วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

ความสามารถตามธรรมชาติ กับความสามารถที่เป็นขึ้น


(1)             ความสามารถตามธรรมชาตินั้น เห็นแก่ตัว, มีกลวิธีและมีวิธีการ ที่มีไว้เพื่อตัวเอง; ความสามารถที่เป็นขึ้นนั้น ได้ถูกกระทำให้แตกหักแล้ว และไม่ได้มีไว้เพื่อตัวเอง และไม่มีองค์ประกอบของตัวเอง.
(2)             ความสามารถตามธรรมชาตินั้น ปะปนไปด้วยองค์ประกอบของเนื้อหนัง และโทสะ; ความสามารถที่เป็นขึ้นนั้น ไร้ซึ่งเนื้อหนัง.
(3)             ความสามารถตามธรรมชาตินั้น เจ้าเล่ห์และใช้กลวิธี; ความสามารถที่เป็นขึ้นนั้น ไม่ใช้กลวิธี.
(4)             ความสามารถตามธรรมชาตินั้น เย่อหยิ่งและคิดว่าตัวเองใช้ได้, ตัวเองสามารถ ดังนั้นจึงทำให้เกิดการโอ้อวด และให้ตัวเองได้รับสง่าราศี; ความสามารถที่เป็นขึ้นนั้นไม่เย่อหยิ่งและไม่โอ้อวดตัวเอง.
(5)             ความสามารถตามธรรมชาตินั้น ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุม ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และกล้าทำอะไรก็ได้อย่างสุดขั้ว; ความสามารถที่เป็นขึ้นนั้น ถูกควบคุมโดยพระวิญญาณ และไม่กล้ากระทำตามอำเภอใจ.
(6)             ความสามารถตามธรรมชาตินั้น ไม่ได้ให้ความสำคัญ ต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า จึงกระทำตามความตั้งใจ ของตัวเองอย่างสิ้นเชิง; ความสามารถที่เป็นขึ้นนั้น มีเพื่อน้ำพระทัยของพระเจ้า.
(7)             ความสามารถตามธรรมชาตินั้น ไม่พึ่งพิงพระเจ้า แต่พึ่งพิงตัวเองทุกอย่าง; ความสามารถที่เป็นขึ้นนั้น พึ่งพิงพระเจ้า และไม่กล้ากระทำตามตัวเอง.
4.        พระเจ้าทรงกำลังทำงานผ่านกางเขน เพื่อทำให้เราจบสิ้น คือนำเราไปสู่จุดสิ้นสุดเพื่อที่เราจะไม่วางใจ ในตัวเราเองอีกต่อไป แต่วางใจในพระเจ้า แห่งการเป็นขึ้น (2กธ.1:9).
5.        การ "บรรลุถึงการเป็นขึ้น ที่เลอเลิศจากท่ามกลางคนตาย"บ่งชี้ว่าทั้งตัวของเราค่อยๆ เป็นขึ้นอย่างต่อเนื่อง; สิ่งนี้ควรเป็นเป้าหมาย และชะตาชีวิต ของการดำเนินชีวิตคริสเตียน (ฟป.3:11).
 


ฟป.3:10-11        เพื่อข้าพเจ้าจะได้รู้จักพระคริสต์ และฤทธิ์เดช แห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ อีกทั้งการสามัคคีธรรม ในการทนทุกข์ร่วมกับพระองค์ คือได้ถอดแบบการตายของพระองค์. เผื่อว่าข้าพเจ้าจะสามารถบรรลุถึง การเป็นขึ้นที่เลอเลิศจากท่ามกลางคนตาย.
หลังจากความสามารถ และสมรรถภาพตามธรรมชาติ ได้รับการจัดการแล้ว ก็ไม่ได้สูญหายไปไหน. การแตกหักและการประหาร โดยกางเขนนั้น ไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย. การตายที่แท้จริงแห่งกางเขนนั้น ย่อมนำมาซึ่งการเป็นขึ้นอยู่เสมอ. พระเยซูชาวนาซาเร็ธ ได้ถูกประหารบนกางเขน แต่ว่าพระคริสต์ได้ทรงเป็นขึ้นมา. หลังจากยาโคบได้ถูกจัดการ และสิ้นสุดไปแล้วในเยเนซิศ บทที่ 35 อิสราเอลที่สุกงอกก็ออกมา. ดังนั้นการจัดการแห่งกางเขน จึงนำมาซึ่งการเป็นขึ้นเสมอ. ยิ่งสมรรถภาพของคนคนหนึ่ง ถูกกางเขนจัดการไปมากเท่าไหร่ คนผู้นั้น ก็จะยิ่งมีสมรรถภาพมากขึ้นเท่านั้น. ยิ่งสติปัญญาของคนคนหนึ่ง ถูกกางเขนจัดการไปมากเท่าไหร่ คนผู้นั้นก็จะยิ่งมีสติปัญญา มากขึ้นเท่านั้น. นอกจากนั้น สมรรถภาพและสติปัญญานี้ ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่ในการเป็นขึ้น. (ประสบการณ์แห่งชีวิต, ตอนที่ 11, หน้า 240-241)

เราจะสามารถแยกความแตกต่าง ระหว่างความสามารถตามธรรมชาติ กับความสามารถที่ผ่านการเป็นขึ้น แล้วได้อย่างไร? เราจะบอกได้อย่างไรว่านี่ก็คือ ความสามารถที่มีมาแต่กำเนิด ส่วนนี่ก็คือความสามารถ ที่ผ่านการแตกหักมาแล้ว? เรามี 7 ประเด็นมาเปรียบเทียบ. เราจะมาดูความสามารถ ตามธรรมชาติกันก่อน.

ประการแรกนั้น ความสามารถตามธรรมชาติทุกอย่างนั้น ล้วนเห็นแก่ตัวและมีกลวิธี และมีวิธีการที่มีไว้เพื่อตัวเอง.
ประการที่สอง ความสามารถตามธรรมชาตินั้น เป็นการปะปนกัน ระหว่างองค์ประกอบของเนื้อหนัง และโทสะ ดังนั้นเมื่อมันไม่เห็นชอบ มันก็จะโมโห.
ประการที่สาม ความสามารถตามธรรมชาตินั้น เจ้าเล่ห์และใช้กลวิธี.
ประการที่สี่ ความสามารถตามธรรมชาตินั้น เย่อหยิ่งและทำให้ตัวเอง รู้สึกมีสมรรถภาพ ดังนั้นจึงทำให้เกิดการโอ้อวด และให้ตัวเองได้รับสง่าราศี.
ประการที่ห้า ความสามารถตามธรรมชาตินั้น ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุม ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และกล้าทำอะไรก็ได้อย่างสุดขั้ว. ประการที่หก ความสามารถตามธรรมชาตินั้น ไม่ได้ให้ความสำคัญ ต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า จึงกระทำตามความตั้งใจ ของตัวเองอย่างสิ้นเชิง.
ประการที่เจ็ด ความสามารถตามธรรมชาตินั้น ไม่พึ่งพิงพระเจ้า แต่พึ่งพิงตัวเองทุกอย่าง.

ความสามารถที่ผ่านการเป็นขึ้นแล้วนั้น เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกันอย่างแน่นอน.
ประการที่หนึ่ง ความสามารถทุกอย่าง ล้วนผ่านการแตกหัก และเป็นขึ้นมาแล้ว จึงไม่ได้มีไว้เพื่อตัวเอง และไม่มีองค์ประกอบของตัวเอง.
ประการที่สอง ความสามารถที่ผ่านการเป็นขึ้นนั้น ไร้ซึ่งเนื้อหนัง.
ประการที่สาม ความสามารถที่ผ่านการเป็นขึ้นนั้น ไม่ใช้กลวิธี.
ประการที่สี่ ความสามารถที่ผ่านการเป็นขึ้นนั้น ไม่เย่อหยิ่งและไม่โอ้อวดตัวเอง.
ประการที่ห้า ความสามารถที่ผ่านการเป็นขึ้นนั้น ถูกควบคุมโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และไม่กล้ากระทำตามอำเภอใจ.
ประการที่หก ความสามารถที่ผ่านการเป็นขึ้นนั้น มีเพื่อน้ำพระทัยของพระเจ้า.
ประการที่เจ็ด ความสามารถที่ผ่านการเป็นขึ้นนั้น พึ่งพิงพระเจ้าและ ไม่กล้ากระทำตามตัวเอง แม้จะมีความสามารถ และสมรรถภาพอย่างแท้จริงก็ตาม.
(ประสบการณ์แห่งชีวิต, ตอนที่ 11, หน้า 241-242)

การงานแห่งกางเขน ย่อมทำให้เราจบสิ้น เพื่อเราจะได้ประสบการณ์ต่อพระเจ้า ในการเป็นขึ้น. ประสบการณ์แห่งกางเขน มักจะนำไปสู่การรับสุขพระเจ้า แห่งการเป็นขึ้นเสมอ. ประสบการณ์เช่นนี้ย่อมก่อกำเนิด และก่อร่างการปฏิบัตินั้นขึ้นมา (2กธ.1:4-6). ประสบการณ์นี้ ได้ถูกอธิบายเพิ่มเติมไว้ใน 2กธ.4:7-12. ถ้อยคำของเปาโลแสดงให้เราเห็นว่า เราต้องถูกทำให้จบสิ้น. เราต้องถูกนำไปสู่จุดสิ้นสุด. จากนั้นเราก็จะได้เรียนรู้ ที่จะไม่วางใจในตัวเราเองอีกต่อไป แต่วางใจในพระเจ้า. สำหรับเราแล้ว การกล่าวว่าเราต้องวางใจในพระเจ้า และไม่วางใจในตัวเราเองนั้น เป็นเรื่องง่าย แต่การถูกนำเข้าสู่เรื่องราวเหล่านี้ จำเป็นที่จะต้องมีประสบการณ์บางอย่าง. พระเจ้าทรงกำลังทำงานผ่านกางเขน เพื่อทำให้เราจบสิ้น. พระเจ้าทรงกำลังทำงาน เพื่อจะนำเราไปสู่จุดสิ้นสุด กระทั่งนำการอยู่ฝ่ายวิญญาณของเรา หรือสิ่งที่เราบรรลุถึง ในด้านฝ่ายวิญญาณ ไปสู่จุดสิ้นสุดเลยทีเดียว. เราอาจจะวางใจในสิ่งที่เราบรรลุถึง ในด้านฝ่ายวิญญาณเป็นอย่างมาก แม้แต่เรื่องนี้ ก็ต้องถูกทำให้จบสิ้นเช่นกัน.
(CWWL, 1967, vol. 2, p.139)

การบรรลุถึงการเป็นขึ้น ที่เลอเลิศนั้นบ่งชี้ว่า ทั่วทั้งตัวของเราได้ผ่านการเป็นขึ้น ทีละเล็กทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง. พระเจ้าทรงกระทำให้ วิญญาณที่ตายแล้วของเรา ได้เป็นขึ้นมาก่อน (อฟ.2:5-6) จากนั้นพระองค์ ก็ทรงกระทำให้จิตของเรา (รม.8:6) และร่างกายที่ต้องตายของเรา ได้เป็นขึ้น (รม.8:11) จนกระทั่งทั่วทั้งตัวของเราคือ วิญญาณ, จิต, และร่างกายจะได้เป็นขึ้น จากมนุษย์เก่าของเราอย่างสิ้นเชิง โดยชีวิตของพระองค์ และร่วมกับชีวิตของพระองค์. นี่เป็นขั้นตอนที่อยู่ในชีวิต ซึ่งเราจะต้องเดินผ่าน และเป็นลู่วิ่งที่เราจะต้องวิ่งไป จนกว่าเราจะบรรลุถึง การเป็นขึ้นที่เลอเลิศ อันเป็นรางวัลของเรา.

ดังนั้นการเป็นขึ้นที่เลอเลิศ จึงควรเป็นเป้าหมาย และจุดหมายปลายทาง แห่งชีวิตคริสเตียนของเรา. มีเพียงการถอดแบบการตายของพระคริสต์ และการดำเนินชีวิต แห่งการตรึงกางเขนเท่านั้น เราจึงจะบรรลุถึงเป้าหมายนี้ได้. ในการตายของพระคริสต์นั้น ทำให้เราได้ผ่านขั้นตอน ที่อยู่ในการเป็นขึ้น พ้นจากสิ่งทรงสร้างเก่า ไปสู่สิ่งทรงสร้างใหม่.
(ฟป.3:11 คำอธิบาย 2)

เลือกอ่านค้นคว้า:
ประสบการณ์แห่งชีวิต, บทที่ 11; CWWL, 1967, vol.2, "An Autobiography of a Person in the Spirit," pp.135-142
 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น