วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บทอ่านประจำวัน 06 ตุลาคม 57 จันทร์ ระลึกถึง น บรูโน พระสงฆ์





วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2014สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา
น.บรูโน พระสงฆ์

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวกาลาเทีย 
กท 1:6-12 )   พี่น้อง ข้าพเจ้าประหลาดใจที่ท่านทั้งหลายหันเหอย่างรวดเร็วจากพระบิดาผู้ทรงเรียก ท่านด้วยพระหรรษทานของพระคริสตเจ้า ไปเชื่อข่าวดีอื่น อันที่จริงแล้ว ข่าวดีอื่นนั้นไม่มี แต่มีบางคนก่อความวุ่นวายในหมู่ท่านทั้งหลาย และประสงค์จะบิดเบือนข่าวดีของพระคริสตเจ้า แต่ถ้าเรา หรือทูตสวรรค์ประกาศข่าวดีขัดแย้งกับที่เราเคยประกาศแก่ท่าน ขอให้ผู้นั้นถูกสาปแช่งเถิด บัดนี้ ข้าพเจ้าขอพูดย้ำสิ่งที่ข้าพเจ้าเคยพูดไว้ก่อนอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้าใครประกาศข่าวดีแก่ท่านขัดแย้งกับข่าวดีที่ท่านเคยรับไว้ ก็ขอให้ผู้นั้นถูกสาปแช่งเถิด บัดนี้ ข้าพเจ้ากำลังเอาใจมนุษย์หรือพระเจ้

า ข้าพเจ้าพยายามเอาใจมนุษย์กระนั้นหรือ หากข้าพเจ้ายังเอาใจมนุษย์ ข้าพเจ้าก็คงไม่เป็นผู้รับใช้ของพระคริสตเจ้า
     พี่น้อง ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า ข่าวดีที่ข้าพเจ้าประกาศไปแล้วนั้น มิใช่ข่าวที่มาจากมนุษย์ เพราะข้าพเจ้าไม่ได้รับมาจากมนุษย์ มิได้เรียนรู้จากมนุษย์ แต่ได้รับจากการเปิดเผยของพระเยซูคริสตเจ้า

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา  ( ลก 10:25-37 )

     ขณะนั้น นักกฎหมายคนหนึ่งยืนขึ้นทูลถามเพื่อจะจับผิดพระองค์ว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าจะต้องทำสิ่งใดเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร” พระองค์ตรัสถามเขาว่า “ในธรรมบัญญัติมีเขียนไว้อย่างไร ท่านอ่านว่าอย่างไร” เขาทูลตอบว่า “ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดกำลัง และสุดสติปัญญาของท่าน ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง” พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ท่านตอบถูกแล้ว จงทำเช่นนี้ แล้วจะได้ชีวิต”
ชายคนนั้นต้องการแสดงว่าตนถูกต้อง จึงทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “แล้วใครเล่าเป็นเพื่อนมนุษย์ของข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าจึงตรัสต่อไปว่า “ชายคนหนึ่งกำลังเดินทางจากกรุงเยรูซาเล็มไปยังเมืองเยรีโค เขาถูกโจรปล้น พวกโจรปล้นทุกสิ่ง ทุบตีเขา แล้วก็จากไป ทิ้งเขาไว้อาการสาหัสเกือบสิ้นชีวิต สมณะผู้หนึ่งเดินผ่านมาทางนั้นโดยบังเอิญ เห็นเขาและเดินผ่านเลยไปอีกฟากหนึ่ง ชาวเลวีคนหนึ่งผ่านมาทางนั้น เห็นเขาและเดินผ่านเลยไปอีกฟากหนึ่งเช่นเดียวกัน แต่ชาวสะมาเรียผู้หนึ่งเดินทางผ่านมาใกล้ๆ เห็นเขาก็รู้สึกสงสาร จึงเดินเข้าไปหา เทน้ำมันและเหล้าองุ่นลงบนบาดแผลแล้วพันผ้าให้ นำเขาขึ้นหลังสัตว์ของตนพาไปถึงโรงแรมแห่งหนึ่งและช่วยดูแลเขา วันรุ่งขึ้นชาวสะมาเรียผู้นั้นนำเงินสองเหรียญออกมามอบให้เจ้าของโรงแรมไว้ กล่าวว่า ‘ช่วยดูแลเขาด้วย เงินที่ท่านจะจ่ายเกินไปนั้น ฉันจะคืนให้เมื่อกลับมา’ ท่านคิดว่าในสามคนนี้ใครเป็นเพื่อนมนุษย์ของคนที่ถูกโจรปล้น” เขาทูลตอบว่า “คนที่แสดงความเมตตาต่อเขา” พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า “ท่านจงไปและทำเช่นเดียวกันเถิด


วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา
กท 1:6-12…6ข้าพเจ้าประหลาดใจที่ท่านทั้งหลายหันเหอย่างรวดเร็วจากพระบิดาผู้ทรงเรียก ท่านด้วยพระหรรษทานของพระคริสตเจ้า ไปเชื่อข่าวดีอื่น 7อันที่จริงแล้ว ข่าวดีอื่น นั้นไม่มี แต่มีบางคนก่อความวุ่นวายในหมู่ท่านทั้งหลาย และประสงค์จะบิดเบือนข่าวดีของพระคริสตเจ้า 8แต่ถ้าเรา หรือทูตสวรรค์ประกาศข่าวดีขัดแย้งกับที่เราเคยประกาศแก่ท่าน ขอให้ผู้นั้นถูกสาปแช่งเถิด 9บัดนี้ ข้าพเจ้าขอพูดย้ำสิ่งที่ข้าพเจ้าเคยพูดไว้ก่อนอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้าใครประกาศข่าวดีแก่ท่านขัดแย้งกับข่าวดีที่ท่านเคยรับไว้ ก็ขอให้ผู้นั้นถูกสาปแช่งเถิด 10บัดนี้ ข้าพเจ้ากำลังเอาใจมนุษย์หรือพระเจ้า ข้าพเจ้าพยายามเอาใจมนุษย์กระนั้นหรือ หากข้าพเจ้ายังเอาใจมนุษย์ ข้าพเจ้าก็คงไม่เป็นผู้รับใช้ของพระคริสตเจ้า

11พี่น้อง ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า ข่าวดีที่ข้าพเจ้าประกาศไปแล้วนั้น มิใช่ข่าวที่มาจากมนุษย์ 12เพราะข้าพเจ้าไม่ได้รับมาจากมนุษย์ มิได้เรียนรู้จากมนุษย์ แต่ได้รับจากการเปิดเผยของพระเยซูคริสตเจ้า

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• “จะเอาใจใครดี เอาใจพระเจ้าหรือเอาใจมนุษย์” จะเอาความจริงของพระเจ้าหรือจะเอาตามใจมนุษย์... ความจริงมีแต่เพียงหนึ่งเดียว ความจริงแท้นั้นจะมีหลายความจริงไม่ได้หรอกครับ... 


• ปัจจุบันเรามีปัญหามากเรื่องความจริงๆ เมื่อวานนี้พ่อได้ยินคุณพ่ออาวุโสท่านหนึ่งภาวนาเพื่อภาคใต้ของประเทศไทย ท่านเป็นพระสงฆ์อาวุโสมาก ไม่ใช่คนไทยอีกต่างหาก ท่านภาวนาในมิสซาอย่างหนักแน่นและเต็มอารมณ์มากๆ ท่านภาวนาอย่างนี้ “ให้เราภาวนาของพระเจ้า ความจริงขอมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้เสียที... เรายิ่งต้องภาวนามากขึ้นเพื่อขอพระเจ้าโปรดเมตตาประเทศไทยของเรา สามจังหวัดภาคใต้ที่ยังมีการฆ่ากัน การทำร้ายกัน พ่ออยากขอพระเจ้าโปรดเมตตาให้ประเทศไทยของเรามีสันติสุขเสียที อยากขอพระเจ้าโปรดให้มีสันติสุขเสียที...” 


• คุณพ่อท่านนี้ภาวนาอย่างสุดกำลังจริง ท่านอยากขอพระเจ้า ท่านบ่นนิดๆ ว่า ท่านขอมาตลอดขอให้มีสันติสุข... ขอให้พระเจ้าช่วยทีเถอะ....


• พ่อบอกตรงๆว่า คุณพ่ออาวุโสท่านนี้เป็นห่วง เป็นห่วง เป็นห่วง เข้าใจไหมคำว่า “เป็นห่วง” จริงๆ ท่านรักและสงสารพี่น้องที่ภาคใต้จริงๆ ท่านขอพระเจ้าจากหัวใจที่ห่วงใยจริงๆ ต่อพี่น้องที่ภาคใต้ของเรา พ่อรู้สึกว่า ท่านเหมือนท่านนักบุญเปาโลเมื่อคิดถึงชาวกาลาเทีย...

• วันนี้เรามารู้จักนิสัยของนักบุญเปาโลกันหน่อยจะดีไหมครับ... พ่อจะยกข้อมูลมาให้ศึกษากันบางประเด็นนะครับ เพราะอาทิตย์นี้เราจะอ่านจดหมายของเปาโลอีกครั้งครับ....
o เปาโลเป็นบุคคลที่อุทิศตนอย่างมาก มุ่งมั่นจะบรรลุถึงอุดมการณ์ไม่ว่าจะลำบากเพียงใด สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดสำหรับท่านคือพระเจ้า

o และในฐานะผู้รับใช้ของพระเจ้าเปาโลปฏิเสธการประนีประนอมทุกชนิด เพราะความเด็ดเดี่ยวท่านจึงถูกเบียดเบียนจากบรรดาผู้ที่ท่านถือว่าเป็นศัตรู ของพระเจ้า (ดู กจ 24:5,14) 

o ท่านได้มุ่งมั่นเทศน์ประกาศพระคริสตเจ้าเป็นพระผู้ไถ่สากลโลกแต่พระองค์ เดียว ท่านรับใช้พระผู้ไถ่ พระองค์นี้อย่างสุดจิตสุดใจด้วยความเสียสละตลอดชีวิตหลังจากกลับใจ ท่านรู้ดีว่าตนได้รับมอบหมายให้ทำงานใด (1 คร 9:16) 

o และไม่ยอมให้สิ่งใดมาขัดขวางการทำงานนั้น ไม่ว่าจะเป็นความยากลำบาก ความเหน็ดเหนื่อย ความทุกข์ทรมาน ความยากจน หรือการเสี่ยงตาย (1 คร 4:9-13; 2 คร 4:8ฯ; 6:4-10; 11:23-27) ความยากลำบากเหล่านี้มิได้ทำให้ความรักของท่านต่อพระเจ้าหรือต่อพระคริสต เจ้าลดน้อยลง (รม 8:35-39) 

o ตรงกันข้าม กลับทำให้ท่านยินดีรับความยากลำบากดังกล่าว เพราะช่วยท่านให้คล้ายกับพระอาจารย์ผู้ทรงรับทรมานและถูกตรึงบนไม้กางเขน (2 คร 4:10ฯ; ฟป 3:10ฯ) 

o ท่านไม่เคยลืมว่า ตนเป็นอัครสาวกที่ไม่สมควรที่สุด เพราะเคยเบียดเบียนพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้า กิจการใหญ่ทั้งหลายที่ท่านทำสำเร็จ 

o ท่านเห็นว่าเป็นพระหรรษทานของพระเจ้าที่ทำงานในตัวท่าน (1 คร 15:10; 2 คร 4:7; ฟป 4:13; คส 1:29)

o เปาโลเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหวแสดงความอ่อนไหวต่อผู้ที่ท่านสอนให้กลับใจ มีความจริงใจต่อคริสตชนชาวฟีลิปปี (ฟป 1:7ฯ; 4:10-20)

o มีความรักล้ำลึกสำหรับคริสตชนชาวเอเฟซัส (กจ 20:17-38) 

o แสดงความเกรี้ยวกราดกับคริสตชนชาวกาลาเทียซึ่งกำลังจะละทิ้งความเชื่อ (กท 1:6; 3:1-3)

o เปาโลจะแสดงความโกรธอย่างดุดันต่อผู้ที่ชักชวนคริสตชนของท่านให้หลงผิด ทั้งชาวยิวเคร่งศาสนา ซึ่งขัดขวางคริสตชนที่พูดภาษากรีกอย่างรุนแรงและต่อต้านเปาโลในทุกที่ที่ ท่านไป (กจ 13:45,50; 14:2,19; 17:5,13; 18:6; 19:9; 21:27) และคริสตชน "ชาวยิว" ที่ยังนิยมลัทธิยิวต้องการให้ผู้ติดตามพระคริสตเจ้าทุกคนถือตามธรรมบัญญัติ ของโมเสสอีกด้วย (กท 1:7; 2:4; 6:12ฯ)

o เปาโลไม่เคยเห็นแก่หน้าคนพวกนี้เลย (กท 5:12; ฟป 3:2; 1ธส 2:15ฯ) แม้ว่าเปาโลไม่คิดว่าตนเป็นใหญ่ แต่ท่านรู้สึกว่าตนเป็นอาวุธซึ่งไม่มีผู้ใดต้านทานได้ที่พระเจ้าทรงใช้ปราบ ผู้ต่อต้านที่ทะเยอทะยาน หยิ่งยโสและมีจิตใจรักโลก (2 คร 10:1- 12:12) ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่ตัวของเปาโลเป็นอาวุธของพระเจ้า (กจ 18:3)

• พ่อรู้สึกว่า ถ้าเราเป็นคริตชนจริงๆ 

o เราจะยอมให้กับความเท็จไม่ได้ 

o เราจะยอมให้กับความอยุติธรรมหรือฆาตกรรไม่ได้ คงจะรู้สึกแย่มากๆเหมือนที่เปาโลรู้สึกกับชาวกาลาเทียที่ไม่มั่นคงเอาเสีย เลย หันเหไปจากพระเจ้าอย่างรวดเร็ว... 


• พี่น้องที่รักครับ โลกของเรา ประเทศไทยของเราปัจจุบันต้องการของจริง ต้องการความจริง ต้องการคริสตชนตัวจริง พ่อคิดว่าเราจะยอมไม่ได้นะครับ เราจะปล่อยให้พี่น้องของเราที่ภาคใต้โดนฆ่ารายวันได้อย่างไร และคนบริสุทธิ์ก็จะปล่อยให้ต้องถูกทำร้ายฆ่าตายรายวันได้อย่างไร


• พ่อเห็นด้วยกับพ่ออาวุโสท่านนั้น และอยากให้เราทุกคนร่วมกันครับ ภาวนาให้หนัก และมีโอกาสเรียกร้องให้ได้มากที่สุด ยอมไม่ได้หรอกครับ 

o ที่พี่น้องคนไทยต้องเสียชีวิตกันง่ายเกินไป สิบปีกว่าแล้วนะครับ ที่บ้านเมืองไทยของเราภาคใต้พี่น้องของเราไม่มีความปลอดภัยและสงบสุขเลย เด็กๆจำนวนเท่าไรเป็นกำพร้าเพราะขาดพ่อแม่ ทำไมประเทศของเราจัดการไม่ได้ ไม่รู้ความจริงหรือ หรือมีอะไรที่ยากเกินไปสำหรับความจริงและความดี หรือว่า 

o ความเท็จเทียมและมีอะไรที่เป็นผลประโยชน์บังตาอยู่หรือ พ่อไม่ทราบ ไม่วิจารณ์ครับ แต่ พ่ออยากเรียกร้องครับ นานแล้วนะครับ...

o พ่อขอวิงวอนให้เราภาวนาและช่วยกันหาหนทางเพื่อสันติภาพจะเกิดขึ้นเสียที พ่ออยากขอให้เรามีหัวใจแบบนักบุญเปาโลครับ หัวใจที่ยอมไม่ได้กับความเท็จเทียมครับ... 

o ขอพระเจ้าอวยพรครับ ช่วยกันภาวนานะครับ ภาวนาไม่พอให้เราช่วยกันพลีกรรมใช้โทษบาปเพื่อการนี้ด้วยนะครับ...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น