​ว่า “ท่าน​อา​จารย์ ขอ​โปรด​ให้​ตา​ข้า​พระ​องค์​เห็น​ได้”
 
 


(มก. 10:52 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “จง​ไป​เถิด ความ​เชื่อ​ของ​ท่าน​ทำ​ให้​ท่าน​หาย​ปกติ​แล้ว” ทัน​ใด​นั้น​เขา​ก็​เห็น​ได้ และ​เดิน​ตาม​พระ​องค์​ไป
 
 


 
 
 
 
 

บทอ่านประจำวัน 31 กรกฎาคม 57 พฤหัส ระลึกถึง น อิกญาซีโอ





วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2014ระลึกถึง น.อิกญาซีโอ เด โลโยลา พระสงฆ์
บทอ่านจากหนังสือประกาศกเยเรมีย์    
ยรม 18:1-6 )
  องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับเยเรมีย์ดังนี้ว่า “จงรีบไปที่บ้านของช่างปั้นหม้อ แล้วเราจะแจ้งถ้อยคำของเราแก่ท่านที่นั่น” ข้าพเจ้าจึงลงไปที่บ้านของช่างปั้นหม้อ เห็นเขากำลังทำงานอยู่ที่แป้นหมุน แต่ภาชนะที่เขากำลังใช้ดินเหนียวปั้นอยู่นั้นเสียรูปใช้ไม่ได้ ดังที่อาจเกิดกับดินเหนียว ในมือของช่างปั้นหม้อ เขาจึงใช้ดินเหนียวนั้นปั้นภาชนะอีกใบหนึ่งตามที่เขาคิดว่าเหมาะสม แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า “พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เราจะทำกับท่านอย่างที่ช่างปั้นหม้อคนนี้ทำไม่ได้หรือ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส ดูซิ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย ดินเหนียวอยู่ในมือของช่างปั้นหม้ออย่างไร ท่านทั้งหลายก็อยู่ในมือของเราอย่างนั้น




บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว  ( มธ 13:47-53 )
 
   เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่ประชาชนว่า “อาณาจักร สวรรค์ยังเปรียบได้อีกกับอวนที่หย่อนลงในทะเล ติดปลาทุกชนิด เมื่ออวนเต็มแล้ว ชาวประมงจะลากขึ้นฝั่ง นั่งลงเลือกปลาดีใส่ตะกร้า ส่วนปลาเลวก็โยนทิ้งไป เมื่อถึงเวลาสิ้นโลกก็จะเป็นเช่นนี้ เมื่อถึงคราวสิ้นโลก ทูตสวรรค์จะมาแยกคนชั่วออกจากคนชอบธรรม ทิ้งคนชั่วลงในขุมไฟ ที่นั่น จะมีแต่การร่ำไห้คร่ำครวญและขบฟันด้วยความขุ่นเคือง”
“ท่านทั้งหลายเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้หรือไม่” บรรดาศิษย์ทูลตอบว่า “เข้าใจแล้ว” 
     พระองค์จึงตรัสว่า “ดังนั้น ธรรมาจารย์ทุกคนที่มาเป็นศิษย์แห่งอาณาจักรสวรรค์ก็เหมือนกับเจ้าบ้านที่นำ ทั้งของใหม่และของเก่าออกจากคลังของตน” เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสเรื่องอุปมาเหล่านี้จบแล้ว พระองค์เสด็จออกจากที่นั่น

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

บทอ่านประจำวัน 30 กรกฎาคม 57 พุธ น เปโตร คริโซโลโก





วันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2014น.เปโตร คริโซโลโก พระสังฆราชและนักปราชญ์
บทอ่านจากหนังสือประกาศกเยเรมีย์    
ยรม 15:10,16-21 )
  แม่จ๋า วิบัติจงเกิดแก่ลูก ทำไมแม่จึงคลอดลูกออกมา เป็นเหตุให้ผู้คนทั่วแผ่นดินต้องแตกแยกและทะเลาะวิวาทกัน ลูกไม่ได้ให้ยืม และไม่ได้ยืมใคร แต่ทุกคนสาปแช่งลูก เมื่อ ข้าพเจ้าพบพระวาจา ข้าพเจ้าก็ได้กินพระวาจานั้น พระวาจาของพระองค์เป็นความชื่นบาน และเป็นความยินดีของจิตใจข้าพเจ้า


ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าจอมจักรวาล เพราะข้าพเจ้าเป็นของพระองค์ ข้าพเจ้าไม่เคยนั่งเพื่อความสนุก ร่วมหมู่กับคนชอบเยาะเย้ยผู้อื่น ข้าพเจ้านั่งอยู่คนเดียวเพราะพระหัตถ์ของพระองค์อยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะพระองค์ทรงบันดาลให้ข้าพเจ้าโกรธมาก แล้วทำไมความทุกข์ทรมานของข้าพเจ้าจึงไม่รู้จักจบ ทำไมบาดแผลของข้าพเจ้าจึงรักษาไม่หาย ไม่ยอมหาย สำหรับข้าพเจ้า พระองค์ทรงเป็นเหมือนลำธารที่ทำให้ผิดหวัง เพราะน้ำไม่แน่นอน
ดัง นั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสดังนี้ว่า “ถ้าท่านกลับใจ เราจะให้ท่านกลับมา และท่านจะยืนอยู่ต่อหน้าเรา ถ้าท่านรู้จักแยกสิ่งประเสริฐจากสิ่งไร้ค่า ท่านจะเป็นเหมือนปากของเรา เขาทั้งหลายจะกลับมาหาท่าน แต่ท่านต้องไม่กลับไปหาเขา เราจะทำให้ท่านเป็นเหมือนกำแพงทองสัมฤทธิ์ ที่มั่นคงสำหรับประชากรนี้ เขาทั้งหลายจะต่อสู้กับท่าน แต่จะไม่ชนะท่าน เพราะเราอยู่กับท่าน เพื่อช่วยท่านให้รอดพ้นและปลดปล่อยท่าน องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส เราจะช่วยท่านให้พ้นจากมือของคนชั่ว จะไถ่ท่านจากมือของผู้ใช้ความรุนแรง”

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว ( มธ 13:44-46 )
 
   เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่ประชาชนว่า “อาณาจักร สวรรค์เปรียบได้กับขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในทุ่งนา คนที่พบก็ฝังซ่อนสมบัตินั้น และยินดีกลับไปขายทุกสิ่งที่มี นำเงินมาซื้อนาแปลงนั้น อาณาจักร สวรรค์ยังเปรียบได้อีกกับพ่อค้าที่แสวงหาไข่มุกเม็ดงาม เมื่อได้พบไข่มุกที่มีค่าสูง เขาจะไปขายทุกสิ่งที่มี นำเงินมาซื้อไข่มุกเม็ดนั้น”

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 30072014 เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์ปดิพัทธ์ สันติภาดา





(มก. 10:32 [THSV])
ขณะ​ที่​กำ​ลัง​เดิน​ทาง​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เยรู​ซา​เล็ม​นั้น พระ​เยซู​เสด็จ​นำ​หน้า​พวก​เขา พวก​สา​วก​ก็​พา​กัน​ประ​หลาด​ใจ และ​คน​ที่​เดิน​ตาม​มา​ก็​หวาด​กลัว พระ​องค์​จึง​ทรง​พา​สา​วก​สิบ​สอง​คน​แยก​ออก​มา​อีก แล้ว​ตรัส​ให้​พวก​เขา​ทราบ​ถึง​เหตุ​การณ์​ที่​จะ​เกิด​กับ​พระ​องค์​นั้น​ว่า
 
 


(มก. 10:33 [THSV])
 
 
 
 
“นี่แน่ะ พวก​เรา​จะ​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เยรู​ซา​เล็ม และ​บุตร​มนุษย์​จะ​ทรง​ถูก​มอบ​ไว้​กับ​พวก​หัว​หน้า​ปุโร​หิต​และ​พวก​ธรร​มา​จารย์ และ​เขา​เหล่า​นั้น​จะ​ลง​โทษ​ท่าน​ถึง​ตาย และ​จะ​มอบ​ท่าน​ไว้​กับ​บรร​ดา​คน​ต่าง​ชาติ
 
 


(มก. 10:34 [THSV])
 
 
 
 
คน​ต่าง​ชาติ​เหล่า​นั้น​จะ​เยาะ​เย้ย​ท่าน ถ่ม​น้ำ​ลาย​รด​ท่าน จะ​เฆี่ยน​ตี​ท่าน​และ​จะ​ฆ่า​ท่าน และ​หลัง​จาก​นั้น​สาม​วัน​แล้ว​ท่าน​จะ​เป็น​ขึ้น​มา​ใหม่”
 
 


(มก. 10:35 [THSV])
 
 
 
 
ยา​กอบ​กับ​ยอห์น​บุตร​ของ​เศ​เบ​ดี​เข้า​มา​ทูล​พระ​องค์​ว่า “พระ​อา​จารย์ ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​สอง​อยาก​จะ​ขอ​ให้​พระ​องค์​ทำ​ตาม​คำ​ทูล​ขอ​ของ​พวก​ข้า​พระ​องค์”
 
 


(มก. 10:36 [THSV])
 
 
 
 
พระ​องค์​จึง​ตรัส​ถาม​เขา​ทั้ง​สอง​ว่า “ท่าน​ทั้ง​สอง​อยาก​จะ​ให้​เรา​ทำ​อะไร​ให้​พวก​ท่าน?”
 
 


(มก. 10:37 [THSV])
 
 
 
 
พวก​เขา​จึง​ทูล​ตอบ​ว่า “เมื่อ​พระ​องค์​จะ​ทรง​รับ​เกียรติ​นั้น ขอ​ให้​พวก​ข้า​พระ​องค์​นั่ง​ที่​เบื้อง​ขวา​พระ​หัตถ์​คน​หนึ่ง เบื้อง​ซ้าย​คน​หนึ่ง”
 
 


(มก. 10:38 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ทั้ง​สอง​ว่า “พวก​ท่าน​ไม่​เข้า​ใจ​สิ่ง​ที่​พวก​ท่าน​ขอ ถ้วย​ที่​เรา​ดื่ม​นั้น​พวก​ท่าน​ดื่ม​ได้​หรือ? และ​บัพ​ติศ​มา​ที่​เรา​รับ พวก​ท่าน​จะ​รับ​ได้​หรือ?”
 
 


(มก. 10:39 [THSV])
 
 
 
 
เขา​ทั้ง​สอง​ทูล​ตอบ​ว่า “พวก​ข้า​พระ​องค์​ทำ​ได้” พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ถ้วย​ที่​เรา​ดื่ม​นั้น​พวก​ท่าน​จะ​ดื่ม และ​บัพ​ติศ​มา​ที่​เรา​รับ​นั้น​ท่าน​จะ​รับ​ก็​จริง
 
 


(มก. 10:40 [THSV])
 
 
 
 
แต่​การ​ที่​จะ​ให้​นั่ง​ข้าง​ขวา​หรือ​ข้าง​ซ้าย​ของ​เรา​นั้น ไม่​ใช่​เรา​เป็น​ผู้​จัด แต่​ให้​กับ​ใคร​ก็​จะ​ให้​แก่​คน​นั้น”
 
 


(มก. 10:41 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​สา​วก​สิบ​คน​ได้​ยิน​เรื่อง​นี้​ก็​มี​ความ​ขุ่น​เคือง​ยา​กอบ​และ​ยอห์น
 
 


(มก. 10:42 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เยซู​จึง​ทรง​เรียก​เขา​ทั้ง​หลาย​มา​ตรัส​ว่า “ท่าน​ทั้ง​หลาย​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า คน​ที่​นับ​ว่า​เป็น​ผู้​ครอบ​ครอง​ของ​คน​ต่าง​ชาติ​ย่อม​เป็น​เจ้า​นาย​อยู่​เหนือ​เขา​ทั้ง​หลาย และ​พวก​ที่​เป็น​ใหญ่​ก็​ใช้​อำ​นาจ​บัง​คับ​พวก​เขา
 
 


(มก. 10:43 [THSV])
 
 
 
 
ใน​พวก​ท่าน​จะ​ไม่​เป็น​เช่น​นั้น แต่​ถ้า​มี​ใคร​ต้อง​การ​จะ​เป็น​ใหญ่​ท่าม​กลาง​ท่าน คน​นั้น​จะ​ต้อง​เป็น​ผู้​ปรน​นิบัติ​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย
 
 


(มก. 10:44 [THSV])
 
 
 
 
และ​ถ้า​ใคร​ต้อง​การ​จะ​เป็น​นาย คน​นั้น​จะ​ต้อง​เป็น​ทาส​ของ​คน​ทั้ง​หลาย
 
 


(มก. 10:45 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​บุตร​มนุษย์​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​รับ​การ​ปรน​นิบัติ แต่​มา​เพื่อ​จะ​ปรน​นิบัติ​คน​อื่น และ​ให้​ชีวิต​ของ​ท่าน​เป็น​ค่า​ไถ่​คน​จำ​นวน​มาก”
 
 


 
 
 
 
 

คำเทศนา วันอาทิตย์ที่ 27/7/2014





(ยรม. 5:1 [THSV])
“จง​วิ่ง​ไป​มา​บน​ถนน​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม จง​มอง​และ​สัง​เกต จง​ค้น​ตาม​ลาน​เมือง​ดู​ที​ว่า จะ​หา​สัก​คน​หนึ่ง​ได้​หรือ​ไม่ คือ​คน​ที่​ทำ​การ​ยุติ​ธรรม และ​แสวง​หา​ความ​จริง เพื่อ​เรา​จะ​ได้​อภัย​โทษ​ให้​แก่​เมือง​นั้น
 
 


(ยรม. 5:2 [THSV])
 
 
 
 
แม้​พวก​เขา​กล่าว​ว่า ‘พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่​แน่​ฉัน​ใด’ เขา​ก็​ยัง​สา​บาน​เท็จ”
 
 


(ยรม. 5:3 [THSV])
 
 
 
 
“ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ พระ​เนตร​ของ​พระ​องค์​ทรง​หา​ความ​สัตย์​จริง​ไม่​ใช่​หรือ? พระ​องค์​ทรง​เฆี่ยน​ตี​เขา​ทั้ง​หลาย แต่​เขา​ก็​ไม่​รู้​สึก​เจ็บ​ปวด พระ​องค์​ทรง​ล้าง​ผลาญ​เขา แต่​เขา​ก็​ปฏิ​เสธ​ที่​จะ​รับ​การ​แก้ไข เขา​ได้​ทำ​ให้​หน้า​ของ​ตน​กระ​ด้าง​ยิ่ง​กว่า​หิน เขา​ปฏิ​เสธ​ที่​จะ​หัน​กลับ”
 
 


(ยรม. 5:4 [THSV])
 
 
 
 
แล้ว​ข้าพ​เจ้า​ทูล​ว่า “คน​เหล่า​นี้​เป็น​แต่​ผู้​น้อย เขา​ไม่​มี​ความ​คิด เพราะ​เขา​ไม่​รู้​จัก​พระ​มรร​คา​ของ​พระ​ยาห์​เวห์ ไม่​รู้​จัก​พระ​บัญญัติ​ของ​พระ​เจ้า​ของ​เขา
 
 


(ยรม. 5:5 [THSV])
 
 
 
 
ข้า​พระ​องค์​จะ​ไป​หา​พวก​ผู้ใหญ่ และ​จะ​พูด​กับ​พวก​เขา เพราะ​เขา​รู้​จัก​พระ​มรร​คา​ของ​พระ​ยาห์​เวห์ และ​รู้​จัก​พระ​บัญญัติ​ของ​พระ​เจ้า​ของ​เขา” แต่​พวก​เขา​ทุก​คน​ก็​ได้​หัก​แอก​เสีย เขา​ได้​ทำ​ลาย​โซ่ตรวน​เสีย
 
 


(ยรม. 5:6 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ฉะนั้น สิงห์​จาก​ป่า​จะ​มา​สัง​หาร​เขา สุนัข​ป่า​จาก​ที่​ราบ​แห้ง​แล้ง​จะ​ทำ​ลาย​เขา เสือ​ดาว​เฝ้า​เมือง​ทั้ง​หลาย​ของ​เขา ทุก​คน​ที่​ไป​จาก​เมือง​เหล่า​นั้น​จะ​ถูก​ฉีก​เป็น​ชิ้นๆ เพราะ​การ​ละ​เมิด​ของ​เขา​ก็​มาก​มาย ความ​ไม่​ซื่อ​สัตย์​ของ​เขา​ก็​ใหญ่​โต
 
 


(ยรม. 5:7 [THSV])
 
 
 
 
“เรา​จะ​ให้​อภัย​เจ้า​ได้​อย่าง​ไร? ลูก​หลาน​ของ​เจ้า​ได้​ละ​ทิ้ง​เรา​แล้ว และ​ได้​สา​บาน​โดย​ผู้​ที่​ไม่​ใช่​พระ​เจ้า เมื่อ​เรา​เลี้ยง​เขา​ให้​อิ่ม เขา​ก็​ล่วง​ประ​เวณี แล้ว​ชุมนุม​กัน​ที่​บ้าน​ของ​หญิง​แพศ​ยา
 
 


(ยรม. 5:8 [THSV])
 
 
 
 
พวก​เขา​เหมือน​ม้า​ผู้​ที่​อิ่ม​หนำ​และ​กลัด​มัน ทุก​คน​ต่าง​ร้อง​หา​ภรร​ยา​ของ​เพื่อน​บ้าน​ของ​ตน
 
 


(ยรม. 5:9 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​สิ่ง​เหล่า​นี้​เรา​จะ​ไม่​ลง​โทษ​เขา​หรือ?” พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ “และ​เรา​ไม่​ควร​จะ​แก้​แค้น​ชน​ชาติ​ที่​เป็น​อย่าง​นี้​หรือ?”
 
 


(ยรม. 5:10 [THSV])
 
 
 
 
“ไป​เถอะ ไป​ตาม​แถว​ต้น​องุ่น​ของ​มัน​และ​ทำ​ลาย​เสีย แต่​อย่า​ให้​ถึง​อว​สาน​เสีย​ที​เดียว ตัด​กิ่ง​ก้าน​ของ​มัน​ออก เพราะ​คน​เหล่า​นี้​ไม่​ได้​เป็น​ของ​พระ​ยาห์​เวห์
 
 


(ยรม. 5:11 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​พงศ์​พันธุ์​ของ​อิส​รา​เอล และ​พงศ์​พันธุ์​ของ​ยู​ดาห์ ได้​ทรยศ​ต่อ​เรา​อย่าง​สิ้น​เชิง​แล้ว” พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ
 
 


(ยรม. 5:12 [THSV])
 
 
 
 
เขา​ทั้ง​หลาย​พูด​มุสา​ใน​เรื่อง​พระ​ยาห์​เวห์ และ​ได้​กล่าว​ว่า “พระ​องค์​จะ​ไม่​ทรง​กระ​ทำ​อะไร ไม่​มี​การ​ร้าย​ใด​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​เรา เรา​จะ​ไม่​เห็น​ดาบ​หรือ​การ​กัน​ดาร​อา​หาร”
 
 


(ยรม. 5:13 [THSV])
 
 
 
 
ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ก็​จะ​เป็น​เพียง​ลม พระ​วจนะ​ไม่​มี​ใน​คน​เหล่า​นั้น ขอ​ให้​เป็น​อย่าง​นั้น​แก่​พวก​เขา​เถิด
 
 


(ยรม. 5:14 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ฉะนั้น พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​จอม​ทัพ​จึง​ตรัส​ดัง​นี้​ว่า “เพราะ​พวก​เขา​กล่าว​ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้ นี่แน่ะ เรา​จะ​ทำ​ถ้อย​คำ​ของ​เรา​ที่​อยู่​ใน​ปาก​ของ​เจ้า​ให้​เป็น​ไฟ และ​ประ​ชา​ชน​นี้​เป็น​ฟืน และ​ไฟ​นั้น​จะ​เผา​ผลาญ​เขา​เสีย
 
 


(ยรม. 5:15 [THSV])
 
 
 
 
ดู​สิ คน​อิส​รา​เอล​เอ๋ย เรา​จะ​นำ​ชน​ชาติ​จาก​แดน​ไกล​มา​สู้​เจ้า​ทั้ง​หลาย พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ เป็น​ชน​ชาติ​ที่​มั่น​คง เป็น​ชน​ชาติ​ดึก​ดำ​บรรพ์ เป็น​ชน​ชาติ​ที่​เจ้า​ไม่​รู้​ภาษา​ของ​เขา เขา​จะ​พูด​อะไร เจ้า​ก็​ไม่​เข้า​ใจ
 
 


(ยรม. 5:16 [THSV])
 
 
 
 
แล่ง​ธนู​ของ​เขา​เหมือน​หลุม​ฝัง​ศพ ทุก​คน​เป็น​นัก​รบ
 
 


(ยรม. 5:17 [THSV])
 
 
 
 
เขา​จะ​กิน​สิ่ง​ซึ่ง​เจ้า​เกี่ยว​ได้ และ​กิน​อา​หาร​ของ​เจ้า เขา​จะ​กิน​บุตร​ชาย​และ​บุตร​หญิง​ของ​เจ้า เขา​จะ​กิน​ฝูง​แกะ​ฝูง​โค​ของ​เจ้า เขา​จะ​กิน​เถา​องุ่น​และ​ต้น​มะ​เดื่อ​ของ​เจ้า เขา​จะ​ใช้​ดาบ​ทำ​ลาย​บรร​ดา​เมือง​ที่​มี​ป้อม​ของ​เจ้า ซึ่ง​เจ้า​วาง​ใจ​นั้น”
 
 


(ยรม. 5:18 [THSV])
 
 
 
 
พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​ว่า “ถึง​แม้​ใน​วัน​เหล่า​นั้น เรา​ก็​ยัง​ไม่​ทำ​ให้​เจ้า​ถึง​อว​สาน
 
 


(ยรม. 5:19 [THSV])
 
 
 
 
และ​เมื่อ​พวก​เจ้า​กล่าว​ว่า ‘ทำไม​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​เรา​ทั้ง​หลาย​จึง​ทรง​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้​แก่​เรา?’ เจ้า​จง​กล่าว​แก่​เขา​ว่า ‘เพราะ​เจ้า​ได้​ละ​ทิ้ง​เรา​ไป​ปรน​นิบัติ​พระ​ต่าง​ด้าว​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​เจ้า เพราะ​ฉะนั้น เจ้า​จะ​ต้อง​ไป​ปรน​นิบัติ​คน​ต่าง​ชาติ​ใน​แผ่น​ดิน​ซึ่ง​ไม่​ใช่​ของ​เจ้า’ ”
 
 


(ยรม. 5:20 [THSV])
 
 
 
 
"จง​ป่าว​ร้อง​ข้อ​ความ​ต่อ​ไป​นี้​ใน​วงศ์​วาน​ยา​โคบ จง​ประ​กาศ​เรื่อง​นี้​ใน​ยู​ดาห์
 
 


(ยรม. 5:21 [THSV])
 
 
 
 
“ประ​ชา​ชน​ที่​โง่​เขลา​และ​ไร้​ความ​คิด​เอ๋ย ผู้​มี​ตา แต่​มอง​ไม่​เห็น ผู้​มี​หู แต่​ฟัง​ไม่​ได้​ยิน จง​ฟัง​ข้อ​ความ​นี้
 
 


(ยรม. 5:22 [THSV])
 
 
 
 
เจ้า​ไม่​ยำ​เกรง​เรา​หรือ?” พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ “เจ้า​ไม่​ตัว​สั่น​อยู่​ต่อ​หน้า​เรา​หรือ? คือ​เรา​ผู้​วาง​กอง​ทราย​ไว้​เป็น​เขต​ล้อม​ทะเล เป็น​เครื่อง​กีด​ขวาง​เป็น​นิตย์​ไม่​ให้​ผ่าน​ไป​ได้ แม้​ว่า​คลื่น​จะ​ซัด ก็​เอา​ชนะ​ไม่​ได้ แม้​ว่า​คลื่น​จะ​คะ​นอง ก็​ข้าม​ไป​ไม่​ได้
 
 


(ยรม. 5:23 [THSV])
 
 
 
 
แต่​ประ​ชา​ชน​เหล่า​นี้​มี​ใจ​ดื้อ​ดึง​และ​กบฏ เขา​ได้​หัน​เห​และ​จาก​ไป​เสีย
 
 


(ยรม. 5:24 [THSV])
 
 
 
 
พวก​เขา​ไม่​ได้​คิด​ใน​ใจ​ของ​ตน​ว่า ‘ให้​เรา​ยำ​เกรง​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​เรา ผู้​ประ​ทาน​ฝน​ตาม​ฤดู​ของ​มัน คือ​ฝน​ต้น​ฤดู​และ​ฝน​ปลาย​ฤดู และ​ทรง​รักษา กฎ​เกณฑ์​ของ​สัป​ดาห์​แห่ง​การ​เก็บ​เกี่ยว​ไว้​ให้​เรา’
 
 


(ยรม. 5:25 [THSV])
 
 
 
 
ความ​ผิด​บาป​ของ​เจ้า​ได้​ทำ​ให้​สิ่ง​เหล่า​นี้​หัน​เห​ไป​เสีย และ​บาป​ของ​พวก​เจ้า​ก็​กัน​ความ​ดี​ไว้​เสีย​จาก​เจ้า
 
 


(ยรม. 5:26 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​จะ​พบ​คน​อธรรม​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​กร​ของ​เรา เขา​ซุ่ม​คอย​เหมือน​คน​ดัก​นก​ซุ่ม​อยู่ เขา​วาง​กับ​ไว้ เขา​ดัก​จับ​คน
 
 


(ยรม. 5:27 [THSV])
 
 
 
 
เหมือน​กรง​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​นก บ้าน​ของ​พวก​เขา​ก็​เต็ม​ด้วย​การ​ทรยศ เพราะ​ฉะนั้น เขา​จึง​ใหญ่​โต​และ​มั่ง​มี
 
 


(ยรม. 5:28 [THSV])
 
 
 
 
​​เขา​จึง​ตัว​อ้วน​อ่อน​นิ่ม ใน​เรื่อง​ทำ​ชั่ว​เขา​ล้ำ​หน้า เขา​ไม่​ได้​ตัด​สิน​ด้วย​ความ​ยุติ​ธรรม ใน​คดี​ของ​ลูก​กำ​พร้า เพื่อ​ให้​คดี​นั้น​ก้าว​หน้า เขา​ไม่​ได้​ป้อง​กัน​สิทธิ​ของ​คน​ขัด​สน
 
 


(ยรม. 5:29 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​สิ่ง​เหล่า​นี้​เรา​จะ​ไม่​ลง​โทษ​เขา​หรือ?” พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ “และ​ไม่​ควร​ที่​เรา​จะ​แก้​แค้น​ประ​ชา​ชาติ​ที่​เป็น​อย่าง​นี้​หรือ?
 
 


(ยรม. 5:30 [THSV])
 
 
 
 
“สิ่ง​น่า​หวาด​หวั่น​และ​น่า​กลัว ได้​เกิด​ขึ้น​ใน​แผ่น​ดิน​นี้
 
 


(ยรม. 5:31 [THSV])
 
 
 
 
คือ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ได้​เผย​พระ​วจนะ​เท็จ และ​บรร​ดา​ปุโร​หิต​ก็​ปก​ครอง​ตาม​อำ​นาจ​ของ​ตน และ​ประ​ชา​กร​ของ​เรา​ก็​ชอบ​แบบ​นี้ แต่​พวก​เจ้า​จะ​ทำ​อย่างไร​เมื่อ​วาระ​สุด​ท้าย​มา​ถึง?”
 
 


 
 
 
 
 

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 29072014 เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์ปดิพัทธ์ สันติภาดา





(มก. 10:17 [THSV])
เมื่อ​พระ​องค์​กำ​ลัง​จะ​เสด็จ​ออก​ไป​นั้น มี​คน​หนึ่ง​วิ่ง​มา​หา​พระ​องค์ คุก​เข่า​ลง​ทูล​ถาม​พระ​องค์​ว่า “อา​จารย์​ผู้​ประ​เสริฐ ข้าพเจ้า​จะทำอย่าง​ไร ถึง​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์?”
 
 


(มก. 10:18 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เยซู​ตรัส​กับ​คน​นั้น​ว่า “ท่าน​ใช้​คำ​ว่า​ประ​เสริฐ​ทำ​ไม? ไม่​มี​ใคร​ประ​เสริฐ​นอก​จาก​พระ​เจ้า​องค์​เดียว
 
 


(มก. 10:19 [THSV])
 
 
 
 
ท่าน​ก็​รู้จัก​บัญ​ญัติ​แล้ว​ที่​ว่า ‘ห้าม​ฆ่า​คน ห้าม​ล่วง​ประ​เวณี​ผัว​เมีย​เขา ห้าม​ลัก​ทรัพย์ ห้าม​เป็น​พยาน​เท็จ ห้าม​โกง​เขา จง​ให้​เกียรติ​บิดา​มารดา​ของ​เจ้า’ ”
 
 


(มก. 10:20 [THSV])
 
 
 
 
คน​นั้น​จึง​ทูล​พระ​องค์​ว่า “ท่าน​อา​จารย์ บัญ​ญัติ​เหล่า​นั้น​ข้าพ​เจ้า​ถือ​รัก​ษา​ไว้​ตั้ง​แต่​เด็ก”
 
 


(มก. 10:21 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เยซู​ทอด​พระ​เนตร​ดู​คน​นั้น ทรง​เอ็นดู​เขา​แล้ว​ตรัส​ว่า “ท่าน​ยัง​ขาด​อยู่​อย่าง​หนึ่ง จง​ไป​ขาย​บรร​ดา​สิ่ง​ของ​ที่​ท่าน​มี​อยู่ แจก​จ่าย​ให้​กับ​คน​ยาก​จน ท่าน​จึง​จะ​มี​ทรัพย์​สม​บัติ​ใน​สวรรค์ แล้ว​จง​กลับ​มา​ติด​ตาม​เรา”
 
 


(มก. 10:22 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​เขา​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น ใบ​หน้า​ของ​เขา​ก็​สลด แล้ว​ออก​ไป​เป็น​ทุกข์ เพราะ​เขา​มี​ทรัพย์​สิ่ง​ของ​จำ​นวน​มาก
 
 


(มก. 10:23 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เยซู​จึง​ทอด​พระ​เนตร​รอบๆ แล้ว​ตรัส​กับ​เหล่า​สา​วก​ของ​พระ​องค์​ว่า “คน​มั่งมี​จะ​เข้า​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ยาก​จริงๆ”
 
 


(มก. 10:24 [THSV])
 
 
 
 
เหล่า​สา​วก​ก็​ประ​หลาด​ใจ​เพราะ​ถ้อย​คำ​ของ​พระ​องค์ แล้ว​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​อีก​ว่า “ลูก​เอ๋ย การ​เข้า​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ยาก​จริงๆ
 
 


(มก. 10:25 [THSV])
 
 
 
 
อูฐ​จะ​ลอด​รู​เข็ม​ก็​ง่าย​กว่า​คน​มั่งมี​จะ​เข้า​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า”
 
 


(มก. 10:26 [THSV])
 
 
 
 
เหล่า​สา​วก​ก็​ประ​หลาด​ใจ​อย่าง​ยิ่ง พูด​กัน​เอง​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น​ใคร​จะ​รอด​ได้?”
 
 


(มก. 10:27 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เยซู​ทอด​พระ​เนตร​พวก​เขา​แล้ว​ตรัส​ว่า “ส่วน​มนุษย์​ก็​เหลือ​กำ​ลัง​ที่​จะ​ทำ​ได้ แต่​ไม่​เหลือ​กำ​ลัง​ของ​พระ​เจ้า เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​ให้​สำ​เร็จ​ได้​ทุก​สิ่ง”
 
 


(มก. 10:28 [THSV])
 
 
 
 
เป​โตร​จึง​เริ่ม​ทูล​พระ​องค์​ว่า “นี่แน่ะ ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​ยอม​สละ​สิ่ง​สาร​พัด​และ​ติด​ตาม​พระ​องค์​มา”
 
 


(มก. 10:29 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เยซู​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ว่า ใคร​ก็​ตาม​ที่​สละ​บ้าน หรือ​พี่​น้อง​ชาย​หญิง หรือ​บิดา​มาร​ดา หรือ​ลูก หรือ​ไร่​นา เพราะ​เห็น​แก่​เรา​และ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ของ​เรา
 
 


(มก. 10:30 [THSV])
 
 
 
 
คน​นั้น​จะ​ได้​รับ​ผล​ตอบ​แทน​ร้อย​เท่า​ใน​ยุค​นี้​คือ บ้าน พี่​น้อง​ชาย​หญิง มารดา ลูก และ​ไร่​นา พร้อม​การ​ข่ม​เหง​ด้วย และ​ใน​ยุค​หน้า​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์
 
 


(มก. 10:31 [THSV])
 
 
 
 
แต่​หลาย​คน​ที่​เป็น​คน​แรก​จะ​กลับ​ไป​เป็น​คน​สุด​ท้าย และ​คน​สุด​ท้าย​จะ​กลับ​ไป​เป็น​คน​แรก”
 
 


 
 
 
 
 

บทอ่านประจำวัน 29 กรกฎาคม 57 อังคาร ระลึกถึง นบ มาร์ธา





วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม 2014ระลึกถึง น.มาร์ธา
บทอ่านจากหนังสือประกาศกเยเรมีย์    
( ยรม 14:17-22
)   องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสสั่งข้าพเจ้า ให้ไปประกาศถ้อยคำนี้แก่เขาทั้งหลายว่า “ตาของเราน่าจะหลั่งน้ำตาทั้งคืนทั้งวันโดยไม่หยุด เพราะบุตรหญิงพรหมจารีของประชากรของเราได้รับภัยพิบัติยิ่งใหญ่ เป็นบาดแผลสาหัสไม่มีทางรักษาให้หายได้ ถ้าเราออกไปในทุ่งนา ก็เห็นผู้ถูกฆ่าด้วยดาบ ถ้าเราเข้าไปในกรุง ก็เห็นผู้ที่อดอาหารตาย ทั้งบรรดาประกาศกและสมณะเดินไปมาในแผ่นดิน โดยไม่รู้ว่าจะทำอะไร”
     ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงทอดทิ้งยูดาห์โดยสิ้นเชิงแล้วหรือ พระองค์ทรงรังเกียจศิโยนแล้วหรือ ทำไมพระองค์จึงทรงเฆี่ยนตีข้าพเจ้าทั้งหลาย ให้บาดเจ็บจนไม่มีทางรักษา

ข้าพเจ้าทั้งหลายรอคอยสันติภาพ แต่ไม่มีอะไรดีเกิดขึ้น รอคอยเวลาให้หายจากโรค ก็มีแต่ความน่าสยดสยอง ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายยอมรับความเลวร้ายของตน และความชั่วร้ายของบรรพบุรุษ ข้าพเจ้าได้ทำบาปผิดต่อพระองค์ เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์ ขออย่าทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าทั้งหลาย ขออย่าทรงปล่อยให้ที่ประทับแห่งพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ถูกลบหลู่ โปรดทรงระลึกถึงข้าพเจ้าทั้งหลาย และอย่าทรงเพิกถอนพันธสัญญาที่ทรงทำไว้กับข้าพเจ้าทั้งหลายเลย ในบรรดารูปเคารพของนานาชาติ มีรูปเคารพใดบ้างทำให้ฝนตกได้ ท้องฟ้าจะให้ฝนตกหนักได้โดยลำพังตนเองหรือ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย มิใช่พระองค์หรือที่ทรงทำเช่นนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายจึงวางใจในพระองค์ เพราะพระองค์ทรงทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา  ( ลก 10:38-42 )
 
   ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินพร้อมกับบรรดาศิษย์ พระองค์เสด็จเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง สตรีผู้หนึ่งชื่อมารธารับเสด็จพระองค์ที่บ้าน นางมีน้องสาวชื่อมารีย์ซึ่งนั่งอยู่แทบพระบาทขององค์พระผู้เป็นเจ้า คอยฟังพระวาจาของพระองค์ มารธากำลังยุ่งอยู่กับการปรนนิบัติรับใช้จึงเข้ามาทูลว่า “พระเจ้าข้า พระองค์ไม่สนพระทัยหรือที่น้องสาวปล่อยดิฉันคนเดียวให้ปรนนิบัติรับใช้ ขอพระองค์บอกเขาให้มาช่วยดิฉันบ้าง” แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบว่า “มารธา มารธา เธอเป็นห่วงและวุ่นวายหลายสิ่งนัก สิ่งที่จำเป็นมีเพียงสิ่งเดียวมารีย์ได้เลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดที่จะไม่มี ใครเอาไปจากเขาได้”

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

[Thai Living Life] 2013-10-21





(1คร. 1:10 [THSV])
พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ข้าพ​เจ้า​วิง​วอน​ท่าน​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้าของ​เรา ขอ​ให้​ปรอง​ดอง​กัน อย่า​มี​ความ​แตก​แยก​ใน​พวก​ท่าน แต่​ขอ​ให้​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน​ใน​ความ​คิด​และ​ความ​เห็น
 
 


(1คร. 1:11 [THSV])
 
 
 
 
พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย​ของ​ข้าพเจ้า คน​ของ​นาง​คะโล​เอ​ได้​เล่า​เรื่อง​ของ​ท่าน​ให้​ข้าพ​เจ้า​ฟัง​ว่า มี​การ​ทะ​เลาะ​วิวาท​กัน​ใน​ระหว่าง​พวก​ท่าน
 
 


(1คร. 1:12 [THSV])
 
 
 
 
ข้าพ​เจ้า​หมาย​ความ​ว่า พวก​ท่าน​ต่าง​ก็​กล่าว​ว่า “ข้าพ​เจ้า​เป็น​ศิษย์​เปา​โล” หรือ “ข้าพ​เจ้า​เป็น​ศิษย์​อปอล​โล” หรือ “ข้าพ​เจ้า​เป็น​ศิษย์​เค​ฟาส” หรือ “ข้าพ​เจ้า​เป็น​ศิษย์​พระ​คริสต์”
 
 


(1คร. 1:13 [THSV])
 
 
 
 
พระ​คริสต์​แบ่ง​ออก​เป็น​หลาย​องค์​แล้ว​หรือ? เปา​โล​ถูก​ตรึง​เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​หรือ? ท่าน​ได้​รับ​บัพ​ติศ​มา​ใน​นาม​ของ​เปา​โล​หรือ?
 
 


(1คร. 1:14 [THSV])
 
 
 
 
ข้าพ​เจ้า​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​เจ้า​ที่​ข้าพ​เจ้า​ไม่​ได้​ให้​บัพ​ติศ​มา​แก่​ผู้​หนึ่ง​ผู้​ใด​ใน​พวก​ท่าน เว้น​แต่​คริส​ปัส และ​กายอัส
 
 


(1คร. 1:15 [THSV])
 
 
 
 
ดัง​นั้น จึง​ไม่​มี​ผู้​ใด​กล่าว​ได้​ว่า​เขา​ได้​รับ​บัพ​ติศ​มา​ใน​นาม​ของ​ข้าพ​เจ้า
 
 


(1คร. 1:16 [THSV])
 
 
 
 
(ข้าพ​เจ้า​ให้​บัพ​ติศ​มา​แก่​ครอบ​ครัว​ของ​สเท​ฟา​นัสด้วย นอก​จาก​คน​เหล่า​นี้​แล้ว ข้าพเจ้า​ไม่​ทราบ​ว่า​ข้าพ​เจ้า​ให้​บัพ​ติศ​มา​แก่​ผู้​ใด​อีก​บ้าง)
 
 


(1คร. 1:17 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​พระ​คริสต์​ไม่​ได้​ทรง​ส่ง​ข้าพ​เจ้า​ไป​เพื่อ​ให้​บัพ​ติศ​มา แต่​เพื่อ​ให้​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ ไม่​ใช่​ด้วย​การ​พูด​อัน​ชาญ​ฉลาด​เพื่อ​ว่า​เรื่อง​กาง​เขน​ของ​พระ​คริสต์​จะ​ไม่​หมด​ฤทธิ์​เดช
 
 


 
 
 
 
 

[Thai Living Life] 2013-10-27





(1คร. 3:10 [THSV])
โดย​พระ​คุณ​ของ​พระ​เจ้า​ที่​ประ​ทาน​แก่​ข้าพ​เจ้า ข้าพ​เจ้า​ได้​วาง​ราก​ลง​แล้ว​เหมือน​นาย​ช่าง​ผู้​ชำ​นาญ และ​อีก​คน​หนึ่ง​ก็​มา​ก่อ​ขึ้น แต่​ละ​คน​ต้อง​ระวัง​ให้​ดี​ว่า​เขา​จะ​ก่อ​ขึ้น​อย่าง​ไร
 
 


(1คร. 3:11 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​ใคร​จะ​มา​วาง​ราก​อื่น​อีก​ไม่​ได้​แล้ว นอก​จาก​ที่​วาง​ไว้​แล้ว​คือ​พระ​เยซู​คริสต์
 
 


(1คร. 3:12 [THSV])
 
 
 
 
บน​ราก​นั้น​ถ้า​ใคร​จะ​ก่อ​ขึ้น​ด้วย​ทอง​คำ เงิน เพชร​พลอย ไม้ หญ้า​แห้ง​หรือ​ฟาง
 
 


(1คร. 3:13 [THSV])
 
 
 
 
การ​งาน​ของ​แต่​ละ​คน​ก็​จะ​ปรา​กฏ​ให้​เห็น เพราะ​วัน​พิพาก​ษา​นั้น​จะ​สำ​แดง​ให้​เห็น คือ​จะ​ถูก​เผย​ให้​เห็น​ด้วย​ไฟ และ​ไฟ​นั้น​จะ​พิสูจน์​ว่า​การ​งาน​ของ​แต่​ละ​คน​เป็น​อย่าง​ไร
 
 


(1คร. 3:14 [THSV])
 
 
 
 
ถ้า​การ​งาน​ของ​ใคร​ที่​ก่อ​ขึ้น​ทน​อยู่​ได้ คน​นั้น​ก็​จะ​ได้​บำ​เหน็จ
 
 


(1คร. 3:15 [THSV])
 
 
 
 
ถ้า​การ​งาน​ของ​ใคร​ถูก​เผา​ไหม้​ไป คน​นั้น​ก็​จะ​ได้​รับ​ความ​สูญ​เสีย ส่วน​ตัว​เขา​เอง​จะ​รอด แต่​เหมือน​ดัง​รอด​จาก​ไฟ
 
 


(1คร. 3:16 [THSV])
 
 
 
 
ท่าน​ทั้ง​หลาย​รู้​แล้ว​ไม่​ใช่​หรือ​ว่า​พวก​ท่าน​เป็น​วิ​หาร​ของ​พระ​เจ้า และ​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​เจ้า​สถิต​อยู่​ใน​พวก​ท่าน?
 
 


(1คร. 3:17 [THSV])
 
 
 
 
ถ้า​ใคร​ทำ​ลาย​วิหาร​ของ​พระ​เจ้า พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ทำ​ลาย​คน​นั้น เพราะ​ว่า​วิหาร​ของ​พระ​เจ้า​เป็น​ที่​บริ​สุทธิ์ และ​พวก​ท่าน​เป็น​วิหาร​นั้น
 
 


 
 
 
 
 

[Thai Living Life] 2013-10-26





(1คร. 3:1 [THSV])
พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ข้าพ​เจ้า​ไม่​อาจ​จะ​พูด​กับ​ท่าน เหมือน​พูด​กับ​พวก​ที่​อยู่​ฝ่าย​จิต​วิญ​ญาณ แต่​ต้อง​พูด​เหมือน​พวก​ที่​อยู่​ฝ่าย​เนื้อ​หนัง เหมือน​กับ​พวก​ที่​เป็น​ทา​รก​ใน​พระ​คริสต์
 
 


(1คร. 3:2 [THSV])
 
 
 
 
ข้าพ​เจ้า​เลี้ยง​พวก​ท่าน​ด้วย​น้ำ​นม ไม่​ใช่​ด้วย​อา​หาร​แข็ง เพราะ​ว่า​เมื่อ​ก่อน​ท่าน​ไม่​สา​มารถ​รับ และ​เดี๋ยว​นี้​ท่าน​ก็​ยัง​คง​ไม่​สา​มารถ​รับ​ได้
 
 


(1คร. 3:3 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ยัง​อยู่​ฝ่าย​เนื้อ​หนัง เพราะ​เมื่อ​ยัง​อิจ​ฉา​กัน และ​ขัด​เคือง​ใจ​กัน พวก​ท่าน​ก็​อยู่​ฝ่าย​เนื้อ​หนัง​และ​ประ​พฤติ​อย่าง​คน​ทั่ว​ไป​ไม่​ใช่​หรือ?
 
 


(1คร. 3:4 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​เมื่อ​คน​หนึ่ง​กล่าว​ว่า “ข้าพ​เจ้า​เป็น​ศิษย์​ของ​เปา​โล” และ​อีก​คน​หนึ่ง​กล่าว​ว่า “ข้าพ​เจ้า​เป็น​ศิษย์​ของ​อปอล​โล” ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​เป็น​เหมือน​คน​ทั่ว​ไป​ไม่​ใช่​หรือ?
 
 


(1คร. 3:5 [THSV])
 
 
 
 
อปอล​โล​คือ​ใคร? เปา​โล​คือ​ใคร? คือ​ผู้​ปรน​นิบัติ​ซึ่ง​ได้​สอน​พวก​ท่าน​ให้​เชื่อ ตาม​งาน​ที่​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​กำ​หนด​ให้​แต่​ละ​คน
 
 


(1คร. 3:6 [THSV])
 
 
 
 
ข้าพ​เจ้า​ปลูก อปอล​โล​รด​น้ำ แต่​พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​ให้​เติบ​โต
 
 


(1คร. 3:7 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ฉะนั้น​คน​ที่​ปลูก​และ​คน​ที่​รด​น้ำ​ไม่​สำ​คัญ​อะไร แต่​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ให้​เติบ​โต​นั้น​ต่าง​หาก​ที่​สำ​คัญ
 
 


(1คร. 3:8 [THSV])
 
 
 
 
คน​ที่​ปลูก​และ​คน​ที่​รด​น้ำ​ก็​เป็น​พวก​เดียว​กัน และ​ทุก​คน​ก็​จะ​ได้​บำ​เหน็จ​ตาม​การ​งาน​ของ​ตน
 
 


(1คร. 3:9 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​เรา​ร่วม​กัน​ทำ​งาน​เพื่อ​พระ​เจ้า ท่าน​ทั้ง​หลาย​เป็น​ไร่​นา​ของ​พระ​เจ้า และ​เป็น​ตึก​ของ​พระ​องค์
 
 


 
 
 
 
 

[Thai Living Life] 2013-10-25





(1คร. 2:10 [THSV])
พระ​เจ้า​ได้​ทรง​สำ​แดง​สิ่ง​เหล่า​นี้​กับ​เรา​ทาง​พระ​วิญ​ญาณ เพราะ​ว่า​พระ​วิญ​ญาณ​ทรง​หยั่ง​รู้​ทุก​สิ่ง​แม้​เป็น​ความ​ล้ำ​ลึก​ของ​พระ​เจ้า
 
 


(1คร. 2:11 [THSV])
 
 
 
 
อัน​ความ​คิด​ของ​มนุษย์​นั้น จะ​มี​ใคร​หยั่ง​รู้​ได้​ถ้า​ไม่​ใช่​จิต​วิญ​ญาณ​ของ​มนุษย์​คน​นั้น​เอง พระ​ดำริ​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ไม่​มี​ใคร​หยั่ง​รู้​ได้​เว้น​แต่​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​เจ้า​เช่น​กัน
 
 


(1คร. 2:12 [THSV])
 
 
 
 
เรา​ไม่​ได้​รับ​วิญ​ญาณ​ของ​โลก แต่​ได้​รับ​พระ​วิญ​ญาณ​ซึ่ง​มา​จาก​พระ​เจ้า เพื่อ​จะ​ได้​รู้​ถึง​สิ่ง​ต่างๆ ที่​พระ​เจ้า​ประ​ทาน​แก่​เรา
 
 


(1คร. 2:13 [THSV])
 
 
 
 
และ​เรา​กล่าว​ถึง​เรื่อง​เหล่า​นี้​ด้วย​ถ้อย​คำ​ซึ่ง​ไม่​ใช่​ปัญ​ญา​ของ​มนุษย์​สอน​ไว้ แต่​พระ​วิญ​ญาณ​ทรง​สอน​ไว้ คือ​เรา​ได้​อธิ​บาย​ความ​หมาย​ของ​เรื่อง​ฝ่าย​จิต​วิญ​ญาณ ให้​คน​ฝ่าย​จิต​วิญ​ญาณ​ฟัง
 
 


(1คร. 2:14 [THSV])
 
 
 
 
แต่​คน​ทั่ว​ไป​จะ​ไม่​รับ​สิ่ง​เหล่า​นี้​ซึ่ง​เป็น​ของ​พระ​วิญ​ญาณ​แห่ง​พระ​เจ้า เพราะ​ว่า​เขา​เห็น​ว่า​เป็น​เรื่อง​โง่ และ​เขา​ไม่​สา​มารถ​เข้า​ใจ เพราะ​จะ​เข้า​ใจ​สิ่ง​เหล่า​นี้​ได้​ก็​ต้อง​วินิจ​ฉัย​โดย​พึ่ง​พระ​วิญ​ญาณ
 
 


(1คร. 2:15 [THSV])
 
 
 
 
แต่​คน​ฝ่าย​จิต​วิญ​ญาณ​วินิจ​ฉัย​สิ่ง​สาร​พัด​ได้ ทว่า​ไม่​มี​ใคร​วินิจ​ฉัย​เขา​ได้
 
 


(1คร. 2:16 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า “ใคร​เล่า​รู้​พระ​ทัย​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ? เพื่อ​จะ​แนะ​นำ​สั่ง​สอน​พระ​องค์​ได้” แต่​เรา​ก็​มี​พระ​ทัย​ของ​พระ​คริสต์
 
 


 
 
 
 
 

[Thai Living Life] 2013-10-24





(1คร. 2:1 [THSV])
พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย เมื่อ​ข้าพ​เจ้า​มา​หา​ท่าน​เพื่อ​ประ​กาศ​ความ​ล้ำ​ลึก​ของ​พระ​เจ้า​แก่​พวก​ท่าน​นั้น ข้าพ​เจ้า​ไม่​ได้​มา​ด้วย​ถ้อย​คำ​หวาน​หู​หรือ​ด้วย​ความ​ฉลาด​ปราด​เปรื่อง
 
 


(1คร. 2:2 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ข้าพ​เจ้า​ตั้ง​ใจ​ว่า​จะ​ไม่​แสดง​ความ​รู้​เรื่อง​ใดๆ ใน​หมู่​พวก​ท่าน​เลย เว้น​แต่​เรื่อง​พระ​เยซู​คริสต์​และ​การ​ที่​พระ​องค์​ทรง​ถูก​ตรึง​ที่​กาง​เขน
 
 


(1คร. 2:3 [THSV])
 
 
 
 
และ​ข้าพ​เจ้า​มา​หา​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ด้วย​ความ​อ่อน​แอ ด้วย​ความ​กลัว​และ​ความ​หวาด​หวั่น​มาก
 
 


(1คร. 2:4 [THSV])
 
 
 
 
คำ​พูด​และ​คำ​เทศ​นา​ของ​ข้าพ​เจ้า​ไม่​ใช่​เป็น​การ​พูด​ชัก​ชวน​ด้วย​ปัญ​ญา​แต่​เป็น​การ​สำ​แดง​พระ​วิญ​ญาณ​และ​ฤทธา​นุ​ภาพ
 
 


(1คร. 2:5 [THSV])
 
 
 
 
เพื่อ​ความ​เชื่อ​ของ​พวก​ท่าน​จะ​ไม่​ขึ้น​กับ​ปัญ​ญา​ของ​มนุษย์ แต่​ขึ้น​กับ​ฤทธิ์​เดช​ของ​พระ​เจ้า
 
 


(1คร. 2:6 [THSV])
 
 
 
 
ถึง​กระ​นั้น​เรา​กล่าว​ถึง​ปัญ​ญา​ใน​ท่าม​กลาง​คน​ที่​เป็น​ผู้​ใหญ่​แล้ว แต่​ไม่​ใช่​ปัญ​ญา​ของ​ยุค​นี้ หรือ​ของ​อำ​นาจ​ครอบ​ครอง​ยุค​นี้ ซึ่ง​กำ​ลัง​เสื่อม​สูญ​ไป
 
 


(1คร. 2:7 [THSV])
 
 
 
 
แต่​เรา​กล่าว​ถึง​พระ​ปัญ​ญา​ของ​พระ​เจ้า​ซึ่ง​เป็น​ความ​ล้ำ​ลึก คือ​พระ​ปัญ​ญา​ที่​ทรง​ซ่อน​ไว้​นั้น และ​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​กำ​หนด​ไว้​ก่อน​ปฐม​กาล เพื่อ​การ​รับ​ศักดิ์​ศรี​ของ​เรา
 
 


(1คร. 2:8 [THSV])
 
 
 
 
ไม่​มี​อำ​นาจ​ครอบ​ครอง​ใดๆ ใน​ยุค​นี้​รู้​จัก​พระ​ปัญ​ญา​นี้ เพราะ​ว่า​ถ้า​รู้จัก​แล้ว จะ​ไม่​เอา​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​แห่ง​พระ​สิริ​ตรึง​กาง​เขน
 
 


(1คร. 2:9 [THSV])
 
 
 
 
ดัง​ที่​มี​เขียน​ไว้​ว่า “สิ่ง​ที่​ตา​ไม่​เห็น หู​ไม่​ได้​ยิน และ​สิ่ง​ที่​ใจ​มนุษย์​คิด​ไม่​ถึง คือ​สิ่ง​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​จัด​เตรียม​ไว้​สำ​หรับ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​รัก​พระ​องค์”
 
 


 
 
 
 
 

[Thai Living Life] 2013-10-23





(1คร. 1:26 [THSV])
พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย จง​พิ​จาร​ณา​ดู​สภาพ​พวก​ท่าน​เมื่อ​ได้​รับ​การ​ทรง​เรียก มี​น้อย​คน​ที่​โลก​ถือ​ว่า​มี​ปัญ​ญา มี​น้อย​คน​ที่​มี​อำนาจ มี​น้อย​คน​ที่​มี​ตระ​กูล​สูง
 
 


(1คร. 1:27 [THSV])
 
 
 
 
แต่​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เลือก​พวก​ที่​โลก​ถือ​ว่า​โง่ เพื่อ​ทำ​ให้​พวก​มี​ปัญ​ญา​อับ​อาย และ​ได้​ทรง​เลือก​พวก​ที่​โลก​ถือ​ว่า​อ่อน​แอ เพื่อ​ทำ​ให้​พวก​ที่​แข็ง​แรง​อับ​อาย
 
 


(1คร. 1:28 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เลือก​พวก​ที่​โลก​ถือ​ว่า​ต่ำ​ต้อย​และ​ดู​หมิ่น และ​เห็น​ว่า​ไม่​สำ​คัญ เพื่อ​ทำ​ลาย​สิ่ง​ซึ่ง​โลก​เห็น​ว่า​สำ​คัญ
 
 


(1คร. 1:29 [THSV])
 
 
 
 
เพื่อ​ไม่​ให้​มนุษย์​สัก​คน​หนึ่ง​โอ้​อวด​เฉพาะ​พระ​พักตร์พระ​เจ้า​ได้
 
 


(1คร. 1:30 [THSV])
 
 
 
 
โดย​พระ​องค์ ท่าน​ทั้ง​หลาย​จึง​อยู่​ใน​พระ​เยซู​คริสต์ ผู้​ทรง​เป็น​พระ​ปัญ​ญา​จาก​พระ​เจ้า​สำ​หรับ​เรา ทรง​เป็น​ผู้​ทำ​ให้​เรา​ชอบ​ธรรม ทรง​เป็น​ผู้​ชำระ​เรา​ให้​บริ​สุทธิ์ และ​ทรง​เป็น​ผู้​ไถ่​บาป
 
 


(1คร. 1:31 [THSV])
 
 
 
 
เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​คำ​เขียน​ไว้​ว่า “ให้​ผู้​โอ้​อวด อวด​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า
 
 


 
 
 
 
 

[Thai Living Life] 2013-10-22





(1คร. 1:18 [THSV])
เพราะ​ว่า​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​กำ​ลัง​จะ​พินาศ​ก็​เห็น​ว่า​เรื่อง​กาง​เขน​เป็น​เรื่อง​โง่ แต่​เรา​ที่​กำ​ลัง​จะ​รอด​เห็น​ว่า​เป็น​ฤท​ธา​นุภาพ​ของ​พระ​เจ้า
 
 


(1คร. 1:19 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​มี​คำ​เขียน​ไว้​ว่า “เรา​จะ​ทำ​ลาย​สติ​ปัญ​ญา​ของ​คน​มี​ปัญ​ญา และ​จะ​ทำ​ให้​ความ​ฉลาด​ของ​คน​ฉลาด​สูญ​สิ้น​ไป
 
 


(1คร. 1:20 [THSV])
 
 
 
 
คน​มี​ปัญ​ญา​ของ​ยุค​นี้​อยู่​ที่​ไหน? บัณ​ฑิต​ของ​ยุค​นี้​อยู่​ที่​ไหน? นัก​โต้​ปัญ​หา​ของ​ยุค​นี้​อยู่​ที่​ไหน? พระ​เจ้า​ทรง​ทำ​ให้​ปัญ​ญา​ฝ่าย​โลก​เป็น​ความ​โง่​แล้ว​ไม่​ใช่​หรือ?
 
 


(1คร. 1:21 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ตาม​ที่​ทรง​กำ​หนด​ไว้​ตาม​พระ​สติ​ปัญ​ญา​ของ​พระ​เจ้า โลก​ไม่​อาจ​รู้​จัก​พระ​เจ้า​ได้​โดย​ปัญ​ญา​ของ​ตน พระ​เจ้า​จึง​พอ​พระ​ทัย​จะ​ช่วย​พวก​ที่​เชื่อ​ให้​รอด​โดย​คำ​เทศ​นา​โง่ๆ
 
 


(1คร. 1:22 [THSV])
 
 
 
 
พวก​ยิว​ขอ​หมาย​สำ​คัญ และ​พวก​กรีก​เสาะ​หา​ปัญ​ญา
 
 


(1คร. 1:23 [THSV])
 
 
 
 
แต่​เรา​ประ​กาศ​เรื่อง​พระ​คริสต์​ทรง​ถูก​ตรึง​ที่​กาง​เขน​นั้น อัน​เป็น​สิ่ง​ที่​พวก​ยิว​สะดุด และ​พวก​ต่าง​ชาติ​ถือ​ว่า​เป็น​เรื่อง​โง่
 
 


(1คร. 1:24 [THSV])
 
 
 
 
แต่​สำ​หรับ​พวก​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​เรียก​นั้น ทั้ง​พวก​ยิว​และ​พวก​กรีก ต่าง​ถือ​ว่า​พระ​คริสต์​ทรง​เป็น​ฤท​ธา​นุ​ภาพ​และ​พระ​ปัญ​ญา​ของ​พระ​เจ้า
 
 


(1คร. 1:25 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ความ​เขลา​ของ​พระ​เจ้า​ยัง​มี​ปัญ​ญา​ยิ่ง​กว่า​ปัญ​ญา​ของ​มนุษย์ และ​ความ​อ่อน​แอ​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ยัง​มี​กำ​ลัง​มาก​ยิ่ง​กว่า​กำ​ลัง​ของ​มนุษย์