วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

ผู้มีชีวิตที่พึ่งพึงในพระเจ้า




ยฮ.12:24-25        เราบอกท่านทั้งหลายจริงๆ ว่า ถ้าเมล็ดข้าวสาลีไม่ได้ตกลงในดิน และตายเสียก็จะอยู่เป็นเมล็ดเดียว แต่เมื่อตายแล้ว ก็จะงอกขึ้นเกิดผลมาก.
ผู้ที่รักชีวิตฝ่ายจิตของตน จะสูญเสียชีวิตฝ่ายจิต แต่ผู้ที่ชังชีวิตฝ่ายจิตของตนในโลกนี้ ก็จะรักษาชีวิตฝ่ายจิต จนบรรลุสู่ชีวิตนิรันดร์.

พระคัมภีร์เป็นสิ่งที่ล้ำลึก และหลายสิ่งที่ถูกเปิดเผยไว้ในพระคัมภีร์ ก็เป็นสิ่งที่ลี้ลับ. แม้จะดูคล้ายกับว่าไม่มีเหตุผล ที่ฮีรามจะเป็นผู้ที่อยู่ในเผ่านัฟธาลี (1พกษ.7:13-14)
แต่พระคัมภีร์กลับบอกเราอย่างชัดเจนว่า เขาอยู่ในเผ่านี้.
ถ้าเราใคร่ครวญถึงความหมายของดาน, ตุโร, และนัฟธาลี เราก็จะนมัสการพระเจ้า. ดานคือผู้คนที่อยู่ในเผ่าของงู ซึ่งกัดม้าที่อยู่ในการวิ่งแข่งของพระเจ้า (ยนซ.49:17)
ส่วนตุโรที่เป็นศูนย์กลางแห่งการค้าขาย ก็มีความสัมพันธ์กับซาตาน (ยอค.28:12, 16).
ในที่สุดผู้ที่บังเกิดมาจากหญิง ซึ่งอยู่ในเผ่าของงู และชายซึ่งมีความสัมพันธ์กับซาตาน กลับได้เป็นผู้ที่อยู่ในเผ่านัฟธาลี. นี่ช่างเป็นสิ่งที่อัศจรรย์ยิ่งนัก! นัฟธาลีเป็นกวางตัวเมีย (ยนซ.49:21) ซึ่งพระเจ้าใช้การได้.
(บทเรียนชีวิตเยเนซิศ, บทที่ 86, หน้า 1168-1169)


ตามพระคัมภีร์นั้น กวางตัวเมียเป็นเครื่องหมายเล็งถึง ผู้ที่เชื่อพึ่งในพระเจ้า ในขณะที่ตัวเขา ตกอยู่ในสภาพการณ์ที่สิ้นหวัง (ฮบฆ.3:17-19)....

กวางตัวเมีย ยังเป็นเครื่องหมายเล็งถึง พระคริสต์ผู้เสด็จเข้าสู่การเป็นขึ้น เพื่อคริสตจักร หลังจากได้ผ่านการทนทุกข์ แห่งการตรึงตายแล้ว (ฮร.2:11-12).
ดังนั้นกวางตัวเมีย จึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึง ผู้ที่เชื่อพึ่งในพระเจ้า, เดินอยู่บนยอดเขา, และมีชีวิตเป็นอยู่ โดยพระคริสต์ผู้เป็นขึ้น เพื่อการก่อสร้างของพระเจ้า.

ในชีวิตที่ได้บังเกิดใหม่ของเรานั้น มีองค์ประกอบที่ลี้ลับ. จริงอยู่ที่เราบังเกิดจากมารดาเผ่าดาน และบิดาชาวตุโร แต่เราได้บังเกิดใหม่ กลายเป็นอีกคนหนึ่งไปแล้ว. กระทั่งอนุชนที่อยู่ท่ามกลางเรา ก็สามารถเป็นพยานได้ว่า มีเรื่องลี้ลับบางอย่างเคยเกิดขึ้นกับเขา....ท่านยิ่งเดินในหนทางนี้ ท่านก็จะยิ่งลี้ลับ.
(บทเรียนชีวิตเยเนซิศ, บทที่ 86, หน้า 1169-1170)

ถ้าศักยภาพตามธรรมชาติ, ความสามารถตามธรรมชาติ, และคุณธรรมตามธรรมชาติของเรา ไม่ถูกจัดการ สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้เกิดปัญหาใหญ่ และจะเป็นต้นเหตุที่สร้างปัญหา ยุ่งยากมากมาย.
แต่ถ้าเรายอมนำศักยภาพ, ความสามารถ, และคุณธรรมตามธรรมชาติของเรา ไปสู่กางเขนและตายเสีย เราก็จะถูกทำให้เป็นขึ้น. จากนั้นในการเป็นขึ้น ศักยภาพ, ความสามารถ, และคุณธรรมของเรา ก็จะยิ่งใหญ่กว่าศักยภาพ, ความสามารถ, และคุณธรรมที่มีอยู่ใน ชีวิตธรรมชาติหลายเท่า.
สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นของเรา, แต่ได้ผ่านการตายและ การฝังมาแล้ว บัดนี้อยู่ในการเป็นขึ้น.
กรณีนี้ก็หมายความว่า ตัวเราเองพร้อมด้วยศักยภาพ, ความสามารถ, และคุณธรรมของเรา ได้เข้าสู่การเป็นขึ้นแล้ว. เรายังดำรงอยู่ต่อไป แต่ตัวเราพร้อมด้วยความสามารถ ตามธรรมชาติของเรานั้น ได้เข้าสู่การเป็นขึ้นแล้ว.

ความเที่ยงแท้แห่งการเป็นขึ้นนี้ ก็คือพระวิญญาณนั้น และพระวิญญาณนั้น ทรงเป็นการสำเร็จสุดยอด ของพระเจ้าตรีเอกภาพ. ดังนั้นการเป็นขึ้นก็คือ พระเจ้าตรีเอกภาพ ที่สำเร็จสุดยอดแล้วนั่นเอง. ศักยภาพ, ความสามารถ, และคุณธรรมของเรานั้น ต้องถูกโยกย้าย จากชีวิตธรรมชาติของเรา เข้าสู่พระเจ้าตรีเอกภาพ ที่สำเร็จสุดยอดนี้ โดยผ่านการตายและการฝัง. ในตัวเราเองนั้น เราอยู่ฝ่ายธรรมชาติ แต่เมื่อเราถูกโยกย้ายออกมา จากตัวเราเองเข้าสู่พระเจ้า ผู้ทรงเป็นการเป็นขึ้นแล้ว เราก็ได้เข้าสู่การเป็นขึ้น.

พระเจ้าทรงต้องการผู้คน ที่มีการศึกษาสูง. ตัวอย่างเช่น พระองค์ทรงต้องการคนอย่างโมเซ ซึ่ง "ได้รับการฝึกฝนเรียนรู้ถึง สติปัญญาทุกอย่างของชาวอียิปต์" (กจ.7:22). ถ้าโมเซไม่ได้เป็นผู้ที่ได้รับ การฝึกฝนเรียนรู้มาแล้ว พระเจ้าย่อมไม่อาจใช้เขา มาประทานกฎบัญญัติได้. แต่เราก็ไม่ควรวางใจ ในสติปัญญาตามธรรมชาติ หรือการศึกษาของเรา. การที่เราวางใจในสิ่งเหล่านี้ เป็นการเสี่ยงอันตราย. เราจึงต้องเป็นหนึ่งกับพระเจ้า. ถ้าเราเป็นหนึ่งกับพระเจ้าแล้ว เราก็จะนำสติปัญญาตามธรรมชาติ และการศึกษาของเรา ไปวางไว้ที่กางเขน. ยิ่งเรากระทำเช่นนี้ เราก็จะยิ่งอยู่ในการเป็นขึ้น. "เมล็ดพันธุ์" แห่งความสามารถตามธรรมชาติ ที่เราหว่านลงไปในดินนั้น ไม่ได้สูญหายไปไหน. เมื่อเราหว่านเมล็ดพันธุ์นี้ลงไป เราก็จะสูญเสียมันไปเพียงชั่วคราว แต่ในที่สุดแล้ว ก็จะมีการเก็บเกี่ยวที่อยู่ในการเป็นขึ้น.

ในตัวของนะเฮมยาเองนั้น การรุกหน้าของเขาอยู่ฝ่ายธรรมชาติ, แต่ในพระเจ้านั้น การรุกหน้าของเขานั้น อยู่ในการเป็นขึ้น. นะเฮมยาเป็นบุคคลที่รุกหน้า ซึ่งรักพระเจ้า แผ่นดินบริสุทธิ์ พระวิหารบริสุทธิ์ และเมืองบริสุทธิ์, เขาได้ติดต่อกับพระเจ้า และมีการสามัคคีธรรมกับพระองค์, เขาได้วางใจในพระเจ้า, และเป็นหนึ่งกับพระเจ้า. ผลลัพธ์จึงทำให้เขากลายเป็น ตัวแทนของพระเจ้า.เราต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้ เพื่อที่จะทำความเข้าใจ ต่อความหมายทางภายในของแบบเล็ง ตามการหยั่งรู้ที่พระวิญญาณนั้น ได้ทรงประทานให้แก่เรา.

 (Life-study of Nehemiah, pp.14-15)
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น