วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557
พระวาจาวันอาทิตย์-26 ตุลาคม 2557
วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสืออพยพ ( อพย 22:20-26 )
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า “ท่านจะต้องไม่ข่มเหงหรือรังแกคนต่างชาติ เพราะท่านทั้งหลายก็เคยเป็นคนต่างชาติในแผ่นดินอียิปต์ ท่านจะต้องไม่ข่มเหงหญิงม่ายหรือลูกกำพร้า ถ้าท่านข่มเหงเขา เขาจะร้องขอความช่วยเหลือจากเรา เราจะฟังเสียงร้องขอของเขาอย่างแน่นอน เราจะโกรธมาก และจะฆ่าท่านในสงคราม ภรรยาของท่านจะต้องเป็นม่าย และลูกของท่านจะเป็นกำพร้า
ถ้าท่านให้ประชากรยากจนคนใดคนหนึ่งของเราซึ่งอาศัยอยู่กับท่านขอยืมเงิน ท่านจะต้องไม่ทำเหมือนคนออกเงินกู้ที่เรียกร้องให้เขาเสียดอกเบี้ย ถ้า ท่านยึดเสื้อคลุมของเพื่อนไว้เป็นประกัน ท่านจะต้องคืนให้เขาก่อนตะวันตกดิน เพราะเสื้อคลุมเป็นผ้าห่มกายผืนเดียวที่เขามี เขาจะใช้สิ่งใดป้องกันความหนาวเมื่อนอน ถ้าเขาร้องขอความช่วยเหลือจากเรา เราก็จะฟังคำร้องขอของเขา เพราะเราเป็นผู้มีเมตตากรุณา
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงเธสะโลนิกา ฉบับที่หนึ่ง ( 1 ธส 1:5ค-10 )
พี่น้อง ท่านทั้งหลายรู้ว่าเราปฏิบัติตนอย่างไรในหมู่ท่านเพื่อท่าน และท่านก็ได้ทำตามอย่างเราและตามแบบฉบับขององค์พระผู้เป็นเจ้า โดยท่านได้รับพระวาจาด้วยความทุกข์ยากหลายประการ แต่ท่านก็ยังมีความปีติยินดีของพระจิตเจ้า ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงเป็นแบบอย่างให้กับผู้มีความเชื่อทุกคนในแคว้นมาซิโดเนียและแคว้นอา คายา พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้าดังก้องมาจากท่าน ไม่เพียงแต่ในแคว้นมาซิโดเนียและแคว้นอาคายาเท่านั้น ความเชื่อของท่านในพระเจ้ายังเลื่องลือไปทั่วทุกหนทุกแห่ง จนเราไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก เพราะคนเหล่านั้นพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเราว่า เราได้เริ่มงานในหมู่ท่านอย่างไร และท่านกลับใจละทิ้งรูปเคารพมาสู่พระเจ้าอย่างไร เพื่อรับใช้พระเจ้าแท้จริงผู้ทรงชีวิต และรอคอยให้พระบุตรของพระองค์เสด็จมาจากสวรรค์คือพระเยซูเจ้า ผู้ทรงช่วยเราให้พ้นจากพระพิโรธ ที่จะมาถึง พระเยซูเจ้านี้ พระเจ้าทรงบันดาลให้กลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว ( มธ 22:34-40 )
เมื่อชาวฟาริสีได้ยินว่าพระเยซูเจ้าทรงทำให้ชาวสะดูสีนิ่งอึ้งไป จึงมาชุมนุมพร้อมกัน มีคนหนึ่งเป็นบัณฑิตทางกฎหมายได้ทูลถามเพื่อจะจับผิดพระองค์ว่า “พระอาจารย์ บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกในธรรมบัญญัติ” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาของท่าน นี่คือบทบัญญัติเอกและเป็นบทบัญญัติแรก บทบัญญัติประการที่สองก็เช่นเดียวกัน คือท่านต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ธรรมบัญญัติและคำสอนของบรรดาประกาศกก็ขึ้นอยู่กับบทบัญญัติสองประการนี้”
พระคัมภีร์ที่ฉันรักตอนที่ 58
วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสืออพยพ ( อพย 22:20-26 )
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า “ท่านจะต้องไม่ข่มเหงหรือรังแกคนต่างชาติ เพราะท่านทั้งหลายก็เคยเป็นคนต่างชาติในแผ่นดินอียิปต์ ท่านจะต้องไม่ข่มเหงหญิงม่ายหรือลูกกำพร้า ถ้าท่านข่มเหงเขา เขาจะร้องขอความช่วยเหลือจากเรา เราจะฟังเสียงร้องขอของเขาอย่างแน่นอน เราจะโกรธมาก และจะฆ่าท่านในสงคราม ภรรยาของท่านจะต้องเป็นม่าย และลูกของท่านจะเป็นกำพร้า
ถ้าท่านให้ประชากรยากจนคนใดคนหนึ่งของเราซึ่งอาศัยอยู่กับท่านขอยืมเงิน ท่านจะต้องไม่ทำเหมือนคนออกเงินกู้ที่เรียกร้องให้เขาเสียดอกเบี้ย ถ้า ท่านยึดเสื้อคลุมของเพื่อนไว้เป็นประกัน ท่านจะต้องคืนให้เขาก่อนตะวันตกดิน เพราะเสื้อคลุมเป็นผ้าห่มกายผืนเดียวที่เขามี เขาจะใช้สิ่งใดป้องกันความหนาวเมื่อนอน ถ้าเขาร้องขอความช่วยเหลือจากเรา เราก็จะฟังคำร้องขอของเขา เพราะเราเป็นผู้มีเมตตากรุณา
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงเธสะโลนิกา ฉบับที่หนึ่ง ( 1 ธส 1:5ค-10 )
พี่น้อง ท่านทั้งหลายรู้ว่าเราปฏิบัติตนอย่างไรในหมู่ท่านเพื่อท่าน และท่านก็ได้ทำตามอย่างเราและตามแบบฉบับขององค์พระผู้เป็นเจ้า โดยท่านได้รับพระวาจาด้วยความทุกข์ยากหลายประการ แต่ท่านก็ยังมีความปีติยินดีของพระจิตเจ้า ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงเป็นแบบอย่างให้กับผู้มีความเชื่อทุกคนในแคว้นมาซิโดเนียและแคว้นอา คายา พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้าดังก้องมาจากท่าน ไม่เพียงแต่ในแคว้นมาซิโดเนียและแคว้นอาคายาเท่านั้น ความเชื่อของท่านในพระเจ้ายังเลื่องลือไปทั่วทุกหนทุกแห่ง จนเราไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก เพราะคนเหล่านั้นพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเราว่า เราได้เริ่มงานในหมู่ท่านอย่างไร และท่านกลับใจละทิ้งรูปเคารพมาสู่พระเจ้าอย่างไร เพื่อรับใช้พระเจ้าแท้จริงผู้ทรงชีวิต และรอคอยให้พระบุตรของพระองค์เสด็จมาจากสวรรค์คือพระเยซูเจ้า ผู้ทรงช่วยเราให้พ้นจากพระพิโรธ ที่จะมาถึง พระเยซูเจ้านี้ พระเจ้าทรงบันดาลให้กลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว ( มธ 22:34-40 )
เมื่อชาวฟาริสีได้ยินว่าพระเยซูเจ้าทรงทำให้ชาวสะดูสีนิ่งอึ้งไป จึงมาชุมนุมพร้อมกัน มีคนหนึ่งเป็นบัณฑิตทางกฎหมายได้ทูลถามเพื่อจะจับผิดพระองค์ว่า “พระอาจารย์ บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกในธรรมบัญญัติ” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาของท่าน นี่คือบทบัญญัติเอกและเป็นบทบัญญัติแรก บทบัญญัติประการที่สองก็เช่นเดียวกัน คือท่านต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ธรรมบัญญัติและคำสอนของบรรดาประกาศกก็ขึ้นอยู่กับบทบัญญัติสองประการนี้”
วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557
บทอ่านประจำวัน 24 ตุลาคม 57 ศุกร์
วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2014
น.อันตน มารีย์ คลาเรต์ พระสังฆราช
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวเอเฟซัส ( อฟ 4:1-6 )
พี่น้อง ข้าพเจ้าผู้ถูกจองจำเพราะองค์พระผู้เป็นเจ้า วอนขอท่านทั้งหลายให้ดำเนินชีวิตสมกับการที่ท่านได้รับเรียก จงถ่อมตนอยู่เสมอ จงมีความอ่อนโยน พากเพียรอดทนต่อกันด้วยความรัก พยายามรักษาเอกภาพแห่งพระจิตเจ้าด้วยสายสัมพันธ์แห่งสันติ มีกายเดียวและจิตเดียว ดังที่พระเจ้าทรงเรียกท่านให้มีความหวังประการเดียว มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว ความเชื่อหนึ่งเดียว ศีลล้างบาปหนึ่งเดียว พระเจ้าหนึ่งเดียว ผู้ทรงเป็นพระบิดาของทุกคน พระองค์ทรงอยู่เหนือทุกคน ทรงกระทำการผ่านทุกคน และสถิตในทุกคน
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา ( ลก 12:54-59 )
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับประชาชนว่า “เมื่อ ท่านเห็นเมฆก่อตัวขึ้นทางทิศตะวันตก ท่านก็กล่าวได้ทันทีว่าฝนจะตก และก็เป็นเช่นนั้น เมื่อลมทิศใต้พัดมา ท่านก็กล่าวว่าอากาศจะร้อน และก็เป็นเช่นนั้น คนหน้าซื่อใจคดเอ๋ย ท่านรู้จักวินิจฉัยลักษณะดินฟ้าอากาศ แล้วทำไมจึงไม่วินิจฉัยเวลาปัจจุบันนี้เล่า ทำไมท่านจึงไม่ตัดสินด้วยตนเองว่าสิ่งใดถูกต้องเล่า ขณะที่ท่านกำลังไปศาลกับคู่ความของท่าน จงพยายามตกลงกันเสียระหว่างทาง เพื่อมิให้คู่ความของท่านลากท่านไปต่อหน้าผู้พิพากษาและผู้พิพากษาจะมอบท่าน ให้แก่ผู้คุม และผู้คุมจะขังท่านไว้ในคุก เราบอกท่านว่า ท่านจะออกจากคุกไม่ได้จนกว่าท่านจะชำระหนี้จนถึงเศษสตางค์ สุดท้าย”
วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 24102014เฝ้าเดี่ยวกับ ศาสนาจารย์วเรศ ราชรักษ์ฺ
(วว. 2:1 [THSV])
“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัสว่า ‘พระองค์ผู้ทรงถือดาวทั้งเจ็ดไว้ในพระหัตถ์ขวา และทรงดำเนินอยู่ท่ามกลางคันประทีปทองคำทั้งเจ็ดนั้นตรัสดังนี้ว่า
(วว. 2:2 [THSV])
“เรารู้จักความประพฤติของเจ้า รู้เรื่องการตรากตรำและความทรหดอดทนของเจ้า และรู้ว่าเจ้าไม่ยอมทนต่อพวกคนชั่วได้ เจ้าทดสอบพวกที่อ้างตัวว่าเป็นอัครทูต แต่ไม่ได้เป็น และเจ้าก็พบว่าพวกเขาโกหก
(วว. 2:3 [THSV])
เรารู้ว่าพวกเจ้ามีความทรหดอดทน และยอมทนเพราะนามของเรา และไม่ได้อ่อนระอา
(วว. 2:4 [THSV])
แต่เรามีข้อที่จะต่อว่าเจ้าบ้าง คือว่าเจ้าละทิ้งความรักครั้งแรกของเจ้า
(วว. 2:5 [THSV])
เพราะฉะนั้นจงระลึกถึงสภาพเดิมที่เจ้าตกลงมาแล้วนั้น จงกลับใจใหม่และทำตามที่ประพฤติในตอนแรก มิฉะนั้นเราจะมาหาเจ้า และจะย้ายคันประทีปของเจ้าออกจากที่ของมัน นอกจากว่าเจ้าจะกลับใจใหม่
(วว. 2:6 [THSV])
แต่ว่าเจ้ายังมีข้อดีอยู่ คือว่าเจ้าเกลียดชังความประพฤติของพวกนิโคเลาส์ที่เราเองก็เกลียดชัง
(วว. 2:7 [THSV])
ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความที่พระวิญญาณตรัสกับคริสตจักรทั้งหลาย คนที่ชนะ เราจะให้เขากินผลจากต้นไม้ที่ให้ชีวิต ที่อยู่ในเมืองบรมสุขเกษมของพระเจ้า” ’
(วว. 2:8 [THSV])
“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองสเมอร์นาว่า ‘พระองค์ผู้ทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย ผู้ซึ่งสิ้นพระชนม์แล้ว และกลับมีชีวิตอีก ตรัสดังนี้ว่า
(วว. 2:9 [THSV])
“เรารู้เรื่องความยากลำบากและยากจนของเจ้า (แต่ว่าเจ้าก็มั่งมี) และรู้เรื่องการกล่าวร้ายของพวกที่อ้างตัวว่าเป็นยิวและไม่ได้เป็น แต่เป็นธรรมศาลาของซาตาน
(วว. 2:10 [THSV])
อย่ากลัวการทนทุกข์ที่เจ้าจะได้รับนั้น นี่แน่ะ มารจะขังพวกเจ้าบางคนไว้ในคุกเพื่อทดลองพวกเจ้า และเจ้าทั้งหลายจะได้รับความยากลำบากถึงสิบวัน แต่เจ้าจงซื่อสัตย์จวบจนวันตาย และเราจะมอบมงกุฎแห่งชีวิตให้แก่เจ้า
(วว. 2:11 [THSV])
ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความที่พระวิญญาณตรัสกับคริสตจักรทั้งหลาย คนที่ชนะจะไม่ได้รับอันตรายจากความตายครั้งที่สองเลย” ’
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 24102014เฝ้าเดี่ยวกับ ศาสนาจารย์วเรศ ราชรักษ์ฺ
(วว. 2:1 [THSV])
“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัสว่า ‘พระองค์ผู้ทรงถือดาวทั้งเจ็ดไว้ในพระหัตถ์ขวา และทรงดำเนินอยู่ท่ามกลางคันประทีปทองคำทั้งเจ็ดนั้นตรัสดังนี้ว่า
(วว. 2:2 [THSV])
“เรารู้จักความประพฤติของเจ้า รู้เรื่องการตรากตรำและความทรหดอดทนของเจ้า และรู้ว่าเจ้าไม่ยอมทนต่อพวกคนชั่วได้ เจ้าทดสอบพวกที่อ้างตัวว่าเป็นอัครทูต แต่ไม่ได้เป็น และเจ้าก็พบว่าพวกเขาโกหก
(วว. 2:3 [THSV])
เรารู้ว่าพวกเจ้ามีความทรหดอดทน และยอมทนเพราะนามของเรา และไม่ได้อ่อนระอา
(วว. 2:4 [THSV])
แต่เรามีข้อที่จะต่อว่าเจ้าบ้าง คือว่าเจ้าละทิ้งความรักครั้งแรกของเจ้า
(วว. 2:5 [THSV])
เพราะฉะนั้นจงระลึกถึงสภาพเดิมที่เจ้าตกลงมาแล้วนั้น จงกลับใจใหม่และทำตามที่ประพฤติในตอนแรก มิฉะนั้นเราจะมาหาเจ้า และจะย้ายคันประทีปของเจ้าออกจากที่ของมัน นอกจากว่าเจ้าจะกลับใจใหม่
(วว. 2:6 [THSV])
แต่ว่าเจ้ายังมีข้อดีอยู่ คือว่าเจ้าเกลียดชังความประพฤติของพวกนิโคเลาส์ที่เราเองก็เกลียดชัง
(วว. 2:7 [THSV])
ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความที่พระวิญญาณตรัสกับคริสตจักรทั้งหลาย คนที่ชนะ เราจะให้เขากินผลจากต้นไม้ที่ให้ชีวิต ที่อยู่ในเมืองบรมสุขเกษมของพระเจ้า” ’
(วว. 2:8 [THSV])
“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองสเมอร์นาว่า ‘พระองค์ผู้ทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย ผู้ซึ่งสิ้นพระชนม์แล้ว และกลับมีชีวิตอีก ตรัสดังนี้ว่า
(วว. 2:9 [THSV])
“เรารู้เรื่องความยากลำบากและยากจนของเจ้า (แต่ว่าเจ้าก็มั่งมี) และรู้เรื่องการกล่าวร้ายของพวกที่อ้างตัวว่าเป็นยิวและไม่ได้เป็น แต่เป็นธรรมศาลาของซาตาน
(วว. 2:10 [THSV])
อย่ากลัวการทนทุกข์ที่เจ้าจะได้รับนั้น นี่แน่ะ มารจะขังพวกเจ้าบางคนไว้ในคุกเพื่อทดลองพวกเจ้า และเจ้าทั้งหลายจะได้รับความยากลำบากถึงสิบวัน แต่เจ้าจงซื่อสัตย์จวบจนวันตาย และเราจะมอบมงกุฎแห่งชีวิตให้แก่เจ้า
(วว. 2:11 [THSV])
ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความที่พระวิญญาณตรัสกับคริสตจักรทั้งหลาย คนที่ชนะจะไม่ได้รับอันตรายจากความตายครั้งที่สองเลย” ’
บทอ่านประจำวัน 23 ตุลาคม 57 พฤหัส
วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 2014
น.ยอห์น กาปิสตราโน พระสงฆ์
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวเอเฟซัส ( อฟ 3:14-21)
พี่น้อง ข้าพเจ้าจึงคุกเข่าเฉพาะพระพักตร์ของพระบิดา ผู้ทรงเป็นที่มาของครอบครัวทั้งหลาย ไม่ว่าบนสวรรค์หรือบนแผ่นดิน ขอพระองค์ประทานพละกำลังแก่ท่านเดชะพระจิตเจ้าตามความไพบูลย์แห่งพระสิริ รุ่งโรจน์ของพระองค์ ให้ชีวิตภายในของท่านเข้มแข็งยิ่งขึ้น พระคริสตเจ้าจะได้ทรงพำนักในจิตใจของท่านอาศัยความเชื่อ
เมื่อท่านฝังรากและตั้งมั่นอยู่บนความรักแล้ว ท่านและบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะได้เข้าใจถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก อีกทั้งหยั่งรู้ซึ้งถึงความรักซึ่งเกินกว่าจะหยั่งรู้ได้ของพระคริสตเจ้า เพื่อท่านจะได้รับความไพบูลย์ทั้งปวงของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม ขอ พระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระเจ้า ผู้ทรงกระทำทุกอย่างได้ตามพระอานุภาพที่แสดงพลังอยู่ในตัวเรามากกว่าที่เรา อาจขอหรือคาดคิด ขอพระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระองค์ในพระศาสนจักร และในพระคริสตเยซู ทุกยุคสมัยตลอดนิรันดร อาเมน
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา (ลก 12:49-53 )
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “เรา มาเพื่อจุดไฟในโลก เราปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้โลกนี้ลุกเป็นไฟ เรามีการล้างที่จะต้องรับ และเราเป็นทุกข์กังวลใจอย่างมากจนกว่าการล้างนี้จะสำเร็จ ท่านคิดว่าเรามาเพื่อนำสันติภาพมาสู่โลกหรือ มิได้ เราบอกท่านทั้งหลายว่า เรานำความแตกแยกมาต่างหาก ตั้งแต่นี้ไป คนห้าคนในบ้านหนึ่งจะแตกแยกกัน คนสามคนจะแตกแยกกับคนสองคน และคนสองคนจะแตกแยกกับคนสามคน บิดาจะแตกแยกกับบุตรชาย และบุตรชายจะแตกแยกกับบิดา มารดาจะแตกแยกกับบุตรหญิง และบุตรหญิงจะแตกแยกกับมารดา มารดาของสามีจะแตกแยกกับบุตรสะใภ้ และบุตรสะใภ้จะแตกแยกกับมารดาของสามี”
บทอ่านประจำวัน 23 ตุลาคม 57 พฤหัส
วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
อฟ 3:14-21…
14ข้าพเจ้าจึงคุกเข่าเฉพาะพระพักตร์ของพระบิดา 15ผู้ทรงเป็นที่มาของครอบครัวทั้งหลาย ไม่ว่าบนสวรรค์หรือบนแผ่นดิน 16ขอพระองค์ประทานพละกำลังแก่ท่านเดชะพระจิตเจ้าตามความไพบูลย์แห่งพระสิริ รุ่งโรจน์ของพระองค์ ให้ชีวิตภายในของท่านเข้มแข็งยิ่งขึ้น 17พระคริสตเจ้าจะได้ทรงพำนักในจิตใจของท่านอาศัยความเชื่อ เมื่อท่านหยั่งรากและตั้งมั่นอยู่บนความรักแล้ว 18ท่านและบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะได้เข้าใจถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก
19อีกทั้งหยั่งรู้ซึ้งถึงความรักซึ่งเกินกว่าจะหยั่งรู้ได้ ของพระคริสตเจ้า เพื่อท่านจะได้รับความไพบูลย์ทั้งปวงของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม 20ขอพระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระเจ้า ผู้ทรงกระทำทุกอย่างได้ตามพระอานุภาพที่แสดงพลังอยู่ในตัวเรามากกว่าที่เรา อาจขอหรือคาดคิด 21ขอพระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระองค์ในพระศาสนจักร และในพระคริสตเยซู ทุกยุคสมัยตลอดนิรันดร อาเมน
อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• “ขอพระองค์ประทานพละกำลังแก่ท่านเดชะพระจิตเจ้าตามความไพบูลย์แห่งพระสิริ รุ่งโรจน์ของพระองค์ ให้ชีวิตภายในของท่านเข้มแข็งยิ่งขึ้น”
• “ชีวิตภายใน กำลังภายใน” เราเคยดูหนังกำลังภายใน พ่อเคยเขียนถึงมังกรหยกอยู่ระยะหนึ่ง หนังกำลังพายใน....
• เราจะพบกว่า พลังของอธรรมและธรรมะก็ทรงพลังพอๆ กัน ฝ่ายอธรรมฝึกปรึกกันในทางชั่วสุดๆเพื่อบรรลุเป้าหมาย
o ฝ่ายอธรรมเป้าหมายทำลายแสวงอำนาจ ฆ่าฟัน อันธพาล และแสวงอำนาจ แสวงประโยชน์ สร้างความหวาดกลัว o ฝ่ายธรรมะก็มุ่งขจัดคนพาลอภิบาลคนดี ช่วยเหลือ ปกป้อง รักษาสิทธิ์ และสร้างสังคมคุณธรรม รักษาสันติและความสงบ แต่นะ สองฝ่ายก็ช่างสะสมสร้างพลัง กำลังภายในกันทั้งคู่
• ถ้าเป็นพรรคมาร พวกมันจะสะสมพลัง อำนาจ สร้างเครือข่าย วางรากฐาน กระจายความมีอิทธิพลและอำนาจในทุกเขตแคว้น ทั่วอาณาจักรยุทธภพ... บ้างชุมนุมกันในหมู่ตึกคนพาลประเภทที่รวมของคนชั่วและแผนการชั่วร้ายทั้ง หลาย... สะสมอำนาจ การเงิน การคลัง ขุมพลังเพื่อกว้านซื้ออำนาจ รักษาฐานกระแสเสียงและความชั่วเลวจนดูว่าเป็นอำนาจของพวกตน มีกำลังภายในแน่นอนวิชามารร้อยเล่มเกวียน ประเภทคัมภีร์ชั่วที่จารึกบนหนังของมนุษย์ หรือคัมภีร์ที่ต้องสำเร็จด้วยการจิกเจาะกะโหลกนับร้อยนับพัน หรือแม้แต่ต้องฆ่าผู้บริสุทธิ์เพื่อเอามาเป็นเหยื่อสังเวยพิธีกรรมชั่วร้าย ของตน โอยวิชามารมีร้อยเล่มร้อยรูปแบบ แต่ทุกแบบก็คือการสร้างความทุกข์ ความตาย หรือมอบความเป็นเหยื่อให้คนอื่นๆทั้งสิ้น....ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำตำแน่นความ ชั่วและความอธรรมของตน เพื่อสร้าง “อำนาจมืด” แบบของตน
• ฝ่ายธรรมะก็ต้องเข้าวัดเข้าวา เข้าป่าเข้าดง ขึ้นขุนเขาสูง ปีน ๆๆๆ ปีนกันขึ้นไปให้ไกลจากฝูงชน ประหนึ่งว่า แค่เริ่มต้นก็ไม่ต้องการสร้างความลำบากให้ใคร ไม่ทำลายสันติสุขหรือแม้แต่ความสงบเพื่อการฝึกฝนของตนเอง... เข้าถ้ำสงบพบความสงัดอัดแน่นด้วยการภาวนากรรมฐานและร่ายสูตรคาถา ฝึกลึกลมปราณแห่งขุมจิตใจ ปิดปากถ้ำ ถือศีลกินเจ หรือไม่กินเลย เพื่อกำจัดความอยาก ให้พลังเติบโตพัฒนาขับเคลื่อนจากภายใน ไม่วุ่นวายกับใคร ออกไปอยู่เกาะดอกท้อ เกาะโน้นเกาะนี้ เพื่อโดดเดียวและเข้าสู่สัจธรรมแห่งความจริง และการเคลื่อนไหวอย่างรู้ตัวและควบคุมตนเองได้ นั่นคือ พลังธรรมะที่ต้องแสวงหาและหาความหยุดนิ่งให้มากที่สุด เพื่อใช้ความหยุดนิ่งสงบความเคลื่อนไหวของมาร...
• พี่น้องที่รัก เราอยู่ในกระแสโลก... กระแสที่รุนแรงกว่ามหากาพย์มังกรหยกหรือกระบี่มังกรฟ้า และยุทธภพปัจจุบันก็โหดร้ายและกระแสแรง กระแสที่เรียกว่า โลกนิยม (Secularism) นิยมโลก นิยมแต่ความคิดของฝ่ายโลก นิยมเรื่องฝ่ายกายจนลืมฝ่ายจิต เอาแต่ได้ เห็นแก่ตัว แบ่งพรรคแบ่งพวก พวกมากลากไป พวกมากเสียงมากถือว่าถูกทั้งๆที่ผิด แต่ก็ต้องทำได้ทุกอย่างไม่สนใจถูกผิดเพราะพวกมาก
• ความยุติธรรมอยู่ที่เสียงข้างมาก (กระนั้นหรือ) ความถูกต้องอยู่ที่กองเงิน ประชานิยม และเสียงคะแนนโหวตที่ได้มา (ได้มาอย่างไรไม่สำคัญ) ขอให้ได้มา อำนาจได้มาจากการเชิดชูสู่สถาน จัดการทุกอย่างให้อยู่ในมือได้ถือว่าเบ็ดเสร็จก็ถือว่าสำเร็จ
• พ่อเขียนมาเพื่อชวนให้เราคริสตชนอ่านพระวาจากันหน่อยครับ เพื่อเห็นชัดๆ ว่า
o กำลังภายในชีวิตภายในของเรามาจากพลังของพระเจ้าจริงๆ
o ศีลล้างบาปทำให้เราเป็นฝ่ายธรรมะเกินร้อย เกินร้อยจริงๆ
o พลังภายในของเราต้องโดดเด่นท่วมท้นจากความรักของพระเจ้าในชีวิตเรา
• อ่านพระคัมภีร์วันนี้และจะเห็นทุกอย่างชัดเจนที่สุดเลยครับ ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านนะครับ “ขอพระองค์ประทานพละกำลังแก่ท่านเดชะพระจิตเจ้าตามความไพบูลย์แห่งพระสิริ รุ่งโรจน์ของพระองค์ ให้ชีวิตภายในของท่านเข้มแข็งยิ่งขึ้น”
• “พระคริสตเจ้าจะได้ทรงพำนักในจิตใจของท่านอาศัยความเชื่อ เมื่อท่านหยั่งรากและตั้งมั่นอยู่บนความรักแล้ว ท่านและบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะได้เข้าใจถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก อีกทั้งหยั่งรู้ซึ้งถึงความรักซึ่งเกินกว่าจะหยั่งรู้ได้ ของพระคริสตเจ้า”
• อ่านพระคัมภีร์และจะมีความสุขจริงๆ ครับ ขอพระเจ้าอวยพร ฝึกกำลังความดีจากภายในกันให้มากๆ นะครับ
วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 23102014เฝ้าเดี่ยวกับ ศาสนาจารย์วเรศ ราชรักษ์ฺ
(วว. 1:9 [THSV])
ข้าพเจ้าคือยอห์น พี่น้องของท่านทั้งหลาย ผู้มีส่วนร่วมในความยากลำบาก และในอาณาจักร และในความทรหดอดทนในพระเยซู ข้าพเจ้ามาอยู่ที่เกาะปัทมอสเพราะเหตุพระวจนะของพระเจ้าและคำพยานของพระเยซู
(วว. 1:10 [THSV])
พระวิญญาณทรงดลใจข้าพเจ้าในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้า และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงดังเหมือนอย่างเสียงแตรมาจากข้างหลังข้าพเจ้า
(วว. 1:11 [THSV])
ตรัสว่า “สิ่งที่ท่านเห็นนั้นจงเขียนไว้ในหนังสือม้วน และส่งไปให้คริสตจักรทั้งเจ็ด คือคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส เมืองสเมอร์นา เมืองเปอร์กามัม เมืองธิยาทิรา เมืองซาร์ดิส เมืองฟีลาเดลเฟียและเมืองเลาดีเซีย”
(วว. 1:12 [THSV])
แล้วข้าพเจ้าก็หันกลับมาดูตรงที่พระสุรเสียงตรัสกับข้าพเจ้านั้น และเมื่อหันกลับมาแล้วข้าพเจ้าก็เห็นคันประทีปทองคำเจ็ดคัน
(วว. 1:13 [THSV])
ในท่ามกลางคันประทีปเหล่านั้นมีผู้หนึ่งเหมือนบุตรมนุษย์ ทรงฉลองพระองค์ยาวคลุมพระบาท และทรงคาดแถบทองคำที่พระอุระ
(วว. 1:14 [THSV])
พระเศียรและพระเกศาของพระองค์ขาวเหมือนอย่างขนแกะ และขาวเหมือนอย่างหิมะ พระเนตรของพระองค์เหมือนอย่างเปลวไฟ
(วว. 1:15 [THSV])
พระบาทของพระองค์เหมือนทองสัมฤทธิ์ ประหนึ่งหลอมบริสุทธิ์แล้วในเตาไฟ พระสุรเสียงของพระองค์เหมือนอย่างเสียงน้ำมากหลาย
(วว. 1:16 [THSV])
พระหัตถ์ขวาของพระองค์ทรงถือดวงดาวเจ็ดดวง และมีดาบสองคมที่คมกริบออกมาจากพระโอษฐ์ และพระพักตร์ของพระองค์เหมือนอย่างดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงแรงกล้า
(วว. 1:17 [THSV])
เมื่อข้าพเจ้าเห็นพระองค์ ข้าพเจ้าก็ล้มลงแทบพระบาทของพระองค์เหมือนอย่างคนตาย และพระองค์วางพระหัตถ์ขวาบนตัวข้าพเจ้า แล้วตรัสว่า “อย่ากลัวเลย เราเป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย
(วว. 1:18 [THSV])
เป็นผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ เราได้ตายแล้ว แต่นี่แน่ะ เรายังดำรงชีวิตอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์ และเราถือลูกกุญแจทั้งหลายแห่งความตายและแห่งแดนคนตาย
(วว. 1:19 [THSV])
เพราะฉะนั้น จงเขียนสิ่งที่เจ้าเห็นแล้วคือสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้ กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
(วว. 1:20 [THSV])
ส่วนความล้ำลึกของดาวทั้งเจ็ดดวงซึ่งเจ้าเห็นในมือขวาของเรา และของคันประทีปทองคำทั้งเจ็ดนั้น ดาวเจ็ดดวงก็คือบรรดาทูตสวรรค์ของคริสตจักรทั้งเจ็ด และคันประทีปเจ็ดคันนั้นก็คือคริสตจักรทั้งเจ็ด
บทอ่านประจำวัน 22 ตุลาคม 57 พุธ
วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
อฟ 3:2-12…………..
2ท่านคงรู้แล้วถึงพระหรรษทาน ซึ่งพระเจ้าประทานให้ข้าพเจ้าประกอบพันธกิจเพื่อประโยชน์ของท่าน 3ข้าพเจ้ารู้ธรรมล้ำลึกนี้เพราะพระเจ้าทรงเปิดเผย ดังที่ข้าพเจ้าเขียนไว้ก่อนหน้านี้โดยสังเขป 4เมื่ออ่านแล้ว ท่านจะเข้าใจว่าข้าพเจ้ารู้ธรรมล้ำลึกเรื่องพระคริสตเจ้าได้อย่างไร 5ธรรมล้ำลึกนี้พระองค์มิได้ทรงเปิดเผยให้มนุษย์ในอดีตรู้ แต่บัดนี้พระเจ้าทรงเปิดเผยเดชะพระจิตเจ้าให้แก่บรรดาอัครสาวกและประกาศกผู้ ศักดิ์สิทธิ์รู้ว่า 6คนต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมในกองมรดกเดียวกัน ร่วมเป็นกายเดียวกัน ร่วมรับพระสัญญาเดียวกันในพระคริสตเยซูอาศัยข่าวดี 7ข้าพเจ้ามาเป็นผู้รับใช้ข่าวดีนี้เดชะพระหรรษทานที่พระเจ้าทรงพระกรุณา ประทานให้
เพื่อสำแดงพระอานุภาพของพระองค์ 8ข้าพเจ้าผู้ต่ำต้อยที่สุดในบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ได้รับมอบพระหรรษทานนี้ เพื่อประกาศให้คนต่างชาติรู้ถึงความไพบูลย์สุดที่จะหยั่งรู้ได้ของพระคริสต เจ้า 9และอธิบายให้เข้าใจถึงแผนการล้ำลึก ซึ่งซ่อนเร้นอยู่เป็นเวลานานมาแล้วในพระเจ้า พระผู้สร้างสรรพสิ่ง 10เพื่อเทพนิกรเจ้าและเทพนิกรอำนาจในสวรรค์ได้รู้ พระปรีชาญาณของพระเจ้าในรูปแบบต่าง ๆ ณ บัดนี้โดยทางพระศาสนจักร 11ตามพระประสงค์นิรันดรที่ทรงกระทำให้สำเร็จไปในพระคริสตเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา 12เดชะพระคริสตเจ้าและด้วยความเชื่อในพระองค์ เราจึงกล้าเข้าไปเฝ้าพระเจ้าด้วยความมั่นใจ
อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• “ข่าวดี” “พระวรสาร” เรื่องน่ายินดี ข่าวดีที่เราได้รับจากพระเยซูเจ้า เราได้รับมาจากพระคัมภีร์ คือ ข่าวดี....
• ภาษากรีก Euaggelion อ่านออกเสียง “เอวอังเกลีออน หรืออ่าน เอวังเกลีออน” รากภาษา
o Eu (เอว= แปลว่า “ดี”)
o Aggelos อ่านออกเสียง “อังเกลอส” อันที่จริงแปลว่า ทูตสวรรค์ หรือผู้นำสาร ผู้สื่อสาร ข่าว และ Aggelion แปลว่า “สาร หรือข่าวสาร”
• รวมความแปลว่า “ข่าวดี”
• พ่ออยากให้เราเข้าใจถึงความหมายของข่าวดี นักบุญเปาโลประกาศข่าวดี และใช้คำว่า “ข่าวดี”เสมอๆ และในพระศาสนจักรก็กล่าวถึง “ข่าวดี” หรือ “การประกาศข่าวดี” (Evangelization) และปัจจุบันประเทศไทยของเราและพระศาสนจักรสากลกำลังเน้น “การประกาศข่าวดีใหม่” (New Evangelization) ความหมายที่จริงคืออะไร เรามาศึกษาเรื่องนี้กันหน่อยดีไหมครับ... ขณะที่เราอ่านนี้
• New Evangelization “การประกาศข่าวดีใหม่” พระศาสนจักรต้องการการประกาศพระวรสารแบบใหม่ ไม่ใช่เนื้อหาใหม่แต่วิธีการแบบใหม่เพื่อประกาศพระคริสตเจ้าในโลกปัจจุบัน
• อะไรคือบ่อเกิด หรือเหตุผลของการประกาศข่าวดี พี่น้องทราบไหมครับ
o บ่อเกิดของการประกาศข่าวดี คือ “ความรักของพระคริสตเจ้า” ความรักที่พระองค์ปรารถนาให้ทุกคนได้รับความรอดตลอดนิรันดร
o พระศาสนจักรคือผู้ประกาศข่าวดี ทุกคนในสมาชิกของพระศาสนจักรคือผู้ประกาศข่าวดีเสมอไป...
o และจุดเริ่มต้นของการประกาศข่าวดีคือ พวกเราเองทุกคนต้องไดรับข่าวดี ได้รับการประกาศข่าวดีก่อนอย่างชัดเจน.. เราคริสตชนต้องเป็น “ชุมชนแห่งความหวังและเจริญชีวิตในความหวัง” ก่อนอื่นใด ก่อนใครๆ เราต้องเป็นชุมชนวัดที่มีแต่ความหวังครับ.. ต้องเป็นชุมชนแห่งความเชื่อที่เจริญชีวิตในความรักฉันพี่น้องตลอดเวลา
o เป็นได้ไหมครับ หรือกำลังเป็นข่าวดีกันอยู่ไหมครับ สำคัญที่สุด เราต้องเป็นข่าวดี กลุ่มคริสตชนต้องเป็นข่าวดีด้วยชีวิตที่เป็นประจักษ์พยานแห่งความหวังตลอดไป
o สรุปง่ายๆว่า พระศาสนจักร คือเราทุกคนต้องเป็นผู้ฟังข่าวดี และต้องเชื่อในข่าวดีอย่างจริงใจก่อนใคร และมีความหวังเสมอในข่าวดีแห่งความรักและเปี่ยมด้วยความหวัง...
• พ่อมีคำถามครับ สังคมคริสตชนของเรา ณ ปัจจุบัน เป็นเช่นนี้หรือไม่ เราคริสตชนทุกคนเป็นผู้ได้รู้จักพระคริสตเจ้าจริงๆไหม?? เราเป็นผู้ที่มีความหวังและเป็นบุคคลแห่งความหวังจริงๆไหม??
• พระศาสนจักรที่กรุงโรม สมัชชาฯที่ผ่านมาและสมัชชาใหญ่ของประเทศไทยของเรากำลังห่วงใยสมาชิกพระ ศาสนจักรในโลกปัจจุบัน เพราะเราอยู่ท่ามกลางแรงผลักดัน และการท้าทายหลายด้านจริงๆ เช่น ด้านสังคม เศรษฐกิจ สื่อสารมวลชนสมัยใหม่ และอีกหลายๆ ด้านที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและท้าทายพระศาสนจักรจริงๆ ให้ต้องพิจารณา
• วันนี้พ่ออยากอัญเชิญคำสอนของพระสันตะปาปายอห์นปอลที่สอง พระองค์สอนไว้น่าฟังเหลือเกินในเรื่องการฟื้นฟูการประกาศพระวรสารในรูปแบบ ใหม่ในโลกปัจจุบัน พระองค์สอนว่า
o “การฟื้นฟูการประกาศข่าวดีจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อ พระสังฆราช พร้อมกับพระสงฆ์และคริสตชนของท่าน เมื่อพวกท่านจะยอมรับว่าเป็นหน้าโดยบังคับของตน เป็นการบังคับอุทิศตนมิใช่เพียงแต่มุ่งเพื่อฟื้นฟูชีวิตคริสตชนของตนอย่า แท้จริงเท่านั้น แต่ต้องเป็นผู้ประกาศข่าวดีในสภาพสังคมปัจจุบันด้วย ด้วยวิธีการใหม่ๆที่ต้องแสดงออกในชีวิตของตนที่ต้องประกาศข่าวดี”
o เอาเป็นว่า เราต้องเอาจริงกับการเป็นคริสตชนจริงๆ เป็นคริสตชนไม่เป็นไม่ได้ หรือเป็นๆไปแบบไม่เป็น.. ไม่ชัดเจนในการเป็นคริสตชน
o นั่นคือการเริ่มต้นจากพวกเราที่ต้องเจริญชีวิตเป็น “ประจักษ์พยานแห่งความหวัง” ตลอดไป
• พี่น้องที่รัก อ่านพระคัมภีร์วันนี้ และเราจะรู้ว่า เป็นพระหรรษทานที่เราได้รับมา และเราต้องประกาศข่าวดีตลอดไปเช่นกัน อ่านพระคัมภีร์นะครับ เชื่อ และให้เราเป็นข่าวดีนะครับ ขอพระเจ้าอวยพรครับ
วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 22102014เฝ้าเดี่ยวกับ ศาสนาจารย์วเรศ ราชรักษ์ฺ
(วว. 1:1 [THSV])
วิวรณ์ของพระเยซูคริสต์ที่พระเจ้าประทานแก่พระองค์ เพื่อสำแดงต่อบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์เกี่ยวกับสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และพระองค์ทรงใช้ทูตสวรรค์ไปแจ้งกับยอห์นผู้รับใช้ของพระองค์
(วว. 1:2 [THSV])
ยอห์นเป็นพยานให้กับพระวจนะของพระเจ้าและให้กับคำพยานของพระเยซูคริสต์ คือทุกสิ่งที่ท่านเห็น
(วว. 1:3 [THSV])
ความสุขมีแก่ผู้ที่อ่านและแก่บรรดาผู้ที่ฟังคำเผยพระวจนะ แล้วประพฤติตามสิ่งต่างๆ ที่เขียนไว้ในนั้น เพราะว่าเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว
(วว. 1:4 [THSV])
ยอห์น ขอเรียนคริสตจักรทั้งเจ็ดที่อยู่ในแคว้นเอเชีย ขอให้ท่านทั้งหลายได้รับพระคุณและสันติสุขจากพระองค์ผู้ทรงเป็นอยู่ ผู้ทรงเคยเป็นอยู่ และผู้ที่จะเสด็จมาและจากพระวิญญาณทั้งเจ็ดที่เฝ้าอยู่หน้าพระที่นั่งของพระองค์
(วว. 1:5 [THSV])
และจากพระเยซูคริสต์พยานผู้ซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นผู้แรกที่ทรงเป็นขึ้นจากตาย และเป็นผู้ทรงครอบครองเหนือบรรดากษัตริย์ในโลก พระองค์ทรงรักเรา ทรงปลดปล่อยเราจากบาปของเราด้วยพระโลหิตของพระองค์
(วว. 1:6 [THSV])
และทรงตั้งเราให้เป็นอาณาจักรและเป็นพวกปุโรหิตของพระเจ้าพระบิดาของพระองค์ ขอพระเกียรติและอานุภาพจงมีแด่พระองค์สืบๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน
(วว. 1:7 [THSV])
นี่แน่ะ พระองค์จะเสด็จมาพร้อมกับหมู่เมฆ และนัยน์ตาทุกดวงจะเห็นพระองค์ แม้แต่คนทั้งหลายที่แทงพระองค์ และมนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ทั่วโลกจะคร่ำครวญเพราะพระองค์ จะเป็นไปอย่างนั้น อาเมน
(วว. 1:8 [THSV])
พระเจ้าผู้ทรงเป็นอยู่ ผู้ทรงเคยเป็นอยู่ ผู้ที่จะเสด็จมา และผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ตรัสว่า “เราเป็นอัลฟาและโอเมกา”
บทอ่านประจำวัน 21 ตุลาคม 57 อังคาร
วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
อฟ 2:12-22…
12จงระลึกเถิดว่า เวลานั้น ท่านอยู่ห่างจากพระคริสตเจ้า ถูกกีดกันมิให้เป็นประชากรอิสราเอล เป็นคนต่างด้าว ไม่มีส่วนในพระสัญญาและในพันธสัญญา อยู่ในโลกนี้โดยไม่มีความหวังและไม่มีพระเจ้า 13แต่บัดนี้ในองค์พระคริสตเยซู ท่านทั้งหลายซึ่งในอดีตเคยอยู่ห่างไกลได้เข้ามาอยู่ใกล้ เดชะพระโลหิตของพระคริสตเจ้า 14พระองค์คือสันติของเรา ทรงกระทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นหนึ่งเดียวโดยทรงทำลายกำแพงที่แบ่งแยกคือการเป็น ศัตรูกัน 15ทรงล้มเลิกธรรมบัญญัติพร้อมกับข้อบังคับและข้อห้ามต่าง ๆ เมื่อทรงรับร่างกายเป็นมนุษย์เพื่อสร้างสันติ ทำให้ทั้งสองฝ่ายกลับเป็นมนุษย์คนใหม่คนเดียว ในพระองค์
16โดยทางไม้กางเขนทรงทำให้ทั้งสองฝ่ายกลับคืนดีกับพระเจ้า รวมเป็นกายเดียว และทรงขจัดการเป็นศัตรูกันเดชะพระองค์ 17พระองค์เสด็จมา ประกาศสันติเป็นข่าวดีสำหรับท่านทั้งหลายที่อยู่ห่างไกล และประกาศสันติเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่อยู่ใกล้ 18เดชะพระองค์เราทั้งสองฝ่ายจึงเข้าไปเฝ้าพระบิดาเจ้าได้ในพระจิตเจ้าองค์ เดียวกัน 19ท่าน จึงไม่เป็นคนต่างด้าวหรือผู้อาศัยอีกต่อไป แต่เป็นเพื่อนร่วมชาติกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้า 20ถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารโดยมีบรรดาอัครสาวกและประกาศกเป็นรากฐาน มีพระคริสตเยซูทรงเป็นศิลาหัวมุม 21พระคริสตเจ้าทรงทำให้อาคารทุกส่วนต่อกันสนิทเจริญขึ้นเป็นพระวิหาร ศักดิ์สิทธิ์เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า 22ในพระคริสตเจ้า ท่านทั้งหลายก็เช่นกันกำลังถูกก่อสร้างร่วมกันขึ้นเป็นที่ประทับของพระเจ้า เดชะพระจิตเจ้า
อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• อ่านพระคัมภีร์ จดหมายของเปาโลถึงชาวเอเฟซัสวันนี้มีข้อคิด ข้อไตร่ตรอง และเทววิทยาที่ลึกซึ้งมากหลายประเด็น ถ้าจะนำเสนอทั้งหมดคงยาวสุดๆ ลึกล้ำสุดๆ พ่ออยากให้อ่าน และขอนำเสนอบางประเด็นที่จำเป็นก่อนดังนี้
• ประเด็นแรก
o ถ้าไม่มีศีลล้างบาป เราก็อยู่ในโลกอย่างไม่มีความหวัง แต่เพราะเราเป็นคริสตชน เราได้รับความหวัง “ไม่มีความหวังไม่ได้” สำหรับคริสตชนทุกคน...
o ความหวัง คือ ผลของความเชื่อและความรักที่เราได้รับจากพระเจ้า
o ความหวัง คือ พลังของการรอคอยด้วยความรักและความเชื่อมั่นและความเพียรทน
o ความหวัง คือ ชีวิตของคริสตชน.... คนที่มีความหวังมีความสุขนะครับ
o สมัยเป็นเด็ก พ่อมักจะมีประสบการณ์ของการรอคอยเสมอ คอยอย่างมีความหวัง.... ยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ พ่อเป็นเด็กบ้านนอก อยู่ตำบวลเจ้าเจ็ด จังหวัดอยุธยา ไม่ค่อยรู้จักกรุงเทพฯหรอก แต่รู้ว่า พี่ๆ ป้าๆ ญาติๆ ที่เขาดูฐานะดีกว่าเรา เขาอยู่กรุงเทพฯ เราเรียกพวกเขาว่า “คนกรุงเทพฯ” หรือ “พวกกรุงเทพฯ” สมัยนั้น นานมาแล้ว จากเจ้าเจ็ดมากรุงเทพฯนั้น ใช้เวลายาวนาน เดินทางกันเป็นวันๆ ด้วยการนั่งเรือ ต่อรถ ต่อรถ ต่อรถ หลายๆต่อกว่าจะถึง หรือไม่ก็ต้องไปด้วยเรือข้ามคืน เป็นเรือสองชั้น ชั้นบนคนอยู่ นอนค้างคืน ชั้น ล่างหมูเห็ดเป็ดไก่และสินค้าวุ่นวาย ไม่น่าเชื่อแต่นั้นคือความจริงเมื่อสี่สิบปีก่อน... พ่อเข้ากรุงเทพฯครั้งแรกในชีวิตก็นอนค้างคืนบนเรือแบบนี้แหละ... นานๆ จะมีข่าวว่าคนกรุงเทพจะมา ถ้าได้ข่าวว่าจะทางทางโทรเลข..(โทรเลขเลิกไปแล้ว) พ่อจะรอ รอ รอ รอพวกเขามา แน่นอนหวังได้... ขนม ของฝาก ของเล่น ฯลฯ พ่อจะนั่งรอตลอดเป็นวันๆ เช้าจรดเย็นเมื่อไรก็เมื่อนั้น ได้ยินเสียงเรือเข้าโค้งเจ้าเจ็ดมาแต่ไกลๆ พ่อก็วิ่งไปหน้าบ้านทุกครั้ง ถ้าใช่ก็ดีใจ ถ้าไม่ใช่ก็คอตกเดินกลับมาและรอ รอต่อไป แต่ที่แน่ๆ การรอทำให้เรามี “ความหวัง” เสมอ เมื่อเห็นเรือที่ญาติๆ มา ก็ดีใจสุดๆ วิ่งไปต้อนรับ ขนของ ตามองหาของฝาก ทุกนาทีมีความหวัง....
o ตอนเป็นเด็ก พ่อเคยอยากได้นกหงส์หยกสักคู่มาเลี้ยง และพี่เรา จริงเป็นแฟนพี่ครับ เขาสัญญาว่ามาคราวหน้าจะซื้อมาให้.... คราวหน้าหมายถึงปิดเทอมหน้า... และก็เวลาก็มาถึง ตื่นเต้นมาก รอนกหงส์หยกมากกว่ารอคน อยากได้ อยากเลี้ยง มันจะมาจากกรุงเทพฯ เวลาที่มา เชื่อไหมวันนั้น พ่อเกเรียน “แกล้งป่วย” หยุดเรียนรอเลยแหละครับ... ความหวังที่มันรุนแรงและทำให้เรามีความสุขกับการรอคอยและจดจ่อจริงๆ ความหวังเป็นแบบนี้.... o สรุป คริสตชนมีความเชื่อในพระเยซู มีความรัก ย่อมมีความหวัง และความหวังย่อมเป็นที่มาของการรอคอยด้วยความสุข “สันติ” และมั่นคงในความเชื่อและความรักครับ.....
o ไม่แปลกที่เปาโลสอนเราวันนี้ว่า “พระเยซูเจ้า คือ องค์สันติราชา” ของเราทุกคน
o พ่อสรุปว่า คริสตชนต้องมีความหวัง แลความหวัง ต้องทำให้เรามี “สันติ” ในชีวิตกับทุกคนนะครับ กล่าวโดยสรุป ความหวัง... ทำให้อ่อนโยน รอคอย ไม่โกรธ ไม่หลง ไม่รุนแรง ไม่มีกำแพงและการเป็นศัตรูกันอย่างแน่นอน
• ประเด็นที่สอง
o กางเขนของพระเยซูเจ้า คือ ศูนย์รวมความรักความเชื่อและควาหวังของเรา
o ในพระพระองค์ อาศัยพระองค์ และโดยทางพระองค์ ชีวิตได้มีสันติแน่นอน
o เปาโลเน้นว่า เราคริสตชนรวมเป็น “กายเดียวกัน” ในพระคริสตเจ้า ก็แหงแหละครับ ความรักรวมเราเป็นหนึ่งแน่นอน คริสตชนทุกคนจึงเป็นดังกายเดียวกัน
o เรื่อง “กายเดียวกัน” เป็นเทววิทยาคำสอนของเปาโลโดยตลอด ท่านเน้นให้เราคริสตชนต้องเป็นชีวิตของกันและกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นั่นคือชีวิตจิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียว เป็นเอกภาพและสันติภาพ
o พี่น้องครับ ชีวิตคริสตชนแท้จริง ต้องไม่มีความแตกแยกนะครับ คิดดีๆ ไตร่ตรองดี อย่าแตกแยกกันเลย คริสตชนไม่แตก ครอบครัวคริสตชนก็ต้องไม่แตก พ่อรู้ครับว่าอยากและน่าเห็นใจ และแม้ต้องแตกแยกเพราะเหตุผลใดๆ พ่อก็ขอมีความหวังและมีความเห็นใจเสมอจริงๆ เราเจริญชีวิตในพระเยซูเจ้า “มหาสนิท” แห่งความเป็นหนึ่งเดียวนะครับ
• ประการที่สาม
o ชอบมากเรื่อง “พระเยซูเป็นศิลาหัวมุมของชีวิต” การสร้างอาคารแบบที่มีประตูโค้ง โดม ทำด้วยหินที่ซ้อนๆกันขึ้นไปเอนเข้าหากันจนถึงยอดสุด ยอดสุดคือศิลาหัวมุม สำคัญ แต่ใส่ที่หลังสุด ขาดไม่ได้ ถ้าขาดก็พังหมด....
o พี่น้องครับ ชีวิตหนึ่งเดียวของพระศาสนจักร ของครอบครัว ของชุมชนวัด ทั้งหมด ต้องการ “พระเยซู ศิลาหัวมุม ต้องรวมเป็นหนึ่งเดียวในพระองค์” ไม่มีพระองค์ ก็ ไปได้ไม่ไกลหรอกครับ พังหมด....
o ชีวิตเราเป็นหนึ่งเดียวกันในพระองค์ มีอัครสาวกเป็นรากฐานนะครับ มั่นใจเรื่องนี้ แค่เรามุ่งไปที่พระองค์ เราก็เป็นหนึ่งเดียวกันครับ
o แต่ถ้าเรามุ่ง “ตัวเอง” เอาแต่ตัวเอง ตัวเอง ตัวเอง ไม่ใช่พระองค์ก็อยู่ได้ครับโดดเดี่ยวได้ แต่สังคม ครอบครัว พระศาสนจักร ชุมชนวัดจะอยู่ที่ไหน อยู่ได้อย่างไร... ดังนั้น เปาโลสอน พระเยซูเจ้าเจ้าสำคัญที่สุดครับ
• ครับ เอาเท่านี้แหละ อ่านบทอ่านต่อ และไปต่อด้วยชีวิตจริงในสังคม ในชุมชนวัดที่มีความหวังและมีสันติสุขเสมอนะครับ
• พระเจ้าอวยพรครับ
o ครอบครัวคือพระศาสนจักร
o ชุมชนวัดคือพระศาสนจักร ถ้าเรามี่ความเชื่อ ไม่มีความรัก ไม่มีความหวังแท้ในกันและกัน แล้วสังคมพระศาสนจักรจะอยู่ได้อย่างไร พังหมดแน่ๆ
o พี่น้องเอ๊ย รักกันมากๆ หวังในกันมากๆ และที่สำคัญที่สุด คือ มีความหวังในพระองค์นะครับ ชีวิตคริสตชนของเราจะแข็งแรงแน่นอน... พระเจ้าอวยพรครับ
บทอ่านประจำวัน 21 ตุลาคม 57 อังคาร
วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวเอเฟซัส ( อฟ 2:12-22 )
พี่น้อง จงระลึกเถิดว่า เวลานั้น ท่านอยู่ห่างจากพระคริสตเจ้า ถูกกีดกันมิให้เป็นประชากรอิสราเอล เป็นคนต่างด้าว ไม่มีส่วนในพันธสัญญาที่ทรงสัญญาไว้ อยู่ในโลกนี้โดยไม่มีความหวังและไม่มีพระเจ้า แต่บัดนี้ในองค์พระคริสตเยซู ท่านทั้งหลายซึ่งในอดีตเคยอยู่ห่างไกลได้เข้ามาอยู่ใกล้ เดชะพระโลหิตของพระคริสตเจ้า พระองค์คือสันติของเรา ทรงกระทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นหนึ่งเดียว โดยทรงทำลายการเป็นศัตรูกันซึ่งเป็นเหมือนกำแพงที่แบ่งแยก ทรงล้มเลิกธรรมบัญญัติพร้อมกับข้อบังคับและข้อห้ามต่างๆ เมื่อทรงรับร่างกายเป็นมนุษย์เพื่อสร้างสันติ ทำให้ทั้งสองฝ่ายกลับเป็นมนุษย์คนใหม่คนเดียวในพระองค์
โดยทางไม้กางเขนทรงทำให้ทั้งสองฝ่ายกลับคืนดีกับพระเจ้า รวมเป็นกายเดียว และทรงขจัดการเป็นศัตรูกันเดชะพระองค์ พระองค์เสด็จมาประกาศสันติเป็นข่าวดีสำหรับท่านทั้งหลายที่อยู่ห่างไกล และประกาศสันติเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่อยู่ใกล้ เดชะพระองค์เราทั้งสองฝ่ายจึงเข้าไปเฝ้าพระบิดาเจ้าได้ในพระจิตเจ้าองค์ เดียวกัน ท่านจึงไม่เป็นคนต่างด้าวหรือผู้อาศัยอีกต่อไป แต่เป็นเพื่อนร่วมชาติกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้า ถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารโดยมีบรรดาอัครสาวกและประกาศกเป็นรากฐาน มีพระคริสตเยซูทรงเป็นศิลาหัวมุม พระคริสตเจ้าทรงทำให้อาคารทุกส่วนต่อกันสนิทเจริญขึ้นเป็นพระวิหาร ศักดิ์สิทธิ์เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ในพระคริสตเจ้า ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกันกำลังถูกก่อสร้างร่วมกันขึ้นเป็นที่ประทับของ พระเจ้าเดชะพระจิตเจ้า
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา ( ลก 12:35-38 )
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ท่าน ทั้งหลายจงคาดสะเอวและจุดตะเกียงเตรียมพร้อมไว้ จงเป็นเสมือนผู้รับใช้ที่กำลังคอยนายกลับจากงานสมรส เมื่อนายมาและเคาะประตูจะได้เปิดรับ ผู้รับใช้เหล่านั้นเป็นสุข ถ้านายกลับมาพบเขากำลังตื่นเฝ้าอยู่ เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า นายจะคาดสะเอวพาผู้รับใช้เหล่านั้นไปนั่งโต๊ะและจะรับใช้เขาด้วย ไม่ว่านายจะมาเวลาสองยามหรือสามยาม ถ้าพบผู้รับใช้กำลังทำเช่นนี้ ผู้รับใช้เหล่านั้นก็เป็นสุข”
วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 21102014เฝ้าเดี่ยวกับ ศาสนาจารย์วเรศ ราชรักษ์ฺ
(ปญจ. 12:9 [THSV])
นอกจากท่านเป็นคนมีปัญญาแล้ว ปัญญาจารย์ยังสอนความรู้ให้ประชาชนอีกด้วย เออ ท่านพิเคราะห์ ท่านค้นคว้า และท่านเรียบเรียงสุภาษิตไว้มากมาย
(ปญจ. 12:10 [THSV])
ปัญญาจารย์เสาะหาถ้อยคำที่เพราะหู และท่านเขียนถ้อยคำแห่งความจริงไว้อย่างเที่ยงตรง
(ปญจ. 12:11 [THSV])
ถ้อยคำของคนมีปัญญาเปรียบเหมือนปฏัก และถ้อยคำที่ถูกรวบรวมไว้ก็ตรึงแน่นอย่างตะปู ถ้อยคำเหล่านี้เมษบาลผู้หนึ่งมอบไว้
(ปญจ. 12:12 [THSV])
และยิ่งกว่านั้นอีก บุตรชายของข้าพเจ้าเอ๋ย จงรับคำตักเตือนเถิด ซึ่งจะทำหนังสือมากก็ไม่มีสิ้นสุด และเรียนมากก็เหนื่อยเนื้อหนัง
(ปญจ. 12:13 [THSV])
จบเรื่องแล้ว ได้ฟังกันทั้งสิ้นแล้ว จงยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ เพราะสิ่งนี้เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง
(ปญจ. 12:14 [THSV])
เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเอาการงานทุกอย่างเข้าสู่การพิพากษาพร้อมด้วยสิ่งเร้นลับทุกอย่าง ไม่ว่าดีหรือชั่ว
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 20102014เฝ้าเดี่ยวกับ ศาสนาจารย์วเรศ ราชรักษ์
(ปญจ. 12:1 [THSV])
จงระลึกถึงพระผู้เนรมิตสร้างเจ้า เมื่อเจ้ายังหนุ่มยังสาว ก่อนที่วันเลวร้ายจะมาถึง และปีที่ใกล้เข้ามา เมื่อเจ้าจะกล่าวว่า “ข้าไม่มีความเพลิดเพลินในปีเหล่านั้นเลย”
(ปญจ. 12:2 [THSV])
ก่อนที่ดวงอาทิตย์ แสงสว่าง ดวงจันทร์ และดวงดาวทั้งหลายอับแสง และก่อนที่เมฆจะกลับมาภายหลังฝน
(ปญจ. 12:3 [THSV])
ในกาลเมื่อคนยามเฝ้าเรือนจะตัวสั่น และชายแข็งแรงจะเป็นคนหลังโกง และหญิงโม่แป้งจะเลิกโม่ เพราะจำนวนลดน้อยลง และบรรดาผู้ที่มองผ่านหน้าต่างจะมืดมัว
(ปญจ. 12:4 [THSV])
และประตูคู่ที่เปิดออกถนนจะถูกปิด เมื่อเสียงโม่อ่อยลง และเขาก็ลุกขึ้นเมื่อมีเสียงนกเสียงกา และเสียงเพลงก็เพลาลง
(ปญจ. 12:5 [THSV])
เออ เขาทั้งหลายกลัวความสูง และสิ่งน่าสยดสยองที่อยู่ในหนทาง ต้นอัลมอนด์มีดอก และตั๊กแตนก็อุ้ยอ้าย ไฟปรารถนาก็มอดไป เพราะมนุษย์กำลังไปบ้านถาวรของเขา ส่วนผู้ไว้ทุกข์ก็เวียนไปมาตามถนน
(ปญจ. 12:6 [THSV])
ก่อนที่สายเงินจะขาด หรือชามทองคำจะบุบสลาย หรือเหยือกน้ำจะแตกกระจายเสียที่น้ำพุ หรือรอกที่บ่อน้ำหักเสีย
(ปญจ. 12:7 [THSV])
และผงคลีกลับสู่พื้นดินตามเดิม และจิตวิญญาณกลับไปสู่พระเจ้าผู้ประทานให้มานั้น
(ปญจ. 12:8 [THSV])
ปัญญาจารย์ว่า อนิจจัง อนิจจัง สารพัดก็อนิจจัง
วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557
บทอ่านประจำวัน 20 ตุลาคม 57 จันทร์
วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
อฟ 2:1-10…………..
1ท่านทั้งหลายตายแล้วเพราะการล่วงละเมิดและเพราะบาป 2ครั้งหนึ่งท่านเคยดำเนินชีวิตตามโลกียวิสัย อยู่ใต้อำนาจเทพนิกรเจ้าผู้ปกครองชั้นบรรยากาศ คือจิตที่ทำงานอยู่ในมนุษย์ที่ไม่ยอมเชื่อฟัง 3เราทุกคนก็เคยประพฤติเช่นนี้ในอดีต ปล่อยตนตามราคตัณหา ปฏิบัติตนตามความต้องการและความคิดโดยธรรมชาติฝ่ายต่ำเราจึงน่าจะถูกพระเจ้า ลงโทษเช่นเดียวกับคนอื่น 4แต่พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงสำแดงความรักยิ่งใหญ่ต่อเรา 5เมื่อเราตายไปแล้วเพราะการล่วงละเมิด พระองค์ก็ทรงบันดาลให้เรากลับมีชีวิตกับพระคริสตเจ้า ท่านได้รับความรอดพ้นก็เพราะพระหรรษทาน
6พระเจ้าโปรดให้เรากลับคืนชีพพร้อมกับพระคริสตเยซู โปรดให้เรามีที่นั่งในสวรรค์พร้อมกับพระคริสตเจ้า 7เพื่อจะทรงแสดงพระหรรษทานอันอุดมเหลือล้นของพระองค์แก่มนุษย์ทุกยุคสมัยใน อนาคต โดยทรงพระกรุณาต่อเราในพระคริสตเยซู 8ท่านได้รับความรอดพ้นเพราะพระหรรษทานอาศัยความเชื่อ ความรอดพ้นนี้มิได้มาจากท่าน แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า 9มิได้มาจากการกระทำใด ๆ ของท่าน เพื่อมิให้ใครโอ้อวดตนได้ 10เราเป็นผลงานของพระองค์ ถูกสร้างมาในพระคริสตเยซูเพื่อให้ประกอบกิจการดี ซึ่งพระเจ้าทรงกำหนดล่วงหน้าให้เราปฏิบัติ
อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์เราอ่านจดหมายของนักบุญเปาโล ถึงชาวเอเฟซัส
• เรามารู้จักจดหมายฉบับนี้กันหน่อยครับ อันที่จริง จดหมายฉบับนี้ท่านได้เขียนจากที่จองจำ ขณะถูกจองจำอยู่ที่กรุงโรม ช่วงปี ค.ศ. 61-63 เป็นการเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยเสรีภาพและความรักในยามที่เปาโลน่าจะไร้ อิสรภาพที่สุด
• เปาโลมีอิสรภาพที่สุดในการไตร่ตรองและเขียนถึงความเป็นอิสระในพระคริสตเยซู น่าปลื้มใจจริงๆ...
• จดหมายของเปาโลฉบับนี้ทำพ่อคิดถึง คิดถึงหลายคนที่พ่อคิดว่าใช่ ใช่จริงๆ สำหรับเราที่จะนำมาไตร่ตรอง
1. พ่อคิดถึงพ่อบุญเกิด บุญราศีนิโคลาส บุญเกิด บุญราศีและมรณะสักขี
o พระสงฆ์ผู้ถูกจองจำอย่างอยุติธรรม พ่อจำได้ว่า พ่อเคยเขียนอรรถาธิบายถึงคำบรรยายของท่าน จดหมายของท่านที่เขียนถึงพระสังฆราชของท่านจากในคุก
o คุณพ่อนิโคลาสได้เขียนจดหมายจากในคุก.... ท่านเขียนอย่างลึกซึ้งพรรณนาถึงความเจ็บปวดที่ถูกกล่าวหาอย่างอยุติธรรม จริงๆ ท่านต้องยอมรับแม้ไม่มีความผิด ต้องอยู่ในความลำบากมาก ไร้อิสรภาพ
o ท่านเขียนว่า “ท่านเหมือนนกใหม่ที่ถูกขังอยู่ในกรง” ชัดดีครับ ดิ้นรนและเจ็บปวดที่ขาดอิสรภาพที่สุด.... สิ่งเดียวที่เป็นความบรรเทาใจคือ การภาวนาตามหนังสือสวดและสายประคำ...
o สรุปสิ่งเดียวที่ทำให้ท่านสงบและมีสันติสุข คือ “พระเจ้า” นั่นเอง.... พระองค์คือสันติสุขแท้ของท่าน การมีพระองค์ นั่นแหละคืออิสรภาพ...
2. พ่อคิดถึงพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่สอง นักบุญร่วมสมัย และบุคคลแห่งยุคของเรา
o พ่อเองก็เคยเข้าเฝ้าพระองค์หลายครั้งอย่างน่าอัศจรรย์สำหรับชีวิตเด็กบ้าน นอกคอนาอย่างพ่อที่จะมีโอกาสไปถึงกรุงโรมเพื่อเรียนพระคัมภีร์ ไปถึงได้ไม่ถึงสามเดือนก็ได้เข้าเฝ้าพระสันตะปาปา ยอห์น ปอลที่สอง ด้วยความเมตตาให้โอกาสของพระคุณเจ้าพระคาร์ดินัล....
o พระสันตะปาปา ยอห์น ปอล พระองค์มาจากโลกยุโรปตะวันออก เกิดมาในโลกคอมมิวนิสต์ที่เบียดและเบียดบังศาสนา แต่พระองค์ก็ก้าวออกมาและประกาศอิสรภาพทางการถือศาสนาและอิสรภาพแก่สังคม อย่างไม่หยุดยั้ง
o พ่อจำได้ว่า สหภาพโซเวียต USSR สมัยนั้นเรียกว่า สหภาพรัสเซีย... ได้แตกออกในสมัยขององค์พระสันตะปาปานี่เอง กำแพงเบอร์ลินที่แบ่งแยกพี่น้องเยอรมันออกเป็นตะวันออกและตะวันตกล้มทำลายลง ในสมัยของพระองค์นี่เอง
o ยอห์น ปอล ที่สอง พระองค์เป็นเครื่องหมายของสันติภาพ พระองค์เป็นบุคคลแห่งสันติภาพ
o พระองค์เคยถูกยิงเพื่อปลงพระชนม์ในวันฉลองแม่พระฟาติมา ณ ลานวาติกันเอง... แต่ไม่เสียชีวิต พระองค์ถวายความเจ็บปวดแด่พระแม่มารีย์
o พระองค์เป็นยิ่งกว่าซุปเปอร์สตาร์ใดๆ ในโลกที่ผ่านมา มีใครหนอเหมือนพระองค์... จากประเทศที่เป็นค่ายคอมมิวนิสต์กลายเป็นพระสันตะปาปาและสันติภาพ และการเดินทางอย่างไร้พรมแดนเพื่อเยี่ยมเยียนและทำให้เห็นว่า “ศาสนาไม่มีพรมแดน” จริงๆ 3. พ่อคิดถึงคุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา... สุดยอด และสันติภาพอีกทั้งความรักเมตตาที่เป็นรูปธรรมที่สุดสำหรับคนยากจนในอินเดีย ท่านไม่ใช่ชาวอินเดีย แต่อยู่จนแยกไม่ออกว่าท่านไม่ใช่อินเดียเลยทีเดียว
o คนที่ขาดอิสรภาพที่สุดในชีวิต คือ คนที่ถูกความยากจนครอบงำและดิ้นไม่หลุด ความยากจนเกิดจากความใจคับแคบของมนุษย์ต่างหาก
o คุณแม่ได้กลายเป็นนักบุญแห่งยุคสมัย ไม่มีความจำกัดใดที่กำหนดพรมแดนแห่งความรักเมตตาของพระเจ้าในชีวิตแบบอย่าง ของคุณแม่เทเรซาได้เลย
o ไม่มีคุกกักขังหรือกักกันที่จะกำหนดความ คับแคบแห่งจิตใจใดๆจะจำจอง หรือจองจำกักขังหรือปิดกัน “ความรักเมตตาที่เป็นจริงในภาคปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม” ของคุณแม่เทเรซาได้เลย...
o ท่านอยู่ในความจำกัดขอชีวิตที่อินเดีย อยู่กับบรรดาคนที่มีความจำกัดที่สุด.... แต่คุณแม่มีอิสรภาพสูงสุด อยู่ในดินแดนแห่งชนชั้นและวรรณะที่รุนแรงที่สุด แต่ท่านมีอิสระที่จะก้าวออกเพื่อสัมผัสกับวรรณะที่ต่ำชั้นกว่าวรรณะทางสังคม อินเดีย เพราะความยากจน คนยากจน มิได้มีเฉพาะในอินเดีย แต่มีอยู่ทั่วโลกจริงๆ คุณแม่มีอิสรภาพที่สุดจริงๆ
• พี่น้องที่รักครับ พ่อเขียนมาเรื่อยๆ ยังมีอีกหลายตัวอย่างที่เป็นประจักษ์พยานแห่งการเจริญชีวิตเพื่อสร้างเพื่อ ปลดแอกให้พี่น้อง เพื่อประกาศอิสรภาพแก่เพื่อนพี่น้องที่จำกัดมากๆคือบรรดาคนยากไร้ชายขอบ สังคม...
• แต่พอก่อน อยากให้อ่านจดหมายถึงชาวเอเฟซัสวันนี้ดี และดูตัวอย่างนักบุญและบุญราศีที่พ่อยกมากให้อ่านดีๆครับ และเราจะรู้ว่า
o เราไม่ควรเป็นทาส เพราะเรามีอิสรภาพเต็มที่ในพระคริสตเยซูจริงๆ
o มีอะไรที่เป็นทาสในโลกปัจจุบัน มีอะไรที่กักขังและจองจำพวกเราคริสตชนในโลกปัจจุบันมากมายที่เรียกว่ายุคโลก ไร้พรมแดน แต่พวกเรากลับต้องติดคุกและถูกจองจำกันทั่วหน้า.. ติดคุกตนเอง จำจองตนเอง อยู่ต่อหน้าจอเล็กๆที่เรียกว่า ไอ “I” ไอโน่น ไอนี่ ไอนั่น จน “ยู” ที่ควรแปลว่า “เธอ” หายไปจากสายตา นั่งติดกันแท้ๆ แต่มองไม่เห็นกันเลย
o สรุปบ่อยครั้ง พวกเราจำพันธนาการตนเอง... และพันธนาการจำยอมโดยขาดอิสรภาพกันไปเอง.... จับตนเอง ขังตนเองกันหมด อยู่ในคุกของตนเองกันหมด ทั้งๆที่เราในยุคแห่งเสรีเต็มที่นี่แหละ....
o พี่น้องที่รักครับ... เรามาเป็นอิสระกันเถอะนะครับ อิสระจากบาปและความเห็นแก่ตัว คือ เห็นแก่ “ฉัน” คนเดียว และติดกับเครื่องมือสื่อสารต่างๆที่เรียกว่า “I” ทั้งมวล
o เลิกยึดแต่ “I” เพื่อเห็นแก่ “You and you and you and you” กันให้มากขึ้นนะครับ...
o อ่านพระวาจานะครับ เอเฟซัส จดหมายแห่งอิสรภาพจากที่จองจำของเปาโล อิสรภาพในการเป็นบุตรของพระเจ้าครับ....
บทอ่านประจำวัน 20 ตุลาคม 57 จันทร์
วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวเอเฟซัส ( อฟ 2:1-10 )
พี่น้อง ท่านทั้งหลายตายแล้วเพราะการล่วงละเมิดและเพราะบาป ครั้งหนึ่งท่านเคยดำเนินชีวิตตามโลกียวิสัย อยู่ใต้อำนาจเทพนิกรเจ้าผู้ปกครองชั้นบรรยากาศ คือจิตที่ทำงานอยู่ในมนุษย์ที่ไม่ยอมเชื่อฟัง เราทุกคนก็เคยประพฤติเช่นนี้ในอดีต ปล่อยตนตามราคตัณหา ปฏิบัติตนตามความต้องการและความคิดโดยธรรมชาติฝ่ายต่ำ เราจึงน่าจะถูกพระเจ้าลงโทษเช่นเดียวกับคนอื่น แต่พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงสำแดงความรักยิ่งใหญ่ต่อเรา เมื่อเราตายไปแล้วเพราะการล่วงละเมิด
พระองค์ก็ทรงบันดาลให้เรากลับมีชีวิตกับพระคริสตเจ้า ท่านได้รับความรอดพ้นก็เพราะพระหรรษทาน พระเจ้าโปรดให้เรากลับคืนชีพพร้อมกับพระคริสตเยซู โปรดให้เรามีที่นั่งในสวรรค์พร้อมกับพระคริสตเจ้า เพื่อจะทรงแสดงพระหรรษทานอันอุดมเหลือล้นของพระองค์แก่มนุษย์ทุกยุคสมัยใน อนาคต โดยทรงพระกรุณาต่อเราในพระคริสตเยซู ท่านได้รับความรอดพ้นเพราะพระหรรษทานอาศัยความเชื่อ ความรอดพ้นนี้มิได้มาจากท่าน แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า มิได้มาจากการกระทำใดๆ ของท่าน เพื่อมิให้ใครโอ้อวดตนได้ เราเป็นผลงานของพระองค์ ถูกสร้างมาในพระคริสตเยซูเพื่อให้ประกอบกิจการดี ซึ่งพระเจ้าทรงกำหนดล่วงหน้าให้เราปฏิบัติ
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา ( ลก 12:13-21 )
เวลานั้น ประชาชนคนหนึ่งทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์ โปรดบอกพี่ชายข้าพเจ้าให้แบ่งมรดกให้ข้าพเจ้าเถิด” พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “มนุษย์เอ๋ย ใครตั้งเราเป็นผู้พิพากษาหรือเป็นผู้แบ่งมรดกของท่าน” แล้วพระองค์ตรัสกับคนเหล่านั้นว่า “จงระวังและรักษาตัวไว้ให้พ้นจากความโลภทุกชนิด เพราะชีวิตของคนเราไม่ขึ้นกับทรัพย์สมบัติของเขา แม้ว่าเขาจะมั่งมีมากเพียงใดก็ตาม” พระองค์ยังตรัสอุปมาเรื่องหนึ่งให้เขาทั้งหลายฟังอีกว่า “เศรษฐีคนหนึ่งมีที่ดินที่เกิดผลดีอย่างมาก เขาจึงคิดว่า ‘ฉันจะทำอย่างไรดี ฉันไม่มีที่พอจะเก็บพืชผลของฉัน’ เขาคิดอีกว่า ‘ฉันจะทำอย่างนี้ จะรื้อยุ้งฉางเก่าแล้วสร้างใหม่ให้ใหญ่โตกว่าเดิม จะได้เก็บข้าวและสมบัติทั้งหมดไว้’ แล้วฉันจะพูดกับตนเองว่า ‘ดีแล้ว เจ้ามีทรัพย์สมบัติมากมายเก็บไว้ใช้ได้หลายปี จงพักผ่อน กินดื่มและสนุกสนานเถิด’ แต่พระเจ้าตรัสกับเขาว่า ‘คนโง่เอ๋ย คืนนี้ เขาจะเรียกเอาชีวิตเจ้าไป แล้วสิ่งที่เจ้าได้เตรียมไว้จะเป็นของใครเล่า คนที่สะสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตนเองแต่ไม่เป็นคนมั่งมีสำหรับพระเจ้าก็จะ เป็นเช่นนี้’”
วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 19102014เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์สมเกียรติ ลิมปนา...
ปญจ. 11:1 จงโยนขนมปังของเจ้าลงบนน้ำ เพราะอีกหลายวันเจ้าจะพบมันได้
ปญจ. 11:2 จงปันส่วนของเจ้าออกเป็นเจ็ดส่วน เออ ถึงแปดส่วนก็ดี เพราะเจ้าไม่ทราบว่า สิ่งเลวร้ายอะไรจะเกิดขึ้นบนแผ่นดินโลก
ปญจ. 11:3 เมื่อเมฆเต็มด้วยน้ำ มันก็จะเทฝนลงมาบนแผ่นดินโลก และเมื่อต้นไม้ล้มลงทางใต้หรือทางเหนือ มันล้มลงตรงไหนมันก็นอนอยู่ตรงนั้น
ปญจ. 11:4 ผู้ใดมัวสังเกตลมก็จะไม่หว่านพืช และผู้ใดมัวจ้องมองเมฆก็จะไม่เกี่ยวข้าว
ปญจ. 11:5 เจ้าไม่ทราบว่าลมหายใจเข้าไปในโครงร่างที่อยู่ในมดลูกหญิงมีครรภ์อย่างไร เจ้าก็จะไม่ทราบถึงพระราชกิจของพระเจ้าผู้ทรงกระทำสิ่งสารพัดอย่างนั้น
ปญจ. 11:6 เวลาเช้าเจ้าจงหว่านพืชของเจ้า และพอเวลาเย็นก็อย่าหดมือเจ้าเลย เพราะเจ้าไม่รู้ว่าการไหนจะเจริญ การนี้หรือการนั้น หรือการทั้งสองจะเจริญดีเหมือนกัน
ปญจ. 11:7 แสงสว่างทำให้สดชื่น และการที่นัยน์ตาเห็นดวงตะวันก็เป็นที่ชื่นบาน
ปญจ. 11:8 เออ ถ้าคนใดมีชีวิตอยู่ได้ตั้งหลายปี จงให้เขาเปรมปรีดิ์ตลอดปีเหล่านั้น แต่ให้เขาระลึกด้วยว่า วันมืดก็จะมีมาก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมานั้นก็อนิจจัง
ปญจ. 11:9 โอ เยาวชน จงเปรมปรีดิ์ในวัยหนุ่มสาวของเจ้า และให้จิตใจของเจ้าทำตัวเจ้าให้ร่าเริงในวัยหนุ่มสาวของเจ้า เจ้าจงดำเนินชีวิตตามจิตใจของเจ้าและตามที่ตาของเจ้าเห็นควร แต่จงรู้เถิดว่าเพราะทุกอย่างเหล่านี้พระเจ้าจะทรงนำเจ้าเข้ามาถึงการพิพากษา
ปญจ. 11:10 จงขจัดความเศร้าหมองเสียจากใจของเจ้า และจงสลัดความเจ็บปวดเสียจากเนื้อหนังของเจ้า เพราะวัยหนุ่มสาวและวัยฉกรรจ์นั้นเป็นอนิจจัง
บทอ่านประจำวัน 19 ตุลาคม 57 อาทิตย์
วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสือประกาศกอิสยาห์ ( อสย 45:1-2,4-6 )
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับกษัตริย์ไซรัส ผู้รับเจิมของพระองค์ว่า “เราจับมือขวาของท่านไว้ เพื่อปราบชนหลายชาติให้อยู่ใต้อำนาจ ปลดอาวุธ จากบั้นเอวของบรรดากษัตริย์ เปิดประตูที่อยู่ต่อหน้าท่าน ไม่มีประตูเมืองใดปิดอยู่ได้ เพราะ เห็นแก่ยาโคบผู้รับใช้ของเรา เราออกชื่อของท่าน เรียกท่านมา เราให้ตำแหน่งแก่ท่าน แม้ท่านไม่รู้จักเรา เราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีก นอกจากเราไม่มีพระเจ้า แม้ท่านไม่รู้จักเรา เราก็จะคาดอาวุธให้ท่าน เพื่อคนทั้งหลายจากทิศตะวันออก และจากทิศตะวันตก จะได้รู้ว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากเรา เราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีก”
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงเธสะโลนิกา ฉบับที่หนึ่ง (1 ธส 1:1-5ข )
จากเปาโล สิลวานัสและทิโมธี ถึงพระศาสนจักรที่เมืองเธสะโลนิกา ซึ่งอยู่ในพระเจ้าพระบิดา และในพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอพระหรรษทานและสันติสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด เรา ขอบพระคุณพระเจ้าทุกเวลาเพื่อท่านทุกคน ระลึกถึงท่านในคำภาวนา เราวอนขอเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าพระบิดา เฝ้าระลึกอยู่เสมอถึงกิจการซึ่งแสดงความเชื่อของท่าน และระลึกถึงการงานที่แสดงความรักและความพากเพียรซึ่งเกิดจากความหวังในพระค ริสตเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พี่ น้องทั้งหลายผู้เป็นที่รักของพระเจ้า เรารู้ว่าท่านได้รับเลือกสรร เพราะข่าวดีที่เราประกาศมาถึงท่าน มิใช่ด้วยคำพูดเท่านั้น แต่ด้วยพระอานุภาพเดชะพระจิตเจ้า และด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว ( มธ 22:15-21 )
ครั้งนั้น ชาวฟาริสีปรึกษากันเพื่อจับผิดพระวาจาของพระเยซูเจ้า จึงส่งศิษย์ของตนพร้อมกับคนที่นิยมกษัตริย์เฮโรดมาทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์ พวกเรารู้ว่าท่านเป็นคนเที่ยงตรง สั่งสอนวิถีทางของพระเจ้าตามความจริง โดยไม่ลำเอียง เพราะท่านไม่เห็นแก่หน้าใคร ดังนั้น โปรดบอกเราเถิดว่า ท่านมีความเห็นว่าการเสียภาษีแก่พระจักรพรรดิซีซาร์เป็นการถูกต้องหรือไม่” พระเยซูเจ้าทรงหยั่งรู้เจตนาร้ายของเขา จึงตรัสว่า “พวกคนเจ้าเล่ห์ เจ้ามาทดลองเราทำไม จงนำเงินที่ใช้เสียภาษีมาให้ดูสักเหรียญหนึ่ง” เขาก็นำเงินเหรียญมาถวาย พระองค์จึงตรัสถามว่า “รูปและคำจารึกนี้เป็นของใคร” เขาตอบว่า “เป็นของพระจักรพรรดิซีซาร์” พระองค์จึงตรัสว่า “ของของซีซาร์ จงคืนให้ซีซาร์ และของของพระเจ้า ก็จงคืนให้พระเจ้าเถิด”
วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557
บทอ่านประจำวัน 18 ตุลาคม 57 เสาร์ ฉลอง น ลูกา ผู้นิพนธ์พระวรสาร
วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา
(ฉลองนักบุญลูกา ผู้นิพนธ์พระวรสาร)
2ทธ 4:10-17…………..
10เดมาสละทิ้งข้าพเจ้าไปแล้วเพราะเขารักโลกนี้ และไปที่เมืองเธสะโลนิกา ส่วนเครสเซนซ์ไปยังแคว้นกาลาเทีย และทิตัสไปยังแคว้นดาลมาเธีย 11เหลือเพียงลูกา ที่ยังอยู่กับข้าพเจ้า จงพามาระโก ไปกับท่านด้วย เพราะเขามีประโยชน์สำหรับข้าพเจ้าในการปฏิบัติศาสนบริการ 12ข้าพเจ้าส่งทีคิกัสไปยังเมืองเอเฟซัส 13เมื่อท่านจะไป จงนำเสื้อคลุมที่ข้าพเจ้าทิ้งไว้กับคารปัสที่เมืองโตรอัสติดไปด้วย รวมทั้งม้วนหนังสือ โดยเฉพาะม้วนที่ทำด้วยหนังสัตว์ 14อาเล็กซานเดอร์ช่างทองแดงทำร้ายข้าพเจ้าไว้มาก
องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงตอบแทนเขาตามการกระทำของเขา 15จงระวังเขาด้วย เพราะเขาต่อต้านคำพูดของข้าพเจ้าอย่างมาก 16การสู้คดีครั้งแรกของข้าพเจ้า ไม่มีใครเป็นพยานให้ข้าพเจ้าเลย ทุกคนละทิ้งข้าพเจ้าไปหมด ขออย่าให้พวกเขาถูกลงโทษเลย 17มีแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงยืนอยู่เคียงข้างและประทานกำลังแก่ข้าพเจ้า เพื่อการประกาศข่าวดีจะได้สำเร็จไปโดยทางข้าพเจ้า และคนต่างชาติทั้งหลายจะได้ฟังข่าวดี ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงถูกฉุดให้พ้นจากปากสิงโตมาได้
อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• วันนี้พระศาสนจักรฉลองท่านนักบุญลูกา เรามารู้จักลูกากันเล็กน้อย
o ท่านนักบุญลูกา เป็นผู้นิพนธ์พระวรสาร 1 ใน 4 ของพระศาสนจักร
o และเป็นผู้นิพนธ์หนังสือกิจการอัครสาวก
• ถ้าเราอยากรู้จักนักบุญลูกาจริง ๆ เราต้องอ่านหนังสือของท่าน พ่อขอสรุปเพียงสั้น ๆ แต่ต้องได้ใจความแน่ๆ เพื่อเราจะได้รู้จักจิตตารมณ์และคำสอนของท่านนักบุญลูกาดังต่อไปนี้
o จากพระวรสาร ลูกาทำให้เรารู้ว่า ท่านต้องการเน้นให้เรารู้จักพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง ตั้งแต่พระองค์กำเนิด จนถึงวันที่พระองค์เสด็จสู่สวรรค์ ลูกาเล่าเรื่องการบังเกิดของพระเยซูเจ้าโดยให้บทบาทสำคัญอยู่ที่การที่ พระเจ้าแจ้งข่าวดีแก่บุคคลชายขอบสังคม “คนเลี้ยงแกะพวกแรก” กลุ่มคนที่ไม่สำคัญ หรือบุคคลที่ไม่สู้สำคัญนัก ซึ่งหมายความว่า ตลอดพระวรสารของท่าน ท่านให้ความสำคัญกับผู้ต่ำต้อย และพระเยซูเจ้าในพระวรสารของลูกา ก็เปี่ยมด้วยความรักและความเมตตาต่อผู้ต่ำต้อยเป็นพิเศษ เฉพาะในพระสารนักบุญลูกกาเท่านั้นที่เราได้ยินเรื่อง “ลูกล้างผลาญหรือบิดาผู้ใจดี” ท่านเขียนเล่าเรื่องนี้ที่พระเยซูเจ้าเล่าได้อย่างงดงามเหลือเกินครับ...
o การแจ้งสารการบังเกิดเริ่มต้นที่ทูตสวรรค์คาเบรียล แจ้งข่าวแก่เศคาริยาห์และเอลีซาเบธ ชายชราและหญิงชราที่เป็นหมัน ซึ่งเป็นผู้สิ้นหวัง ได้มีความหวังว่าจะมีบุตรชาย คือ นักบุญยอห์นบัปติสตา 1. ชื่อเศคาริยาห์ แปลว่า พระยาห์เวห์ทรงระลึกถึง 2. ชื่อเอลีซาเบธ แปลว่า พระเจ้าของข้าพเจ้าทรงสัญญาไว้ และ 3. ยอห์น แปลว่า พระยาห์เวห์ทรงพระกรุณา เราจึงเห็นว่าตั้งแต่เริ่มต้น พระเจ้าทรงเมตตาไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ และไม่ทรงลืมพระสัญญาของพระองค์เลย o การแจ้งสารแก่แม่พระ หญิงพรหมจารีย์ ในเมืองเล็ก ๆ แห่งนาซาเร็ธ หญิงสาวผู้ต่ำต้อย กลับได้รับการประกาศข่าวดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และพระแม่ได้ตอบรับด้วยความสุภาพที่สุด
o คนกลุ่มแรกที่ได้รับข่าวดีเรื่องการบังเกิดของพระเยซู คือ บรรดาผู้เลี้ยงแกะ ซึ่งเป็นคนต่ำต้อยและไม่มีความสำคัญใด ๆ
o เรื่องอื่น ๆ ที่เราพบได้ในลูกา เช่น ชาวสะมาเรียผู้ใจดี ลูกล้างผลาญ เรื่องลาซาลัสผู้ยากจน ซักเคียสแห่งเยรีโค ฯลฯ ล้วนแสดงให้เห็นเจตนาของลูกาว่า ท่านต้องการเน้นคนยากจนและคนชายขอบของสังคมได้รับข่าวดี
o หนังสือกิจการอัครสาวก ขอเน้นประเด็นเดียวที่โดดเด่นที่สุด คือ การกลับใจของนักบุญเปาโล ซึ่งจากผู้ที่เกลียดชังพระเยซู และขัดขวางผู้เชื่อในพระเยซู แต่เปาโล เดิมคือ เซาโล เมื่อได้พบพระเยซูเจ้าในประสบการณ์บนถนนไปดามัสกัส ท่านได้กลับใจ และลูกาได้เขียนเล่าเรื่องการกลับใจของเปาโลถึงสามหนในหนังสือกิจการอัคร สาวก คือ บทที่ 9 บทที่ 22 และบทที่ 26 สรุปได้ว่า เทววิทยาของลูกาเน้นเรื่องการได้พบพระคริสตเจ้าและได้กลับใจ
• พี่น้องที่รัก โอกาสฉลองนักบุญลูกา
o ถ้าเราอ่านจดหมายของนักบุญเปาโลถึงทิโมธีวันนี้ เราได้พบเพียงชื่อของลูกา
o แต่ถ้าเราได้อ่านพระวรสารและกิจการอัครสาวกตามที่พ่อได้เสนอมาข้างต้นนี้ เราจะรู้จักลูกาอย่างแท้จริง และ
o พ่อเชื่อว่า เราจะฉลองนักบุญลูกาได้อย่างมีความหมาย และจะมีความหมายมากขึ้นถ้าเราเจริญชีวิตตามคำสอนของนักบุญลูกา คือ มีใจเมตตากรุณาเหมือนกับพระเยซูเจ้าตามที่ลูกานำเสนอให้เราได้รู้จัก ขอพระเจ้าอวยพร...
บทอ่านประจำวัน 18 ตุลาคม 57 เสาร์ ฉลอง น ลูกา ผู้นิพนธ์พระวรสาร
วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2014
ฉลอง น.ลูกา ผู้นิพนธ์พระวรสาร
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงทิโมธี ฉบับที่สอง ( 2 ทธ 4:10-17 )
แคว้นดาลมาเธีย เหลือเพียงลูกาที่ยังอยู่กับข้าพเจ้า จงพามาระโกไปกับท่านด้วย เพราะเขามีประโยชน์สำหรับข้าพเจ้าในการปฏิบัติศาสนบริการ ข้าพเจ้าส่งทีคิกัสไปยังเมืองเอเฟซัส เมื่อท่านจะไป จงนำเสื้อคลุมที่ข้าพเจ้าทิ้งไว้กับคารปัสที่เมืองโตรอัสติดไปด้วย รวมทั้งม้วนหนังสือ โดยเฉพาะม้วนที่ทำด้วยหนังสัตว์ อาเล็กซานเดอร์ช่างทองแดงทำร้ายข้าพเจ้าไว้มาก องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงตอบแทนเขาตามการกระทำของเขา จงระวังเขาด้วย เพราะเขาต่อต้านคำพูดของข้าพเจ้าอย่างมาก
ในการสู้คดีครั้งแรกของข้าพเจ้า ไม่มีใครเป็นพยานให้ข้าพเจ้าเลย ทุกคนละทิ้งข้าพเจ้าไปหมด ขออย่าให้พวกเขาถูกลงโทษเลย มีแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงยืนอยู่เคียงข้างและประทานกำลังแก่ข้าพเจ้า เพื่อการประกาศข่าวดีจะได้สำเร็จไปโดยทางข้าพเจ้า และคนต่างชาติทั้งหลายจะได้ฟังข่าวดี ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงถูกฉุดให้พ้นจากปากสิงโตมาได้
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา ( ลก 10:1-9 )
ต่อจากนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแต่งตั้งศิษย์อีกเจ็ดสิบสองคน และทรงส่งเขาล่วงหน้าพระองค์เป็นคู่ ๆ ไปทุกตำบลทุกเมืองที่พระองค์จะเสด็จ พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ข้าวที่จะเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย จงวอนขอเจ้าของนาให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวข้าวของพระองค์เถิด จงไปเถิด เราส่งท่านทั้งหลายไปดุจลูกแกะในฝูงสุนัขป่า อย่านำถุงเงิน ย่ามหรือรองเท้าไปด้วย อย่าเสียเวลาทักทายผู้ใดตามทาง เมื่อท่านเข้าบ้านใด จงกล่าวก่อนว่า “สันติสุขจงมีแก่บ้านนี้เถิด” ถ้ามีผู้สมควรจะรับสันติสุขอยู่ที่นั่น สันติสุขของท่านจะอยู่กับเขา มิฉะนั้น สันติสุขของท่านจะกลับมาอยู่กับท่านอีก จงพักอาศัยในบ้านนั้น กินและดื่มของที่เขาจะนำมาให้ เพราะว่าคนงานสมควรที่จะได้รับค่าจ้างของตน อย่าเข้าบ้านนี้ออกบ้านโน้น เมื่อท่านเข้าไปในเมืองใดและเขาต้อนรับท่าน จงกินของที่เขาจะนำมาตั้งให้ จงรักษาผู้เจ็บป่วยในเมืองนั้นและบอกเขาว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้ท่านทั้งหลายแล้ว”
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 18102014เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์สมเกียรติ ลิมปนา...
ปญจ. 10:12 ถ้อยคำจากปากของผู้มีปัญญาทำให้เขาเป็นที่โปรดปราน แต่ริมฝีปากของคนเขลาจะเผาผลาญตัวเขาเสีย
ปญจ. 10:13 ถ้อยคำจากปากของเขาเป็นความเขลาตั้งแต่เริ่มปริปาก ตอนจบของคำพูดก็เป็นความบ้าบออย่างร้าย
ปญจ. 10:14 คนเขลาพูดมากซ้ำซาก มนุษย์ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ใครจะบอกเขาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเขาจากไป?
ปญจ. 10:15 การตรากตรำของคนเขลาทำให้เขาเหน็ดเหนื่อย เพราะว่าเขาไม่รู้จักทางเข้าเมือง
ปญจ. 10:16 โอ แผ่นดินเอ๋ย วิบัติแก่เจ้าเมื่อกษัตริย์ของเจ้าเป็นเพียงคนรับใช้ และเจ้านายทั้งหลายของเจ้ามีการเลี้ยงกันสนุกสนานแต่เช้า
ปญจ. 10:17 โอ แผ่นดินเอ๋ย เจ้าจะเป็นสุข เมื่อกษัตริย์ของเจ้ามาจากตระกูลของขุนนาง และเจ้านายของเจ้ามีการเลี้ยงตามกาลเทศะ เพื่อจะมีกำลังวังชา มิใช่จะดื่มให้มึนเมา
ปญจ. 10:18 เพราะความขี้เกียจ หลังคาจึงทรุดพังลง และเพราะความเกียจคร้านเรือนจึงรั่วเฉอะแฉะ
ปญจ. 10:19 อาหารทำให้คนหัวเราะ และเหล้าองุ่นทำให้ชีวิตชื่นบาน และเงินก็จัดให้ได้ทุกอย่าง
ปญจ. 10:20 อย่าแช่งด่าพระราชา เออ แม้แต่ในความคิดก็อย่าเลย และอย่าแช่งคนมั่งมี แม้เจ้าอยู่ในห้องนอนของเจ้า เพราะนกในอากาศจะคาบเสียงของเจ้าไป หรือตัวที่มีปีกจะเล่าเรื่องนั้น
วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557
บทอ่านประจำวัน 17 ตุลาคม 57 ศุกร์ ระลึกถึง น อิกญาซีโอ ชาวอันติโอค พระส...
วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2014
ระลึกถึง น.อิกญาซีโอ ฃาวอันติโอค
พระสังฆราชและมรณสักขี
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวเอเฟซัส ( อฟ 1:11-14 )
พี่น้อง ในองค์พระคริสตเจ้านี้ เราได้รับเลือกเป็นพิเศษไว้ล่วงหน้าตามพระประสงค์ของพระองค์ผู้ทรงกระทำทุก สิ่งให้เป็นไปตามแผนการนั้น เพื่อเราจะได้สรรเสริญพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ เพราะเราเป็นคนแรกที่มีความหวังในพระคริสตเจ้า ใน องค์พระคริสตเจ้านี้ ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกันได้ฟังพระวาจาแห่งความจริง คือข่าวดีอันนำความรอดพ้นมาให้ ท่านได้เชื่อแล้ว จึงได้รับพระจิตเจ้า ซึ่งพระเจ้าทรงสัญญาจะประทานให้นั้น เป็นตราประทับ และเป็นประกันของมรดกที่เราจะได้รับเพื่อปลดปล่อยเราให้เป็นกรรมสิทธิ์ของ พระเจ้า เป็นการสรรเสริญพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา ( ลก 12:1-7 )
เวลานั้น ขณะที่ประชาชนนับพันๆ คนพากันเบียดเสียดจนเกือบจะเหยียบกัน พระเยซูเจ้าทรงเริ่มตรัสกับบรรดาศิษย์ก่อนว่า “จงระวังเชื้อแป้งของบรรดาชาวฟาริสี คือความหน้าซื่อใจคดของเขา ไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังไว้จะไม่ถูกเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้นจะไม่มีใครรู้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านกล่าวในที่มืดจะมีผู้ได้ยินในที่แจ้ง สิ่งที่ท่านกระซิบที่หูภายในห้องจะถูกประกาศบนดาดฟ้าของบ้าน เรากล่าวแก่ท่านที่เป็นมิตรของเราว่า อย่าเกรงกลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กายและหลังจากนั้นก็ไม่อาจทำอะไรได้อีก เราจะชี้ให้ท่านเห็นว่าท่านต้องเกรงกลัวผู้ใด จงเกรงกลัวผู้ที่ฆ่าแล้วยังมีอำนาจโยนท่านลงไปในนรกด้วย ใช่แล้ว เราบอกท่านทั้งหลาย จงเกรงกลัวผู้นี้เถิด นกกระจอกห้าตัวราคาขายสองบาทมิใช่หรือ แม้กระนั้นไม่มีนกสักตัวเดียวที่พระเจ้าทรงลืม ผมทุกเส้นบนศีรษะของท่านถูกนับไว้หมดแล้ว อย่าเกรงกลัวเลย ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก”
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 17102014เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์สมเกียรติ ลิมปนา...
(ปญจ. 10:1 [THSV])
แมลงวันตาย ย่อมทำให้น้ำมันหอมบูดเหม็นไป ความเขลาเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำลายปัญญาและเกียรติยศ
(ปญจ. 10:2 [THSV])
จิตใจของคนมีปัญญา ย่อมนำไปทางขวามือของเขา แต่จิตใจของคนเขลา ย่อมนำไปทางซ้ายมือของเขา
(ปญจ. 10:3 [THSV])
แม้เมื่อคนเขลากำลังเดินไปตามทาง เขาก็ขาดสติ และมักแสดงแก่ทุกคนว่า ตนเป็นคนเขลา
(ปญจ. 10:4 [THSV])
ถ้าอารมณ์โกรธของผู้ครอบครองพลุ่งขึ้นต่อท่าน อย่าลุกจากที่ของท่าน เพราะว่าอารมณ์เย็นย่อมระงับความผิดใหญ่หลวงไว้ได้
(ปญจ. 10:5 [THSV])
มีสิ่งสามานย์ที่ข้าพเจ้าเห็นภายใต้ดวงอาทิตย์ ประหนึ่งว่าเป็นความผิดซึ่งมาจากผู้มีอำนาจ
(ปญจ. 10:6 [THSV])
คือคนเขลาถูกแต่งตั้งไว้ในตำแหน่งสูงใหญ่ และคนมั่งคั่งรับตำแหน่งต่ำต้อย
(ปญจ. 10:7 [THSV])
ข้าพเจ้าเห็นทาสขี่ม้า และเจ้านายเดินที่พื้นดินอย่างทาส
(ปญจ. 10:8 [THSV])
ผู้ใดขุดบ่อไว้ ผู้นั้นจะตกลงในบ่อนั้น ผู้ใดพังกำแพงทะลุเข้าไป งูจะขบกัดผู้นั้น
(ปญจ. 10:9 [THSV])
ผู้ใดสกัดหิน ผู้นั้นอาจเจ็บเพราะหินนั้น ผู้ใดผ่าขอนไม้ ผู้นั้นจะประสบอันตรายเพราะขอนไม้นั้นได้
(ปญจ. 10:10 [THSV])
ถ้าขวานทื่อแล้ว และเขาไม่ลับให้คม เขาก็ต้องออกแรงมาก แต่ประโยชน์ของปัญญาคือการนำมาซึ่งความสำเร็จ
(ปญจ. 10:11 [THSV])
ถ้างูขบเสียก่อนที่ทำให้มันเชื่อง หมองูก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว
ความหวังในพระเจ้า
ความหวังในพระเจ้า
เตรียมจิตใจ :
นัยหนึ่งนั้น คริสตจักรขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ที่เกินกว่าใครคนใดคนหนึ่งจะควบคุมไว้ได้ คริสตจักรประกอบด้วยผู้คนอย่างคุณและผม ใช้ข้อความนี้ อธิษฐานทูลขอให้พระเจ้าทรงปกป้องคริสตจักรของพระองค์ “โอข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเป็นความช่วยเหลือของข้าพระองค์ทั้งหลาย ที่ผ่านมาในอดีต ทรงเป็นความหวังของข้าพระองค์ ในเดือนปีที่จะมีมาในวันข้างหน้า พระองค์ทรงเป็นที่พักพิงของข้าพระองค์ในยามที่ถูกพายุถาโถม และทรงเป็นบ้านนิรันดร์ของข้าพระองค์ทั้งหลาย”
นัยหนึ่งนั้น คริสตจักรขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ที่เกินกว่าใครคนใดคนหนึ่งจะควบคุมไว้ได้ คริสตจักรประกอบด้วยผู้คนอย่างคุณและผม ใช้ข้อความนี้ อธิษฐานทูลขอให้พระเจ้าทรงปกป้องคริสตจักรของพระองค์ “โอข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเป็นความช่วยเหลือของข้าพระองค์ทั้งหลาย ที่ผ่านมาในอดีต ทรงเป็นความหวังของข้าพระองค์ ในเดือนปีที่จะมีมาในวันข้างหน้า พระองค์ทรงเป็นที่พักพิงของข้าพระองค์ในยามที่ถูกพายุถาโถม และทรงเป็นบ้านนิรันดร์ของข้าพระองค์ทั้งหลาย”
อ่าน: 1 ทิโมธี 6:17-21
17 ส่วนพวกที่มั่งคั่งในชีวิตนี้ จงกำชับพวกเขาไม่ให้เย่อหยิ่ง หรือมุ่งหวังในทรัพย์ที่ไม่ยั่งยืน แต่ให้มุ่งหวังในพระเจ้าผู้ประทานทุกสิ่งแก่เราอย่างบริบูรณ์ เพื่อให้เราได้ชื่นชม
18 จงกำชับพวกเขาให้ทำการดี ให้ทำการดีมากๆ ให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปัน
19 การทำเช่นนี้เป็นการสะสมทรัพย์ที่เป็นรากฐานอันดีสำหรับตนในภายหน้า เพื่อพวกเขาจะยึดมั่นในชีวิต คือชีวิตที่แท้จริงนั้น
18 จงกำชับพวกเขาให้ทำการดี ให้ทำการดีมากๆ ให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปัน
19 การทำเช่นนี้เป็นการสะสมทรัพย์ที่เป็นรากฐานอันดีสำหรับตนในภายหน้า เพื่อพวกเขาจะยึดมั่นในชีวิต คือชีวิตที่แท้จริงนั้น
20 ทิโมธีเอ๋ย จงเฝ้ารักษาสิ่งที่ท่านได้รับมอบหมาย จงหลีกหนีจากคำพูดที่ไร้คุณธรรมและโง่เขลา และการโต้แย้งที่สำคัญผิดว่าเป็นความรู้
21 บางคนยอมรับความรู้นี้จึงหลงไปจากความเชื่อ
21 บางคนยอมรับความรู้นี้จึงหลงไปจากความเชื่อ
ขอพระคุณดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด
สำรวจและใคร่ครวญ:
คราวนี้ถึงทีที่เปาโลจะแนะนำคริสเตียนที่ร่ำรวยบ้าง โปรดสังเกตในพระธรรมข้อ17-19 เขาใช้คำว่า“มั่งคั่ง” “มุ่งหวังในทรัพย์ที่ไม่ยั่งยืน” “การสะสมทรัย์”อย่างไรอ่านพระธรรรมข้อ 17-19 อีกครั้งหนึ่ง ความร่ำรวยในโลกนี้ไม่มีประโยชน์แต่อย่างใดเมื่อเปรียบเทียบกับความมั่งคั่งร่ำรวยทางจิตวิญญาณ เราไม่สามารถพึ่งความมั่งคั่งร่ำรวยได้ เพราะความร่ำรวยไม่สามารถปกป้องเราให้พ้นจากสิ่งใดได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความตาย มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงสามารถทำได้ และเงินทองไม่สามารถซื้อชีวิตนิรันดร์ให้แก่เราได้เลย สิ่งที่ดีที่สุดในเวลานี้ก็คือการลงทุนในผู้คนทั้งหลายที่ยากจนขัดสน
เผื่อว่าทิโมธีจะลืมไป เปาโลจึงได้ให้คำแนะนำสุดท้ายเกี่ยวกับพวกครูสอนเท็จ(ข้อ20,21) หน้าที่รับผิดชอบของทิโมธีก็คือสาระของข่าวประเสริฐต้องส่งต่อออกไปให้เหมือนกับที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงสั่งสอนไว้ เพราะข่าวประเสริฐนั้นได้“มอบหมาย”ไว้กับเขาแล้ว
ตอบสนอง:
ผมขออธิษฐานเผื่อทุกคนทั่วโลกในวันนี้ ที่พระเจ้าจะทรงช่วยคุณ ให้ยึดถือความจริงเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ไว้ ด้วยความสัตย์ซื่อ และให้คุณดำรงอยู่ในวิถีทางที่เปาโลได้บรรยายไว้แล้วนั้น คุณจะพบว่ามันไม่ง่ายเลย คุณจะอธิษฐานเผื่อผมด้วยได้หรือไม่
ผมขออธิษฐานเผื่อทุกคนทั่วโลกในวันนี้ ที่พระเจ้าจะทรงช่วยคุณ ให้ยึดถือความจริงเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ไว้ ด้วยความสัตย์ซื่อ และให้คุณดำรงอยู่ในวิถีทางที่เปาโลได้บรรยายไว้แล้วนั้น คุณจะพบว่ามันไม่ง่ายเลย คุณจะอธิษฐานเผื่อผมด้วยได้หรือไม่
วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 16102014เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์สมเกียรติ ลิมปนา...
(ปญจ. 9:11 [THSV])
ข้าพเจ้าได้เห็นภายใต้ดวงอาทิตย์อีกว่า คนวิ่งเร็วไม่ชนะในการแข่งขันเสมอไป หรือคนเก่งกาจไม่ชนะสงครามเสมอไป นอกจากนี้ คนมีปัญญาไม่มีอาหารเสมอไป หรือคนฉลาดไม่ร่ำรวยเสมอไป หรือคนรอบรู้ไม่ได้รับความโปรดปรานเสมอไป แต่วาระและโอกาสมีมาถึงเขาทุกคน
(ปญจ. 9:12 [THSV])
เพราะมนุษย์ไม่รู้วาระของตน ปลาติดอยู่ในอวนที่เลวร้ายฉันใด และนกถูกดักติดอยู่ในบ่วงแร้วฉันใด บรรดามนุษย์ก็ถูกวาระอันเลวร้ายนั้นดักจับโดยฉับพลันเหมือนกันฉันนั้น
(ปญจ. 9:13 [THSV])
ข้าพเจ้าเห็นเรื่องปัญญาภายใต้ดวงอาทิตย์ และเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่โตดังต่อไปนี้
(ปญจ. 9:14 [THSV])
ยังมีเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง มีคนอยู่ในเมืองนั้นน้อยคน แล้วมีมหาราชามาตีเมืองนั้น และล้อมเมืองนั้นไว้ และสร้างเครื่องล้อมโจมตีไว้รอบเมือง
(ปญจ. 9:15 [THSV])
อย่างไรก็ดีในเมืองนั้นมีชายยากจนแต่มีปัญญาอยู่คนหนึ่ง และชายคนนี้ช่วยเมืองนั้นไว้ให้รอดด้วยปัญญาของตน แต่ไม่มีใครระลึกถึงชายยากจนคนนี้
(ปญจ. 9:16 [THSV])
แต่ข้าพเจ้าว่า ปัญญาก็ดีกว่ากำลัง ถึงปัญญาของชายคนนั้นถูกดูหมิ่น และถ้อยคำของเขาไม่มีใครฟังก็ตามที
(ปญจ. 9:17 [THSV])
ถ้อยคำอ่อนโยนของคนมีปัญญาก็น่าฟัง กว่าเสียงตะโกนของผู้ครอบครองท่ามกลางคนเขลา
(ปญจ. 9:18 [THSV])
ปัญญาดีกว่าอาวุธสงคราม แต่คนบาปคนเดียวย่อมทำลายความดีเป็นอย่างมากได้
ดำรงตามสภาพที่เป็นอยู่
พฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม
ดำรงตามสภาพที่เป็นอยู่
เตรียมจิตใจ :
“แต่ทุกคนที่ยอมรับพระองค์ คือคนที่เชื่อในพระนามของพระองค์นั้น พระองค์ก็จะประทานสิทธิ ให้เป็นลูกของพระเจ้า” (ยอห์น 1:12) ขอบคุณพระเจ้า ที่พระองค์ได้ทรงรับข้าพระองค์ทั้งหลาย เป็นบุตรของพระองค์ โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์
“แต่ทุกคนที่ยอมรับพระองค์ คือคนที่เชื่อในพระนามของพระองค์นั้น พระองค์ก็จะประทานสิทธิ ให้เป็นลูกของพระเจ้า” (ยอห์น 1:12) ขอบคุณพระเจ้า ที่พระองค์ได้ทรงรับข้าพระองค์ทั้งหลาย เป็นบุตรของพระองค์ โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์
อ่าน: 1 ทิโมธี 6:11-16
11 แต่ท่านผู้เป็นคนของพระเจ้า จงหลีกหนีจากสิ่งเหล่านี้ และจงใฝ่หาความชอบธรรม ทางพระเจ้า ความเชื่อ ความรัก ความทรหดอดทน และความอ่อนสุภาพ 12 จงต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อความเชื่อ จงยึดชีวิตนิรันดร์ให้มั่น คือชีวิตที่พระเจ้าทรงเรียกให้ท่านไปรับ ในตอนที่ท่านกล่าวคำยอมรับอันดีต่อหน้าพยานหลายคน 13 ข้าพเจ้ากำชับท่านเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ผู้ประทานชีวิตแก่ทุกสิ่ง และเฉพาะพระพักตร์พระเยซูคริสต์ ผู้ประทานคำพยานด้วยการกล่าวคำยอมรับอย่างดีต่อหน้าปอนทิอัส ปีลาต 14 ขอให้ท่านรักษาคำบัญชานี้โดยไม่ด่างพร้อย และไม่มีที่ติ จนกว่าพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราจะเสด็จมา 15 ซึ่งพระเจ้าจะทรงให้ปรากฏขึ้นในเวลาที่เหมาะสม พระองค์ผู้ทรงสมควรแก่การสรรเสริญและทรงฤทธานุภาพสูงสุดแต่เพียงพระองค์เดียว เป็นพระมหากษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย และเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเหนือบรรดาผู้ครอบครอง 16 พระองค์เพียงผู้เดียวที่เป็นองค์อมตะ และสถิตในความสว่างที่ไม่มีใครเข้าใกล้ได้ พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ไม่เคยมีใครได้เห็นและจะเห็นไม่ได้ ขอพระเกียรติและพระอานุภาพนิรันดร์จงมีแด่พระองค์ อาเมน
สำรวจและใคร่ครวญ:
คุณพอจะนึกออกไหมว่าทิโมธีจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเปาโลเรียกเขาว่า“คนของพระเจ้า”(ข้อ11)? (ต้องขอโทษด้วย แต่ผมอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเวลาชั่วขณะหนึ่งที่น่ารักมากในภาพยนตร์เรื่อง “เชรค” เมื่อลาดีใจจนลิงโลดเพราะเชรคเพื่อนรักเรียกเขาว่า“ม้าศึก”!) ส่วนคนอื่นๆที่เป็น“คนของพระเจ้า”ในพระคัมภีร์ก็คือบรรดาผู้นำ เช่น โมเสส(เฉลยธรรมบัญญัติ 33:1) ดาวิด(1 ซามูเอล 9:6) และเอลียาห์(1 พงศ์กษัตริย์ 17:18) นับว่าเป็นรองเท้าเบอร์ใหญ่มากที่ทิโมธีต้องสวมใส่!
สำหรับทิโมธีแล้ว การเป็น“คนของพระเจ้า”นั้นหมายถึงการตั้งข้อสังเกตด้วยตัวเองถึงสิ่งที่เปาโลได้พูดไว้เกี่ยวกับบรรดาผู้นำคนอื่นๆ ทิโมธีจะเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์เที่ยงธรรม มีชีวิตที่สำแดงถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา(ผู้ที่เป็นของพระเจ้า) ชีวิตของเขาสอดคล้องกับสาระที่เขาประกาศและสั่งสอน โปรดสังเกตว่ารายละเอียดในพระธรรมข้อ 11 และ 12 ก้องสะท้อนถึงสาระที่เหลือในจดหมายที่เปาโลเขียนไปถึงทิโมธีอย่างไร
“จงหลีกหนีจากสิ่งเหล่านี้ และจงใฝ่หา . . .”(ข้อ11) วลีเหล่านี้มีนัยที่แสดงถึงความตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวท่ามกลางการไล่ล่าหรือการแข่งขันกีฬาที่กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ข้อความเหล่านี้แสดงออกถึงความรู้สึกได้อย่างถึงใจว่าเรารู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอย่างลูกของพระเจ้าผู้ซึ่งพระธรรมข้อ 15 ได้บรรยายถึงพระองค์ไว้อย่างน่าคร้ามเกรง?เราปรารถนาที่จะสะท้อนถึงพระองค์ตามสภาพที่เราเป็นอยู่ ในทุกสิ่งที่เราคิดและกระทำหรือไม่?
ตอบสนอง:
จงมาทูลสนทนากับพระเจ้าเสียเดี๋ยวนี้ ทูลขอให้พระองค์ทรงช่วยเราในการสำแดงให้โลกนี้รู้ว่า เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระองค์
จงมาทูลสนทนากับพระเจ้าเสียเดี๋ยวนี้ ทูลขอให้พระองค์ทรงช่วยเราในการสำแดงให้โลกนี้รู้ว่า เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระองค์
บทอ่านประจำวัน 15 ตุลาคม 57 พุธ ระลึกถึง น เทเรซา แห่งอาวีลา พรหมจารี แ...
วันพุธที่ 15 ตุลาคม 2014ระลึกถึง น.เทเรซา แห่งอาวีลา
พรหมจารีและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักรบทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวกาลาเทีย ( กท 5:18-25 ) พี่น้อง ถ้าท่านมีพระจิตเจ้าเป็นผู้นำ ท่านก็ไม่อยู่ภายใต้ธรรมบัญญัติ กิจการของธรรมชาติมนุษย์นั้นปรากฏชัดแจ้ง คือ การผิดประเวณี ความลามกโสมม การปล่อยตัวตามราคตัณหา การกราบไหว้รูปเคารพ การใช้เวทมนตร์คาถา การเป็นศัตรูกัน การทะเลาะวิวาท ความอิจฉาริษยา ความโกรธเคือง การแก่งแย่งชิงดี การแตกแยก การแบ่งพรรคแบ่งพวก การเมามาย การสำมะเลเทเมา และอีกหลายประการในทำนองเดียวกันนี้
ข้าพเจ้าขอเตือนท่านทั้งหลายอีกครั้งหนึ่งดังที่เคยเตือนมาแล้วว่า ผู้ที่ประพฤติตนเช่นนี้จะไม่ได้อาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก ส่วนผลของพระจิตเจ้าก็คือความรัก ความชื่นชม ความสงบ ความอดทน ความเมตตา ความใจดี ความซื่อสัตย์ ความอ่อนโยน และการรู้จักควบคุมตนเอง เรื่องเหล่านี้ไม่มีธรรมบัญญัติใดห้ามไว้เลย ผู้ที่เป็นของพระคริสตเยซู ก็ตรึงธรรมชาติของตนพร้อมกับกิเลสตัณหาไว้กับไม้กางเขนแล้ว ถ้าเรามีชีวิตเดชะพระจิตเจ้าแล้ว เราจงดำเนินชีวิตตามพระจิตเจ้าด้วย
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา ( ลก 11:42-46 )
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสว่า “วิบัติ จงเกิดแก่ท่าน บรรดาชาวฟาริสี ท่านถวายหนึ่งในสิบของสะระแหน่ สมุนไพรและผักทุกชนิด แต่ละเลยความยุติธรรมและความรักต่อพระเจ้า บทบัญญัติเหล่านี้จำเป็นต้องปฏิบัติโดยไม่ละเว้นบทบัญญัติอื่นๆ วิบัติจงเกิดแก่ท่าน บรรดาชาวฟาริสี ท่านชอบนั่งแถวหน้าในศาลาธรรม และชอบให้ผู้คนคำนับตามลานสาธารณะ วิบัติจงเกิดแก่ท่าน ท่านเป็นเหมือนหลุมศพที่มองไม่เห็น คนจะเดินเหยียบไปโดยไม่รู้” นักกฎหมายคนหนึ่งจึงทูลพระองค์ว่า “พระอาจารย์ ท่านพูดเช่นนี้ ท่านก็สบประมาทพวกเราด้วย” พระองค์ตรัสตอบว่า “ท่านนักกฎหมายทั้งหลาย วิบัติจงเกิดแก่ท่านด้วย ท่านให้ผู้อื่นแบกสัมภาระหนักเกินกำลัง แต่ท่านไม่ยอมแม้แต่จะใช้นิ้วแตะต้องสัมภาระนั้น”
Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 15102014เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์สมเกียรติ ลิมปนา...
(ปญจ. 9:1 [THSV])
ข้าพเจ้าได้นำเรื่องราวทั้งหมดนี้มาคิด ตรวจพิจารณาทั้งสิ้นว่า คนชอบธรรมและคนมีปัญญารวมทั้งกิจการของเขาทั้งหลาย ก็อยู่ในพระหัตถ์พระเจ้า จะทรงรักหรือทรงเกลียดก็ตาม มนุษย์หารู้ไม่ ทุกอย่างก็อยู่ต่อหน้าเขาทั้งหลาย
(ปญจ. 9:2 [THSV])
เคราะห์อันเดียวกันตกแก่คนทั้งปวงเหมือนกันหมดคือ ตกแก่คนชอบธรรมและคนอธรรม ตกแก่คนดีและคนชั่ว ตกแก่คนสะอาดและคนมีมลทิน ตกแก่ผู้ถวายสัตวบูชา และแก่ผู้ไม่ถวายสัตวบูชา ตกแก่คนดีอย่างไร ก็ตกแก่คนบาปอย่างนั้น ตกแก่คนสาบานอย่างไร ก็ตกแก่คนกลัวการสาบานอย่างนั้น
(ปญจ. 9:3 [THSV])
นี่แหละเป็นสิ่งสามานย์ ที่มีอยู่ในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้ดวงอาทิตย์คือว่า มีเคราะห์อันเดียวกันที่ตกแก่ทุกคน เออ ใจมนุษย์ก็เต็มด้วยความชั่ว และความบ้าบออยู่ในใจเขาเมื่อมีชีวิต และต่อจากนั้น เขาก็ไปอยู่กับคนตาย
(ปญจ. 9:4 [THSV])
ส่วนคนใดที่อยู่ร่วมกับคนที่มีชีวิต คนนั้นก็มีความหวัง เพราะว่าสุนัขเป็นก็ยังดีกว่าสิงโตตาย
(ปญจ. 9:5 [THSV])
เพราะว่าคนเป็นย่อมรู้ว่าเขาเองคงจะตาย แต่คนตายแล้วก็ไม่รู้อะไรเลย เขาไม่อาจรับรางวัลอีก เพราะว่าใครๆ ก็พากันลืมเขาเสียหมด
(ปญจ. 9:6 [THSV])
ทั้งความรักของพวกเขาและความชัง พร้อมกับความอิจฉาของพวกเขาได้สูญไปนานแล้ว และเขาทั้งหลายจะไม่มีส่วนในสิ่งใดที่เกิดขึ้นภายใต้ดวงอาทิตย์อีกต่อไป
(ปญจ. 9:7 [THSV])
ไปเถิด ไปรับประทานอาหารของเจ้าด้วยความเปรมปรีดิ์ และไปดื่มเหล้าองุ่นของเจ้าด้วยความร่าเริงใจ เพราะพระเจ้าทรงเห็นชอบกับการงานของเจ้าแล้ว
(ปญจ. 9:8 [THSV])
จงให้เสื้อผ้าของเจ้าขาวอยู่เสมอ และศีรษะของเจ้าก็อย่าให้ขาดน้ำมัน
(ปญจ. 9:9 [THSV])
เจ้าจงชื่นชมยินดีในชีวิตกับภรรยาซึ่งเจ้ารักตลอดชีวิตอนิจจังที่ได้ประทานให้แก่เจ้าภายใต้ดวงอาทิตย์ตลอดวันเวลาอนิจจังของเจ้า เพราะว่านั่นเป็นรางวัลสำหรับชีวิต และสำหรับการตรากตรำของเจ้า ซึ่งเจ้าได้ตรากตรำภายใต้ดวงอาทิตย์
(ปญจ. 9:10 [THSV])
มือของเจ้าจับงานอะไร ก็จงทำการนั้นด้วยเต็มกำลัง เพราะในแดนคนตายที่เจ้าจะไปนั้นไม่มีการงาน หรือความคิด หรือความรู้ หรือปัญญา
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)