วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

คำเทศนา วันอาทิตย์ที่ 9/2/2014 (+เพลย์ลิสต์)





(มก. 13:24 [THSV])
“หลัง​จาก​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก​นั้น​ผ่าน​พ้น​ไป​แล้ว ดวง​อาทิตย์​จะ​มืด​ไป และ​ดวง​จันทร์​จะ​ไม่​ส่อง​แสง
 
 


(มก. 13:25 [THSV])
 
 
 
 
ดวง​ดาว​ทั้ง​หลาย​จะ​ตก​จาก​ฟ้า และ​บรร​ดา​สิ่ง​ที่​มี​อำ​นาจ​ใน​ท้อง​ฟ้าจะ​สะเทือน​สะท้าน
 
 


(มก. 13:26 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​นั้น​พวก​เขา​จะ​เห็น บุตร​มนุษย์​เสด็จ​มา​ใน​เมฆ ทรง​ฤทธา​นุ​ภาพ​และ​พระ​รัศมี​อย่าง​ยิ่ง
 
 


(มก. 13:27 [THSV])
 
 
 
 
และ​เมื่อ​นั้น​พระ​องค์​จะ​ทรง​ใช้​พวก​ทูต​สวรรค์​มา​ให้​รวบ​รวม​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​พระ​องค์​ทรง​เลือก​สรร​ไว้​จาก​ทั้ง​สี่​ทิศ จาก​ที่​สุด​ปลาย​แผ่น​ดิน​โลก​จน​ถึง​ที่​สุด​ขอบ​ฟ้า
 
 


(มก. 13:28 [THSV])
 
 
 
 
“จง​เรียน​บท​เรียน​จาก​ต้น​มะเดื่อ เมื่อ​มัน​แตก​กิ่ง​แตก​ใบ พวก​ท่าน​ก็​รู้​ว่า​ฤดู​ร้อน​ใกล้​จะ​ถึง​แล้ว
 
 


(มก. 13:29 [THSV])
 
 
 
 
เช่น​เดียว​กัน เมื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เห็น​เหตุ​การณ์​เหล่า​นั้น​เกิด​ขึ้น ก็​ให้​รู้​ว่า​พระ​องค์​เสด็จ​มา​ใกล้​จะ​ถึง​ประตู​แล้ว
 
 


(มก. 13:30 [THSV])
 
 
 
 
เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า คน​ใน​ยุค​นี้​จะ​ไม่​ล่วง​ลับ​ไป​จน​กว่า​ทุก​สิ่ง​นี้​จะ​เกิด​ขึ้น
 
 


(มก. 13:31 [THSV])
 
 
 
 
ฟ้า​และ​ดิน​จะ​ล่วง​ไป แต่​บรร​ดา​ถ้อย​คำ​ของ​เรา​จะ​ไม่​สูญ​หาย​ไป​เลย
 
 


(มก. 13:32 [THSV])
 
 
 
 
“แต่​ไม่​มี​ใคร​รู้​เรื่อง​วัน​หรือ​เวลา​นั้น แม้​แต่​พวก​ทูต​ใน​ฟ้า​สวรรค์​หรือ​พระ​บุตร มี​แต่​พระ​บิดา​เท่า​นั้น
 
 


(มก. 13:33 [THSV])
 
 
 
 
จง​เฝ้า​ระวัง​และ​อธิษ​ฐาน เพราะ​พวก​ท่าน​ไม่​รู้​ว่า​วัน​นั้น​หรือ​เวลา​นั้น​จะ​มา​ถึง​เมื่อ​ไหร่
 
 


(มก. 13:34 [THSV])
 
 
 
 
เช่น​เดียว​กับ​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​ออก​เดิน​ทาง เมื่อ​เขา​จะ​ออก​จาก​บ้าน เขา​ก็​มอบ​หมาย​หน้า​ที่​ให้​ทาส​แต่​ละ​คน​ทำ และ​กำ​ชับ​คน​เฝ้า​ประตู​ให้​คอย​เฝ้า​ระวัง​อยู่
 
 


(มก. 13:35 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ฉะนั้น​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​เฝ้า​ระวัง​อยู่ เพราะ​พวก​ท่าน​ไม่​รู้​ว่า​เจ้า​ของ​บ้าน​จะ​มา​เมื่อ​ไร อาจ​จะ​มา​ใน​เวลา​ค่ำ หรือ​เที่ยง​คืน หรือ​ใน​เวลา​ไก่​ขัน หรือ​รุ่ง​เช้า
 
 


(มก. 13:36 [THSV])
 
 
 
 
ถ้า​ไม่​เช่น​นั้น​แล้ว​หาก​เจ้า​ของ​บ้าน​กลับ​มา​อย่าง​ฉับ​พลัน ท่าน​อาจ​พบ​ว่า​พวก​ท่าน​กำ​ลัง​นอน​หลับ​อยู่
 
 


(มก. 13:37 [THSV])
 
 
 
 
สิ่ง​ที่​เรา​บอก​พวก​ท่าน​นั้น เรา​ก็​บอก​คน​ทั้ง​หลาย​ด้วย​ว่า​จง​เฝ้า​ระวัง​อยู่​เถิด”
 
 


 
 
 
 
 

คำเทศนา วันอาทิตย์ที่ 2/2/2014 (+เพลย์ลิสต์)





(มก. 13:1 [THSV])
เมื่อ​พระ​เยซู​เสด็จ​ออก​จาก​บริ​เวณ​พระ​วิหาร มี​สา​วก​ของ​พระ​องค์​คน​หนึ่ง​ทูลว่า “พระ​อา​จารย์ ศิลา​กับ​อา​คาร​เหล่า​นี้​ใหญ่​จริงๆ”
 
 


(มก. 13:2 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​สา​วก​คน​นั้น​ว่า “ท่าน​เห็น​อา​คาร​ใหญ่​เหล่า​นี้​หรือ? ที่​นี่​จะ​ไม่​มี​ก้อน​หิน​ซ้อน​ทับ​กัน​แม้​แต่​ก้อน​เดียว แต่​จะ​ถูก​ทำ​ลาย​ลง​หมด”
 
 


(มก. 13:3 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​พระ​องค์​ประ​ทับ​บน​ภูเขา​มะกอก​เทศ​ตรง​ข้าม​พระ​วิหาร เป​โตร ยา​กอบ ยอห์น และ​อัน​ดรูว์​มา​ทูล​ถาม​พระ​องค์​เป็น​การ​ส่วน​ตัว​ว่า
 
 


(มก. 13:4 [THSV])
 
 
 
 
“ขอ​โปรด​ให้​พวก​ข้า​พระ​องค์​ทราบ​ว่า​เหตุ​การณ์​เหล่า​นี้​จะ​เกิด​ขึ้น​เมื่อ​ไหร่? อะไร​คือ​หมาย​สำ​คัญ​ที่​จะ​แสดง​ว่า​เหตุ​การณ์​ทั้ง​หมด​นี้​ใกล้​จะ​สำ​เร็จ?”
 
 


(มก. 13:5 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เยซู​จึง​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “ระวัง​ให้​ดี อย่า​ให้ใคร​ล่อ​ลวง​พวก​ท่าน​ให้​หลง
 
 


(มก. 13:6 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​จะ​มี​หลาย​คน​มา​อ้าง​นาม​ของ​เรา​ว่า ‘เรา​เป็น​ผู้​นั้น’ และ​จะ​ให้​คน​จำ​นวน​มาก​หลง​ไป
 
 


(มก. 13:7 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ยิน​เรื่อง​สง​คราม​และ​ข่าว​ลือ​เรื่อง​สง​คราม อย่า​ตื่น​ตระ​หนก​เลย เพราะ​ว่า​สิ่ง​เหล่า​นี้​จำ​เป็น​ต้อง​เกิด​ขึ้น แต่​ยัง​ไม่​ถึง​กาล​อวสาน
 
 


(มก. 13:8 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ประ​ชา​ชาติ​กับ​ประ​ชา​ชาติ อา​ณา​จักร​กับ​อา​ณา​จักร​จะ​ต่อ​สู้​กัน ทั้ง​จะ​เกิด​แผ่น​ดิน​ไหว​และ​จะ​เกิด​กัน​ดาร​อาหาร​ใน​ที่​ต่างๆ เหตุ​การณ์​ทั้ง​หมด​นี้​เป็น​เพียง​ขั้น​แรก​ของ​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก
 
 


(มก. 13:9 [THSV])
 
 
 
 
“แต่​จง​ระวัง​ตัว​ให้​ดี เพราะ​มี​คน​จะ​มอบ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ไว้​กับ​ศาล และ​จะ​เฆี่ยน​พวก​ท่าน​ใน​ธรรม​ศาลา และ​พวก​ท่าน​จะ​ต้อง​ยืน​ต่อ​หน้า​เจ้า​เมือง​และ​กษัตริย์​เพราะ​เรา เพื่อ​จะ​ได้​เป็น​พยาน​กับ​พวก​เขา
 
 


(มก. 13:10 [THSV])
 
 
 
 
และ​ข่าว​ประ​เสริฐ​จะ​ต้อง​ประ​กาศ​แก่​ชน​ทุก​ชาติ​ก่อน
 
 


(มก. 13:11 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​พวก​ท่าน​ถูก​นำ​มา​มอบ​ตัว​ไว้​นั้น อย่า​กัง​วล​ล่วง​หน้า​ว่า​จะ​พูด​อะไร​ดี แต่​จง​พูด​ตาม​ที่​โปรด​ประ​ทาน​ให้​ท่าน​พูด​ใน​เวลา​นั้น เพราะ​ว่า​ผู้​ที่​พูด​นั้น​ไม่​ใช่​ตัว​ท่าน​เอง แต่​เป็น​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์
 
 


(มก. 13:12 [THSV])
 
 
 
 
แม้​แต่​พี่​ก็​จะ​มอบ​น้อง​ไว้​ให้​ถึง​แก่​ความ​ตาย พ่อ​ก็​จะ​มอบ​ลูก และ​ลูก​ก็​จะ​ทรยศ​ต่อ​พ่อ​แม่​ให้​ถึง​แก่​ความ​ตาย
 
 


(มก. 13:13 [THSV])
 
 
 
 
คน​ทั้ง​หลาย​จะ​เกลียด​ชัง​พวก​ท่าน เพราะ​นาม​ของ​เรา แต่​คน​ที่​สู้ทน​จน​ถึง​ที่​สุด​จะ​รอด
 
 


(มก. 13:14 [THSV])
 
 
 
 
“แต่​เมื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เห็น​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ที่​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​หายนะ ตั้ง​อยู่​ใน​ที่​ที่​ไม่​สม​ควร​จะ​ตั้ง (ให้​ผู้​อ่าน​เข้าใจ​เอา​เอง​เถิด) เมื่อ​นั้น​ให้​พวก​ที่​อยู่​ใน​แคว้น​ยูเดีย​หนี​ไป​ที่​ภูเขา
 
 


(มก. 13:15 [THSV])
 
 
 
 
คน​ที่​อยู่​บน​ดาด​ฟ้า อย่า​ลง​มา​หรือ​เข้า​ไป​เก็บ​สิ่ง​ของ​ใน​บ้าน​ของ​ตน​เลย
 
 


(มก. 13:16 [THSV])
 
 
 
 
ส่วน​คน​ที่​อยู่​ตาม​ทุ่ง​นา​ก็​อย่า​กลับ​ไป​เอา​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน
 
 


(มก. 13:17 [THSV])
 
 
 
 
วิบัติ​แก่​หญิง​ที่​มี​ครรภ์​หรือ​มี​ลูก​อ่อน​กิน​นม​อยู่​ใน​เวลา​นั้น
 
 


(มก. 13:18 [THSV])
 
 
 
 
จง​อธิษ​ฐาน​ขอ​เพื่อ​สิ่ง​นี้​จะ​ไม่​เกิด​ใน​ฤดู​หนาว
 
 


(มก. 13:19 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​ใน​เวลา​นั้น​จะ​เกิด​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก​อย่าง​ที่​ไม่​เคย​มี​มา​ก่อน นับ​ตั้ง​แต่​พระ​เจ้า​ทรง​สร้าง​โลก​มา​จน​ถึง​ทุก​วัน​นี้ และ​ใน​อนา​คต​จะ​ไม่​มี​อย่าง​นี้​อีก
 
 


(มก. 13:20 [THSV])
 
 
 
 
ถ้า​พระ​เจ้า​ไม่​โปรด​ให้​วัน​เหล่า​นั้น​ย่น​สั้น​เข้า จะ​ไม่​มี​ใคร​รอด​ได้​เลย แต่​เพราะ​ทรง​เห็น​แก่​คน​ที่​พระ​องค์​ทรง​เลือก​สรร พระ​องค์​จึง​โปรด​ให้​วัน​เหล่า​นั้น​ย่น​สั้น​เข้า
 
 


(มก. 13:21 [THSV])
 
 
 
 
ใน​เวลา​นั้น ถ้า​ใคร​จะ​บอก​พวก​ท่าน​ว่า ‘นี่แน่ะ พระ​คริสต์​อยู่​ที่​นี่’ หรือ ‘นี่แน่ะ ท่าน​อยู่​ที่​โน่น’ ก็​อย่า​เชื่อ
 
 


(มก. 13:22 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​จะ​มี​พระ​คริสต์​เทียม​เท็จ​และ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เทียม​เท็จ​หลาย​คน​ปรา​กฏ​ขึ้น แสดง​หมาย​สำ​คัญ​และ​การ​อัศ​จรรย์​เพื่อ​ล่อ​ลวง​คน​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​เลือก​สรร​แล้ว​ให้​หลง ถ้า​เป็น​ได้
 
 


(มก. 13:23 [THSV])
 
 
 
 
ฉะนั้น​จง​ระวัง​ให้​ดี เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ทุก​อย่าง​ไว้​ก่อน​แล้ว
 
 


 
 
 
 
 

วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 31052014 เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์ชาติชาย จารุวาที





(2ซมอ. 15:24 [THSV])
และ​นี่​แน่ะ ศา​โดก​ก็​มา​ด้วย​พร้อม​กับ​คน​เลวี​ทั้ง​สิ้น หาม​หีบ​พันธ​สัญ​ญา​ของ​พระ​เจ้า​มา และ​พวก​เขา​วาง​หีบ​ของ​พระ​เจ้า​ลง จน​ประ​ชา​ชน​ผ่าน​ออก​จาก​เมือง​ไป​หมด และ​อา​บี​ยา​ธาร์​ก็​ขึ้น​มา​ด้วย
 
 


(2ซมอ. 15:25 [THSV])
 
 
 
 
แล้ว​พระ​รา​ชา​ตรัส​สั่ง​ศา​โดก​ว่า “จง​หาม​หีบ​ของ​พระ​เจ้า​กลับ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​เถิด หาก​ว่า​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​โปรด​ปราน​เรา พระ​องค์​จะ​ทรง​นำ​เรา​กลับ และ​ให้​เรา​เห็น​ทั้ง​หีบ​นั้น​กับ​ที่​ประ​ทับ​ของ​พระ​องค์​ด้วย
 
 


(2ซมอ. 15:26 [THSV])
 
 
 
 
แต่​ถ้า​พระ​องค์​ตรัส​ว่า ‘เรา​ไม่​พอใจ​เจ้า’ ดู​เถิด เรา​อยู่​ที่​นี่ ขอ​พระ​องค์​ทรง​ทำ​กับ​เรา​ตาม​ที่​พระ​องค์​ทรง​เห็น​ชอบ​เถิด”
 
 


(2ซมอ. 15:27 [THSV])
 
 
 
 
พระ​องค์​ตรัส​กับ​ศา​โดก​ปุโร​หิต​ด้วย​ว่า “ท่าน​เป็น​ผู้​ทำ​นาย​ไม่​ใช่​หรือ? จง​กลับ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​โดย​สวัสดิ​ภาพ​พร้อม​กับ​บุตร​ชาย​ทั้ง​สอง​ของ​ท่าน​คือ​อา​หิ​มา​อัส​บุตร​ของ​ท่าน และ​โย​นา​ธาน​บุตร​ของ​อา​บี​ยา​ธาร์
 
 


(2ซมอ. 15:28 [THSV])
 
 
 
 
นี่แน่ะ เรา​จะ​คอย​อยู่​ที่​ท่า​ข้าม​ไป​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร จน​จะ​มี​ข่าว​มา​จาก​พวก​ท่าน​ให้​เรา​ทราบ”
 
 


(2ซมอ. 15:29 [THSV])
 
 
 
 
ศา​โดก​กับ​อา​บี​ยา​ธาร์​จึง​หาม​หีบ​ของ​พระ​เจ้า​กลับ​ไป​ยัง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​และ​พัก​อยู่​ที่​นั่น
 
 


(2ซมอ. 15:30 [THSV])
 
 
 
 
ดาวิด​เสด็จ​ขึ้น​ไป​ตาม​ทาง​ขึ้น​ภูเขา​มะกอก​เทศ เสด็จ​พลาง​ทรง​กัน​แสง​พลาง มี​ผ้า​คลุม​พระ​เศียร เสด็จ​โดย​พระ​บาท​เปล่า และ​ทหาร​ทั้ง​หมด​ที่​อยู่​กับ​พระ​องค์​ก็​เอา​ผ้า​คลุม​ศีรษะ​เดิน​ไป​พลาง​ร้อง​ไห้​พลาง
 
 


(2ซมอ. 15:31 [THSV])
 
 
 
 
มี​คน​ทูล​ดาวิด​ให้​ทรง​ทราบ​ว่า “อา​หิ​โธ​เฟล​อยู่​ใน​พวก​คิด​กบฏ​ของ​อับ​ซา​โลม​ด้วย” ดาวิด​กราบ​ทูล​ว่า “ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ ขอ​ทรง​ให้​คำ​ปรึก​ษา​ของ​อา​หิ​โธ​เฟล​โง่​เขลา​ไป”
 
 


(2ซมอ. 15:32 [THSV])
 
 
 
 
ต่อ​มา​เมื่อ​ดาวิด​มา​ถึง​ยอด​เขา​ซึ่ง​เป็น​ที่​นมัส​การ​พระ​เจ้า นี่​แน่ะ หุชัย​ตระ​กูล​อารคี​เข้า​มา​เฝ้า มี​เสื้อ​ผ้า​ฉีก​ขาด​และ​ดิน​อยู่​บน​ศีรษะ
 
 


(2ซมอ. 15:33 [THSV])
 
 
 
 
ดาวิด​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ถ้า​เจ้า​ข้าม​ไป​กับ​เรา เจ้า​จะ​เป็น​ภาระ​แก่​เรา
 
 


(2ซมอ. 15:34 [THSV])
 
 
 
 
แต่​ถ้า​เจ้า​กลับ​เข้า​ไป​ใน​เมือง และ​กล่าว​กับ​อับ​ซา​โลม​ว่า ‘ข้า​แต่​พระ​รา​ชา ข้า​พระ​บาท​ขอ​ถวาย​ตัว​เป็น​ข้า​ของ​ฝ่า​พระ​บาท ดัง​ที่​ข้า​พระ​บาท​เป็น​ข้า​ของ​พระ​ราช​บิดา​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​มา​แต่​กาล​ก่อน​ฉัน​ใด ข้า​พระ​บาท​ขอ​เป็น​ข้า​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​ฉัน​นั้น’ แล้ว​เจ้า​จะ​ทำ​ให้​คำ​ปรึก​ษา​ของ​อา​หิ​โธ​เฟล​พ่าย​แพ้​ไป​เพื่อ​เรา
 
 


(2ซมอ. 15:35 [THSV])
 
 
 
 
ศา​โดก​กับ​อา​บี​ยา​ธาร์​พวก​ปุโร​หิต​ก็​อยู่​กับ​เจ้า​ที่​นั่น​ไม่​ใช่​หรือ? ทุก​สิ่ง​ที่​เจ้า​ได้​ยิน​ใน​พระ​ราช​วัง จง​บอก​ให้​ศา​โดก​กับ​อา​บี​ยา​ธาร์​พวก​ปุโรหิต​ทราบ
 
 


(2ซมอ. 15:36 [THSV])
 
 
 
 
ดู​เถิด บุตร​สอง​คน​ของ​เขา​ก็​อยู่​ด้วย คือ​อา​หิ​มา​อัส​บุตร​ศา​โดก และ​โย​นา​ธาน​บุตร​อา​บี​ยา​ธาร์ พวก​ท่าน​จง​ใช้​เขา​มา​บอก​เรา​ทุก​เรื่อง​ที่​ท่าน​ได้​ยิน”
 
 


(2ซมอ. 15:37 [THSV])
 
 
 
 
หุชัย​สหาย​ของ​ดาวิด​จึง​กลับ​เข้า​ไป​ใน​เมือง พอ​ดี​กับ​อับ​ซา​โลม​กำ​ลัง​เสด็จ​เข้า​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม
 
 


 
 
 
 
 

บทอ่านประจำวัน 31 พฤษภาคม ฉลองพระนางมารีย์เสด็จเยี่ยม (+เพลย์ลิสต์)





วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2014ฉลองพระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมเยียน
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโรม   
รม 12:9-16 )      พี่น้อง จงรักด้วยใจจริง จงหลีกหนีความชั่ว จงยึดมั่นในสิ่งที่ดี จงรักกันฉันพี่น้อง จงคิดว่าผู้อื่นดีกว่าตน อย่าเฉื่อยชา จงมีจิตใจกระตือรือร้นในการรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้า จงชื่นชมยินดีในความหวัง จงมีความอดทนต่อความทุกข์ยาก จงพากเพียรในการภาวนา จงเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ในยามขัดสน จงต้อนรับด้วยอัธยาศัยไมตรี
จง อวยพรผู้ที่เบียดเบียนท่าน จงอวยพรเขา อย่าสาปแช่ง จงร่วมยินดีกับผู้ที่ยินดี จงร้องไห้กับผู้ที่ร้องไห้ จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อย่ามักใหญ่ใฝ่สูง แต่จงยอมทำสิ่งต่ำต้อยเถิด อย่าทะนงว่าตนฉลาด


 
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา   ( ลก 1:39-56 )

     หลังจากนั้นไม่นาน พระนางมารีย์ทรงรีบออกเดินทางไปยังเมืองหนึ่งในแถบภูเขาแคว้นยูเดีย พระนางเสด็จเข้าไปในบ้านของเศคาริยาห์และทรงทักทายนางเอลีซาเบธ เมื่อนางเอลีซาเบธได้ยินคำทักทายของพระนางมารีย์ บุตรในครรภ์ก็ดิ้น นางเอลีซาเบธได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม ร้องเสียงดังว่า “เธอได้รับพระพรยิ่งกว่าหญิงใดๆ และลูกของเธอก็ได้รับพระพรด้วย ทำไมหนอพระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงเสด็จมาเยี่ยมข้าพเจ้า เมื่อฉันได้ยินคำทักทายของเธอ ลูกในครรภ์ของฉันก็ดิ้นด้วยความยินดี เธอเป็นสุขที่เชื่อว่า พระวาจาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่เธอไว้จะเป็นจริง”
     พระนางมารีย์ตรัสว่า “วิญญาณข้าพเจ้าประกาศความยิ่งใหญ่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า จิตใจของข้าพเจ้าชื่นชมยินดีในพระเจ้า พระผู้ทรงกอบกู้ข้าพเจ้า เพราะพระองค์ทอดพระเนตรผู้รับใช้ต่ำต้อยของพระองค์ ตั้งแต่นี้ไป ชนทุกสมัยจะกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นสุข พระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า พระนามของพระองค์ศักดิ์สิทธิ์ พระกรุณาต่อผู้ยำเกรงพระองค์แผ่ไปตลอดทุกยุคทุกสมัย พระองค์ทรงยกพระกรแสดงพระอานุภาพ ทรงขับไล่ผู้มีใจมักใหญ่ใฝ่สูงให้กระจัดกระจายไป ทรงคว่ำผู้ทรงอำนาจจากบัลลังก์ และทรงยกย่องผู้ต่ำต้อยให้สูงขึ้น พระองค์ประทานสิ่งดีทั้งหลายแก่ผู้อดอยาก ทรงส่งเศรษฐีให้กลับไปมือเปล่า พระองค์ทรงช่วยเหลืออิสราเอล ผู้รับใช้พระองค์ โดยทรงระลึกถึงพระกรุณา ดังที่ทรงสัญญาไว้แก่บรรพบุรุษของเรา แก่อับราฮัมและบุตรหลานตลอดไป
พระนางมารีย์ประทับอยู่กับนางเอลีซาเบธประมาณสามเดือนจึงเสด็จกลับ

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 30052014 เฝ้าเดี่ยวกับ อ ชาติชาย จารุวาที





(2ซมอ. 15:13 [THSV])
ผู้​สื่อ​สาร​คน​หนึ่ง​มา​เฝ้า​ดาวิด ทูล​ให้​ทรง​ทราบ​ว่า “ใจ​ของ​คน​อิส​รา​เอล​คล้อย​ตาม​อับ​ซา​โลม​ไป​แล้ว”
 
 


(2ซมอ. 15:14 [THSV])
 
 
 
 
แล้ว​ดาวิด​รับ​สั่ง​แก่​บรร​ดา​ข้า​ราช​การ​ที่​อยู่​กับ​พระ​องค์ ณ เย​รู​ซา​เล็ม​ว่า “จง​ลุก​ขึ้น ให้​เรา​หนี​ไป​เถอะ มิ​ฉะนั้น​เรา​จะ​ไม่​มี​ทาง​หนี​จาก​อับ​ซา​โลม จง​รีบ​ไป เกรง​ว่า​เขา​จะ​รีบ​มา​และ​ตาม​เรา​ทัน​และ​นำ​เหตุ​ร้าย​มา​ถึง​เรา และ​ทำ​ลาย​กรุง​นี้​เสีย​ด้วย​คม​ดาบ”
 
 


(2ซมอ. 15:15 [THSV])
 
 
 
 
ข้า​ราช​การ​ของ​พระ​รา​ชา​จึง​กราบ​ทูล​พระ​รา​ชา​ว่า “ดู​เถิด บรร​ดา​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​พร้อม​จะ​ทำ​ตาม​สิ่ง​ซึ่ง​พระ​รา​ชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท​ตัด​สิน​พระ​ทัย​ทุก​ประ​การ”
 
 


(2ซมอ. 15:16 [THSV])
 
 
 
 
พระ​รา​ชา​ก็​เสด็จ​ออก​ไป​พร้อม​กับ​คน​ทั้ง​หมด​ใน​ราช​สำ​นัก​ของ​พระ​องค์ เว้น​แต่​นาง​สนม 10 คน ได้​ทรง​ละ​ไว้​ให้​เฝ้า​พระ​ราช​วัง
 
 


(2ซมอ. 15:17 [THSV])
 
 
 
 
พระ​รา​ชา​ก็​เสด็จ​ออก​ไป ทหาร​ทั้ง​สิ้น​ก็​ตาม​พระ​องค์​ไป และ​เสด็จ​ประ​ทับ​ที่​บ้าน​ที่​ห่างไกล​ออก​ไป
 
 


(2ซมอ. 15:18 [THSV])
 
 
 
 
บรร​ดา​ข้า​ราช​การ​ทั้ง​สิ้น​เดิน​ผ่าน​ด้าน​ข้าง​พระ​องค์​ไป บรร​ดา​คน​เค​เร​ธี​และ​คน​เป​เลท​กับ​คน​กัท 600 คน​ที่​ติด​ตาม​พระ​องค์​มา​จาก​เมือง​กัท เดิน​ผ่าน​นำหน้า​พระ​รา​ชา​ไป
 
 


(2ซมอ. 15:19 [THSV])
 
 
 
 
พระ​รา​ชา​จึง​ตรัส​สั่ง​อิท​ทัย​คน​กัท​ว่า “ทำไม​เจ้า​จะ​ไป​กับ​พวก​เรา​ด้วย? จง​กลับ​ไป​อยู่​กับ​พระ​รา​ชา เพราะ​เจ้า​เป็น​คน​ต่าง​ด้าว และ​ถูก​เนร​เทศ​มา​ด้วย เจ้า​จง​กลับ​ไป​บ้าน​เมือง​ของ​เจ้า​เถิด
 
 


(2ซมอ. 15:20 [THSV])
 
 
 
 
เจ้า​เพิ่ง​มา​ถึง​เมื่อ​วาน​นี้ และ​วัน​นี้​ควร​ที่​เรา​จะ​ให้​เจ้า​ไปๆ มาๆ กับ​พวก​เรา​หรือ? ด้วย​เรา​ไม่​ทราบ​ว่า​จะ​ไป​ที่​ไหน? จง​กลับ​ไป​เถิด พา​พวก​พี่​น้อง​ของ​เจ้า​กลับ​ไป​ด้วย ขอ​ความ​รัก​มั่น​คง​และ​ความ​สัตย์​จริง​จง​อยู่​กับ​เจ้า​เถิด”
 
 


(2ซมอ. 15:21 [THSV])
 
 
 
 
แต่​อิท​ทัย​ทูล​ตอบ​พระ​รา​ชา​ว่า “พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่​แน่​ฉัน​ใด และ​พระ​รา​ชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่​แน่​ฉัน​ใด พระ​รา​ชา​เจ้า​นาย​ของ​ข้า​พระ​บาท​เสด็จ​ประ​ทับ​ที่​ไหน จะ​สิ้น​พระ​ชนม์​หรือ​ทรง​พระ​ชนม์ ผู้​รับ​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​ขอ​ไป​อยู่​ที่​นั้น​ด้วย”
 
 


(2ซมอ. 15:22 [THSV])
 
 
 
 
ดาวิด​ก็​รับ​สั่ง​กับ​อิท​ทัย​ว่า “จง​ไป​และ​เดิน​ผ่าน​ไป​เถิด” อิท​ทัย​ชาว​เมือง​กัท​จึง​ผ่าน​ไป​พร้อม​กับ​บรร​ดา​ผู้ใหญ่​และ​เด็ก​ทั้งหมด
 
 


(2ซมอ. 15:23 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​ทหาร​ทั้ง​หมด​เดิน​ผ่าน​ไป ชาว​เมือง​ทั้ง​หมด​ก็​ร้อง​ไห้​เสียง​ดัง พระ​รา​ชา​ก็​เสด็จ​ข้าม​ลำ​ธาร​ขิด​โรน และ​ทหาร​ทั้ง​หมด​ก็​เดิน​ผ่าน​ไป​ยัง​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
 
 


 
 
 
 
 
(2ซมอ. 15:13 [NET])
Then a messenger came to David and reported, “The men of Israel are loyal to Absalom!”
 
 


(2ซมอ. 15:14 [NET])
 
 
 
 
So David said to all his servants who were with him in Jerusalem, “Come on! Let’s escape! Otherwise no one will be delivered from Absalom! Go immediately, or else he will quickly overtake us and bring disaster on us and kill the city’s residents with the sword.”
 
 


(2ซมอ. 15:15 [NET])
 
 
 
 
The king’s servants replied to the king, “We will do whatever our lord the king decides.”
 
 


(2ซมอ. 15:16 [NET])
 
 
 
 
So the king and all the members of his royal court set out on foot, though the king left behind ten concubines to attend to the palace.
 
 


(2ซมอ. 15:17 [NET])
 
 
 
 
The king and all the people set out on foot, pausing at a spot some distance away.
 
 


(2ซมอ. 15:18 [NET])
 
 
 
 
All his servants were leaving with him, along with all the Kerethites, all the Pelethites, and all the Gittites – some six hundred men who had come on foot from Gath. They were leaving with the king.
 
 


(2ซมอ. 15:19 [NET])
 
 
 
 
Then the king said to Ittai the Gittite, “Why should you come with us? Go back and stay with the new king, for you are a foreigner and an exile from your own country.
 
 


(2ซมอ. 15:20 [NET])
 
 
 
 
It seems like you arrived just yesterday. Today should I make you wander around by going with us? I go where I must go. But as for you, go back and take your men with you. May genuine loyal love protect you!”
 
 


(2ซมอ. 15:21 [NET])
 
 
 
 
But Ittai replied to the king, “As surely as the LORD lives and as my lord the king lives, wherever my lord the king is, whether dead or alive, there I will be as well!”
 
 


(2ซมอ. 15:22 [NET])
 
 
 
 
So David said to Ittai, “Come along then.” So Ittai the Gittite went along, accompanied by all his men and all the dependents who were with him.
 
 


(2ซมอ. 15:23 [NET])
 
 
 
 
All the land was weeping loudly as all these people were leaving. As the king was crossing over the Kidron Valley, all the people were leaving on the road that leads to the desert.
 
 


 
 
 
 
 

บทอ่านประจำวัน 30 พฤษภาคม ศุกร์ สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา





วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2014สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
บทอ่านจากหนังสือกิจการอัครสาวก   
(
กจ 18:9-18 )      คืนหนึ่ง องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่เปาโลในนิมิตว่า “อย่ากลัว จงพูดต่อไป อย่าเงียบเลย เพราะเราสถิตอยู่กับท่าน ไม่มีใครกล้าทำร้ายท่าน เพราะหลายคนในเมืองนี้เป็นประชากรของเราแล้ว” เปาโลพักอยู่ที่นั่นและสั่งสอนพระวาจาของพระเจ้าแก่ชาวเมืองนั้นเป็นเวลา หนึ่งปีหกเดือน
ขณะ ที่กัลลิโอเป็นผู้ว่าราชการแคว้นอาคายา ชาวยิวช่วยกันจู่โจมจับเปาโลและนำเขาไปขึ้นศาล กล่าวฟ้องว่า “ชายผู้นี้ชักชวนประชาชนให้นมัสการพระเจ้าอย่างผิดกฎหมาย”
 

   เปาโลกำลังจะกล่าวตอบ กัลลิโอก็พูดกับชาวยิวว่า “ชาวยิวเอ๋ย ถ้าเป็นเรื่องอาชญากรรมหรือการฉ้อฉลเลวร้าย ข้าพเจ้ายินดีจะรับฟังคำร้องของท่านอย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็นเพียงปัญหาเรื่องคำสอน เรื่องถ้อยคำ เรื่องชื่อ และเรื่องธรรมบัญญัติของท่าน ท่านจงไปจัดการกันเองเถิด ข้าพเจ้าไม่ต้องการเป็นผู้พิพากษาตัดสินในเรื่องเช่นนี้” กัลลิโอจึงสั่งชาวยิวเหล่านั้นให้ออกไปจากศาล ทุกคนจับโสสเธเนส หัวหน้าศาลาธรรม และโบยตีต่อหน้าศาล แต่กัลลิโอมิได้สนใจเลย
เปาโล พักอยู่ในเมืองโครินธ์อีกหลายวัน กล่าวลาบรรดาพี่น้อง แล่นเรือไปยังแคว้นซีเรีย พร้อมกับปริสซิลลาและอาควิลา ก่อนออกเรือที่เมืองเคนเครียเปาโลโกนศีรษะ เพราะได้บนขอไว้

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น  ( ยน 16:20-23ก )

     เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “เรา บอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ท่านจะร้องไห้ คร่ำครวญ แต่โลกจะยินดี ท่านจะเศร้าโศก แต่ความเศร้าโศกของท่านจะเปลี่ยนเป็นความยินดี หญิงที่กำลังจะคลอดบุตรย่อมมีความทุกข์ เพราะถึงเวลาของนางแล้ว แต่เมื่อคลอดบุตรแล้ว นางก็จำความทุกข์ไม่ได้อีกต่อไป เพราะความยินดีที่มนุษย์คนหนึ่งเกิดมาในโลก ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน บัดนี้ท่านมีความทุกข์ แต่เราจะเห็นท่านอีก และใจของท่านจะยินดี ไม่มีใครนำความยินดีไปจากท่านได้ วันนั้น ท่านทั้งหลายจะไม่ถามอะไรจากเราอีก”

วันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

บทอ่านประจำวัน 29 พฤษภาคม พฤหัส สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา





วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2014สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา
บทอ่านจากหนังสือกิจการอัครสาวก   
กจ 18:1-8 )        
            
หลังจากนั้น เปาโลออกจากกรุงเอเธนส์ไปเมืองโครินธ์ เขาพบชาวยิวคนหนึ่ง ชื่ออาควิลา ชาวแคว้นปอนทัส เพิ่งมาจากอิตาลีพร้อมกับภรรยาชื่อปริสซิลลา เพราะพระจักรพรรดิคลาวดิอัสทรงออกพระราชกฤษฎีกาให้ชาวยิวทุกคนออกจากกรุงโรม เปาโลไปพบเขาทั้งสองคน พักอยู่และทำงานร่วมกันเพราะมีอาชีพเดียวกันคือเป็นช่างทำกระโจม ทุกวันสับบาโตเปาโลถกเถียงในศาลาธรรม พยายามชักชวนชาวยิวและชาวกรีกให้มีความเชื่อ
 

   เมื่อสิลาสและทิโมธีกลับมาจากแคว้นมาซิโดเนีย แล้ว เปาโลอุทิศตนเต็มที่ในการประกาศพระวาจาเป็นพยานยืนยันแก่ชาวยิวว่า พระเยซูเป็นพระคริสตเจ้า แต่เมื่อชาวยิวเหล่านั้นต่อต้านและพูดดูหมิ่นพระเจ้า เปาโลก็สะบัดฝุ่นจากเสื้อผ้าเป็นการตอบโต้ พูดกับเขาว่า “ถ้าท่านไม่รอดพ้น ก็เป็นเรื่องของท่าน ข้าพเจ้าไม่รับผิดชอบแล้ว ตั้งแต่นี้ไปข้าพเจ้าจะไปหาคนต่างศาสนา”
เปาโล ออกจากศาลาธรรมไปยังบ้านของทิธีอัสยุสตัส ผู้เลื่อมใสในพระเจ้า บ้านของเขาอยู่ติดกับศาลาธรรม คริสปัสหัวหน้าศาลาธรรมและทุกคนในครอบครัวมีความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า ชาวโครินธ์หลายคนที่ฟังเปาโล ก็มีความเชื่อและรับศีลล้างบาปด้วย



บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น ( ยน 16:16-20 )

     เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “อีกไม่นาน ท่านทั้งหลายจะไม่เห็นเรา และต่อไปไม่นาน ท่านจะเห็นเราอีก”
ศิษย์ บางคนจึงถามกันว่า “ที่พระองค์ตรัสกับเราว่า ‘อีกไม่นาน ท่านจะไม่เห็นเรา แล้วต่อไปไม่นาน ท่านจะเห็นเราอีก’ หมายความว่าอย่างไร และที่พระองค์ตรัสว่า ‘เรากำลังไปเฝ้าพระบิดา’ หมายความว่าอย่างไร” เขาพูดกันอีกว่า “ที่พระองค์ตรัสว่า ‘อีกไม่นาน’ นั้นหมายความว่าอย่างไรเราไม่เข้าใจว่าพระองค์กำลังตรัสอะไร” พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าบรรดาศิษย์ต้องการทูลถามพระองค์ จึงตรัสว่า “ท่านกำลังถามกันใช่ไหมถึงเรื่องที่เราบอกว่า อีกไม่นานท่านจะไม่เห็นเรา แล้วต่อไปไม่นานท่านจะเห็นเราอีก เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ท่านจะร้องไห้ คร่ำครวญ แต่โลกจะยินดี ท่านจะเศร้าโศก แต่ความเศร้าโศกของท่านจะเปลี่ยนเป็นความยินดี”

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 29052014 เฝ้าเดี่ยวกับ อาจารย์ ชาติชาย จารุวาที





(2ซมอ. 15:1 [THSV])
ต่อ​มา​ภาย​หลัง อับ​ซา​โลม​จัด​รถ​รบ​และ​ม้า​กับ​ทหาร​วิ่ง​นำ​หน้า 50 คน​ให้​ตน​เอง
 
 


(2ซมอ. 15:2 [THSV])
 
 
 
 
อับ​ซา​โลม​ตื่น​บรร​ทม​แต่​เช้า​ตรู่ ทรง​ยืน​ริม​ทาง​เข้า​ประ​ตู​เมือง ถ้า​ใคร​มี​เรื่อง​ถวาย​พระ​รา​ชา​ให้​ทรง​ตัด​สิน อับ​ซา​โลม​ก็​เรียก​ผู้​นั้น ถาม​ว่า “เจ้า​มา​จาก​เมือง​ไหน?” และ​เมื่อ​เขา​ทูล​ตอบ​ว่า “ผู้​รับ​ใช้​ของ​ท่าน​เป็น​คน​เผ่า​หนึ่ง​ใน​อิส​รา​เอล”
 
 


(2ซมอ. 15:3 [THSV])
 
 
 
 
อับ​ซา​โลม​จะ​บอก​เขา​ว่า “ดูสิ คำร้อง​ของ​เจ้า​ก็​ดี​และ​ถูก​ต้อง แต่​พระ​รา​ชา​ไม่​ได้​ทรง​ตั้ง​ใคร​ไว้​ฟัง​เจ้า”
 
 


(2ซมอ. 15:4 [THSV])
 
 
 
 
อับ​ซา​โลม​เคย​กล่าว​ยิ่ง​กว่า​นั้น​ว่า “เออ ถ้า​ใคร​ตั้ง​ข้า​เป็น​ผู้​พิพาก​ษา​ใน​แผ่น​ดิน​นี้​ก็​จะ​ดี เมื่อ​ใคร​มี​ข้อ​ขัด​แย้ง​หรือ​ต้องการ​คำ​ตัดสิน​จะ​ได้​มา​หา​ข้า และ​ข้า​จะ​ให้​ความ​ยุติ​ธรรม​แก่​เขา”
 
 


(2ซมอ. 15:5 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​มี​ใคร​เข้า​มา​ใกล้​จะ​ย่อ​ตัว​ลง​คำ​นับ​ท่าน ท่าน​จะ​ยื่น​มือ​พยุง​คน​นั้น​ไว้​และ​จูบ​เขา
 
 


(2ซมอ. 15:6 [THSV])
 
 
 
 
อับ​ซา​โลม​ทำ​อย่าง​นี้​แก่​คน​อิส​รา​เอล​ทั้งหมด ที่​มา​เฝ้า​พระ​รา​ชา​เพื่อ​ขอ​การ​พิพาก​ษา อับ​ซา​โลม​ก็​ชนะ​ใจ​บรรดา​คน​อิส​รา​เอล
 
 


(2ซมอ. 15:7 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​ล่วง​มา​ได้ 4 ปี อับ​ซา​โลม​ทูล​พระ​ราชา​ว่า “ขอ​ทรง​อนุ​ญาต​ให้​ข้า​พระ​บาท​ไป​แก้​บน ซึ่ง​ข้า​พระ​บาท​ได้​บน​ไว้​ต่อ​พระ​ยาห์​เวห์​ที่​เมือง​เฮโบรน
 
 


(2ซมอ. 15:8 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​ผู้​รับ​ใช้​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​ได้​บน​ไว้ เมื่อ​ครั้ง​ยัง​อยู่​ใน​เมือง​เก​ชูร์​ประ​เทศ​ซีเรีย​ว่า ‘ถ้า​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​นำ​ข้า​พระ​องค์​กลับมา​ยัง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​จริง​แล้ว ข้า​พระ​องค์​จะ​ถวาย​นมัส​การ​พระ​ยาห์​เวห์’ ”
 
 


(2ซมอ. 15:9 [THSV])
 
 
 
 
พระ​รา​ชา​ตรัส​ตอบ​ท่าน​ว่า “จง​ไป​เป็น​สุข​เถิด” ท่าน​ก็​ลุก​ขึ้น​ไป​ยัง​เมือง​เฮ​โบรน
 
 


(2ซมอ. 15:10 [THSV])
 
 
 
 
แต่​อับ​ซา​โลม​ได้​ส่ง​ผู้​สื่อ​สาร​ลับ​ไป​ทั่ว​อิส​รา​เอล​ทุก​เผ่า​ว่า “พวก​ท่าน​ได้​ยิน​เสียง​เขา​สัตว์​เมื่อ​ไร จง​กล่าว​กัน​ว่า ‘อับ​ซา​โลม​เป็น​กษัตริย์​ที่​เฮ​โบรน’ ”
 
 


(2ซมอ. 15:11 [THSV])
 
 
 
 
มี​ชาย 200 คน​ไป​กับ​อับ​ซา​โลม​จาก​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม เป็น​คน​ที่​ถูก​เชิญ​ไป คน​เหล่า​นี้​ไป​อย่าง​บริสุทธิ์​ใจ ไม่​รู้​เรื่อง​ทั้ง​สิ้น​เลย
 
 


(2ซมอ. 15:12 [THSV])
 
 
 
 
ขณะ​เมื่อ​อับ​ซา​โลม​ถวาย​สัตว​บูชา​อยู่ ท่าน​ส่ง​คน​ไป​เชิญ​อา​หิ​โธ​เฟล​ชาว​กิ​โลห์​ที่​ปรึก​ษา​ของ​ดาวิด​มา​จาก​เมือง​ของ​เขา คือ​กิ​โลห์ การ​คบ​คิด​กัน​นั้น​ก็​เพิ่ม​กำ​ลัง​ขึ้น คน​ที่​มา​ฝัก​ใฝ่​อยู่​กับ​อับ​ซา​โลม​ก็​มาก​ขึ้น
 
 


 
 
 
 
 

คำเทศนา วันอาทิตย์ที่ 18/5/2014 (+เพลย์ลิสต์)





(กท. 2:1 [THSV])
สิบ​สี่​ปี​ต่อ​มา ข้าพ​เจ้า​กับ​บาร​นา​บัส​ได้​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​อีก และ​พา​ทิ​ตัส​ไป​ด้วย
 
 


(กท. 2:2 [THSV])
 
 
 
 
ข้าพ​เจ้า​ขึ้น​ไป​ตาม​ที่​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​สำ​แดง​แก่​ข้าพ​เจ้า และ​ข้าพ​เจ้า​ได้​เล่า​ข่าว​ประ​เสริฐ​ที่​ข้าพ​เจ้า​ประ​กาศ​แก่​คน​ต่าง​ชาติ​ให้​พวก​เขา​ฟัง (แต่​ได้​เล่า​ให้​คน​สำ​คัญ​บาง​คน​ฟัง​เป็น​ส่วน​ตัว) เกรง​ว่า​ข้าพ​เจ้า​อาจ​จะ​วิ่ง​แข่ง​หรือ​วิ่ง​อย่าง​ไร้​ประ​โยชน์
 
 


(กท. 2:3 [THSV])
 
 
 
 
ถึง​แม้​ทิตัส​ซึ่ง​อยู่​กับ​ข้าพ​เจ้า​จะ​เป็น​คน​กรีก เขา​ก็​ไม่​ได้​ถูก​บัง​คับ​ให้​เข้า​สุหนัต
 
 


(กท. 2:4 [THSV])
 
 
 
 
แต่​เรื่อง​นี้​เกิด​ขึ้น​เพราะ​ว่า​มี​พี่​น้อง​จอม​ปลอม​ลอบ​เข้า​มา​สอด​แนม​ดู​เสรี​ภาพ​ซึ่ง​เรา​มี​ใน​พระ​เยซู​คริสต์ พวก​เขา​หวัง​จะ​ทำ​ให้​เรา​เป็น​ทาส
 
 


(กท. 2:5 [THSV])
 
 
 
 
แต่​เรา​ไม่​ได้​ยอม​อ่อน​ข้อ​ให้​กับ​พวก​เขา​แม้​ชั่ว​ประ​เดี๋ยว​เดียว เพื่อ​ให้​ความ​จริง​ของ​ข่าว​ประ​เสริฐ​นั้น​ดำ​รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ต่อ​ไป
 
 


(กท. 2:6 [THSV])
 
 
 
 
และ​จาก​คน​สำ​คัญ​บาง​คน​ที่​ยัง​อยู่ (เขา​จะ​เคย​เป็น​อะไร​มา​ก่อน ก็​ไม่​สำ​คัญ​อะไร​สำ​หรับ​ข้าพ​เจ้า​เลย พระ​เจ้า​ไม่​ทรง​เห็น​แก่​หน้า​ใคร) คน​สำ​คัญ​เหล่า​นั้น​ไม่​ได้​เพิ่ม​เติม​สิ่ง​หนึ่ง​สิ่ง​ใด​ให้​แก่​ข้าพ​เจ้า​เลย
 
 


(กท. 2:7 [THSV])
 
 
 
 
แต่​ตรง​ข้าม เมื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​เห็น​ว่า ข้าพเจ้า​ได้​รับ​มอบ​ให้​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​แก่​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต เช่น​เดียว​กับ​เป​โตร​ได้​รับ​มอบ​ให้​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​แก่​คน​ที่​ได้​เข้า​สุหนัต
 
 


(กท. 2:8 [THSV])
 
 
 
 
(เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ผู้​ได้​ทรง​ทำ​กิจ​ใน​เป​โตร​ให้​เป็น​อัคร​ทูต​ไป​ยัง​พวก​ที่​เข้า​สุหนัต ก็​ได้​ทรง​ทำ​กิจ​ใน​ข้าพ​เจ้า​ให้​ไป​ยัง​คน​ต่าง​ชาติ​เหมือน​กัน)
 
 


(กท. 2:9 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​ยา​กอบ​กับ​เค​ฟาส​และ​ยอห์น ผู้​ที่​เขา​นับ​ถือ​ว่า​เป็น​เสา​หลัก เห็น​พระ​คุณ​ซึ่ง​ประ​ทาน​แก่​ข้าพ​เจ้า​แล้ว​ก็​ได้​จับ​มือ​ขวา​ของ​ข้าพ​เจ้า​กับ​บาร​นา​บัส แสดง​ว่า​เป็น​เพื่อน​ร่วม​งาน​กัน เพื่อ​ให้​เรา​ไป​หา​คน​ต่าง​ชาติ และ​ท่าน​เหล่า​นั้น​จะ​ไป​หา​พวก​ที่​เข้า​สุหนัต
 
 


(กท. 2:10 [THSV])
 
 
 
 
ท่าน​เหล่า​นั้น​ขอ​แต่​เพียง​ให้​เรา​นึก​ถึง​คน​จน ซึ่ง​เป็น​สิ่ง​ที่​ข้าพ​เจ้า​ทำ​อย่าง​กระ​ตือ​รือ​ร้น​อยู่​แล้ว
 
 


(กท. 2:11 [THSV])
 
 
 
 
แต่​เมื่อ​เค​ฟาส​มา​ถึง​เมือง​อัน​ทิ​โอก​แล้ว ข้าพ​เจ้า​ก็​ได้​คัด​ค้าน​ท่าน​ซึ่งๆ หน้า เพราะ​ว่า​ท่าน​ทำ​ผิด​แน่
 
 


(กท. 2:12 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​ก่อน​ที่​คน​ของ​ยา​กอบ​มา​ถึง​นั้น ท่าน​ได้​กิน​อาหาร​ร่วม​กับ​คน​ต่าง​ชาติ แต่​พอ​คน​พวก​นั้น​มา​ถึง ท่าน​ก็​ปลีก​ตัว​ออก​ไป​อยู่​เสีย​ต่าง​หาก​เพราะ​กลัว​พวก​เข้า​สุหนัต
 
 


(กท. 2:13 [THSV])
 
 
 
 
และ​พวก​ยิว​คน​อื่นๆ ก็​ได้​แสร้ง​ทำ​ตาม​ท่าน แม้​แต่​บาร​นาบัส​ก็​หลง​แสร้ง​ทำ​ตาม​คน​เหล่า​นั้น​ไป​ด้วย
 
 


(กท. 2:14 [THSV])
 
 
 
 
แต่​เมื่อ​ข้าพ​เจ้า​เห็น​ว่า พวก​เขา​ไม่​ได้​ประ​พฤติ​ตรง​ตาม​ความ​จริง​ของ​ข่าว​ประ​เสริฐ​นั้น ข้าพ​เจ้า​จึง​กล่าว​กับ​เค​ฟาส​ต่อ​หน้า​คน​ทุก​คน​ว่า “ถ้า​ท่าน​เอง​ซึ่ง​เป็น​พวก​ยิว​ประ​พฤติ​ตาม​อย่าง​คน​ต่าง​ชาติ ไม่​ใช่​ตาม​อย่าง​พวก​ยิว ทำไม​ท่าน​จึง​บัง​คับ​คน​ต่าง​ชาติ​ให้​ประพฤติ​ตาม​อย่าง​พวก​ยิว​เล่า?”
 
 


(กท. 2:15 [THSV])
 
 
 
 
เรา​ผู้​เป็น​ยิว​โดย​กำ​เนิด ไม่​ใช่​คน​บาป​ที่​มา​จาก​คน​ต่าง​ชาติ
 
 


(กท. 2:16 [THSV])
 
 
 
 
ยัง​รู้​ว่า​ไม่​มี​ใคร​ถูก​ชำระ​ให้​ชอบ​ธรรม​ได้ โดย​การ​ประ​พฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ แต่​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​เท่า​นั้น เรา​เอง​ก็​ได้​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์ เพื่อ​จะ​ถูก​นับ​ว่า​ชอบ​ธรรม​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​คริสต์ ไม่​ใช่​โดย​การ​ประพฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ เพราะ​ว่า​โดย​การ​ประพฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ​นั้น ไม่​มี​มนุษย์​คน​ใด​จะ​ถูก​นับ​ว่า​ชอบ​ธรรม​ได้​เลย
 
 


(กท. 2:17 [THSV])
 
 
 
 
แต่​ถ้า​ใน​ขณะ​ที่​เรา​กำ​ลัง​ขวน​ขวาย​จะ​ถูก​ชำระ​ให้​ชอบ​ธรรม​โดย​พระคริสต์​นั้น กลับ​ถูก​พบ​ว่า​เป็น​คน​บาป​ไป​ด้วย พระ​คริสต์​จะ​ทรง​เป็น​ผู้​ส่ง​เสริม​บาป​หรือ? ไม่​ใช่​อย่าง​แน่​นอน
 
 


(กท. 2:18 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​ถ้า​ข้าพ​เจ้า​ก่อ​สิ่ง​ซึ่ง​ข้าพ​เจ้า​ได้​รื้อ​ทำ​ลาย​ลง​แล้ว​ขึ้น​มา​อีก ข้าพ​เจ้า​ก็​แสดง​ตัว​ว่า​ข้าพ​เจ้า​เอง​เป็น​คน​ละ​เมิด​ธรรม​บัญ​ญัติ
 
 


(กท. 2:19 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​โดย​ธรรม​บัญ​ญัติ​นั้น ข้าพ​เจ้า​ได้​ตาย​ต่อ​ธรรม​บัญ​ญัติ​แล้ว เพื่อ​จะ​ได้​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อ​พระ​เจ้า ข้าพ​เจ้า​ถูก​ตรึง​ร่วม​กับ​พระ​คริสต์​แล้ว
 
 


(กท. 2:20 [THSV])
 
 
 
 
ข้าพ​เจ้า​เอง​ไม่​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อ​ไป แต่​พระ​คริสต์​ต่าง​หาก​ที่​ทรง​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​ข้าพ​เจ้า ชีวิต​ซึ่ง​ข้าพ​เจ้า​ดำ​เนิน​อยู่​ใน​ร่าง​กาย​ขณะ​นี้ ข้าพ​เจ้า​ดำ​เนิน​อยู่​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​ได้​ทรง​รัก​ข้าพ​เจ้า และ​ได้​ทรง​สละ​พระ​องค์​เอง​เพื่อ​ข้าพ​เจ้า
 
 


(กท. 2:21 [THSV])
 
 
 
 
ข้าพเจ้า​ไม่​ได้​ทำ​ให้​พระ​คุณ​ของ​พระ​เจ้า​เป็น​โมฆะ เพราะ​ว่า​ถ้า​ความ​ชอบ​ธรรม​เกิด​จาก​ธรรม​บัญ​ญัติ​แล้ว พระ​คริสต์​ก็​สิ้น​พระ​ชนม์​โดย​เปล่า​ประ​โยชน์
 
 


 
 
 
 
 

วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

คำเทศนา วันอาทิตย์ที่ 11/5/2014





(กท. 1:1 [THSV])
เปา​โล ผู้​เป็น​อัคร​ทูต (ซึ่ง​ไม่​ได้​รับ​การ​แต่ง​ตั้ง​จาก​มนุษย์ หรือ​โดย​มนุษย์ แต่​โดย​พระ​เยซู​คริสต์​และ​พระ​เจ้า​พระ​บิดา ผู้​โปรด​ให้​พระ​เยซู​เป็น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย ได้​ทรง​แต่ง​ตั้ง)
 
 


(กท. 1:2 [THSV])
 
 
 
 
และ​บรร​ดา​พี่​น้อง​ที่​อยู่​กับ​ข้าพ​เจ้า เรียน คริสต​จักร​ทั้ง​หลาย​แห่ง​แคว้น​กาลาเทีย
 
 


(กท. 1:3 [THSV])
 
 
 
 
ขอ​ให้​พระ​คุณ​และ​สันติ​สุข​จาก​พระ​เจ้า​พระ​บิดา​ของ​เรา​และ​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ดำ​รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เถิด
 
 


(กท. 1:4 [THSV])
 
 
 
 
พระ​เยซู​ทรง​สละ​พระ​องค์​เอง​เพราะ​บาป​ของ​เรา เพื่อ​ช่วย​เรา​ให้​พ้น​จาก​ยุค​ปัจ​จุบัน​อัน​ชั่ว​ร้าย ตาม​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​เป็น​พระ​บิดา​ของ​เรา
 
 


(กท. 1:5 [THSV])
 
 
 
 
ขอ​ให้​พระ​เกียรติ​มี​แด่​พระ​องค์​ตลอด​ชั่ว​นิรันดร์ อา​เมน
 
 


(กท. 1:6 [THSV])
 
 
 
 
ข้าพ​เจ้า​รู้​สึก​ประ​หลาด​ใจ​ที่​พวก​ท่าน​ด่วน​ละ​ทิ้ง​พระ​องค์​ผู้​ซึ่ง​ทรง​เรียก​ท่าน​มา​โดย​พระ​คุณ​ของ​พระ​คริสต์ และ​หัน​ไป​หา​ข่าว​ประ​เสริฐ​อื่น​เสีย
 
 


(กท. 1:7 [THSV])
 
 
 
 
ซึ่ง​ที่​จริง​ไม่​ใช่​ข่าว​ประ​เสริฐ แต่​มี​บาง​คน​ทำ​ให้​พวก​ท่าน​ยุ่ง​ยาก และ​ปรา​รถ​นา​บิด​เบือน​ข่าว​ประ​เสริฐ​ของ​พระ​คริสต์
 
 


(กท. 1:8 [THSV])
 
 
 
 
แม้​แต่​เรา​เอง​หรือ​ทูต​จาก​ฟ้า​สวรรค์ ถ้า​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​อื่น​แก่​พวก​ท่าน ซึ่ง​ขัด​กับ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ที่​เรา​ได้​ประ​กาศ​แก่​พวก​ท่าน​ไป​แล้ว​นั้น ก็​จะ​ต้อง​ถูก​แช่ง​สาป
 
 


(กท. 1:9 [THSV])
 
 
 
 
ตาม​ที่​เรา​ได้​พูด​ไว้​ก่อน​แล้ว และ​บัด​นี้​ข้าพ​เจ้า​ขอ​พูด​อีก​ว่า ถ้า​ใคร​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​อื่น​แก่​พวก​ท่าน ที่​ขัด​กับ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ซึ่ง​พวก​ท่าน​ได้​รับ​ไว้​แล้ว ให้​ผู้​นั้น​ถูก​แช่ง​สาป
 
 


(กท. 1:10 [THSV])
 
 
 
 
บัด​นี้​ข้าพ​เจ้า​กำ​ลัง​แสวง​หา​การ​ยอม​รับ​จาก​มนุษย์​หรือ​จาก​พระ​เจ้า? ข้าพ​เจ้า​อุตส่าห์​เอา​ใจ​มนุษย์​หรือ? ถ้า​ข้าพ​เจ้า​กำ​ลัง​เอา​ใจ​มนุษย์​อยู่ ข้าพ​เจ้า​ก็​ไม่​ใช่​ทาส​ของ​พระ​คริสต์
 
 


(กท. 1:11 [THSV])
 
 
 
 
พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ข้าพ​เจ้า​อยาก​ให้​ท่าน​ทราบ​ว่า ข่าว​ประ​เสริฐ​ที่​ประ​กาศ​โดย​ข้าพ​เจ้า​นั้น​ไม่​ใช่​ของ​มนุษย์
 
 


(กท. 1:12 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​ข้าพ​เจ้า​ไม่​ได้​รับ​ข่าว​ประ​เสริฐ​นั้น​จาก​มนุษย์ ไม่​มี​ใคร​สอน​ข้าพ​เจ้า แต่​พระ​เยซู​คริสต์​ทรง​สำแดง​แก่​ข้าพ​เจ้า
 
 


(กท. 1:13 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​ท่าน​ก็​ได้​ยิน​ถึง​ชีวิต​ใน​อดีต​ของ​ข้าพ​เจ้า เมื่อ​ยัง​อยู่​ใน​ศาส​นา​ยิว​ว่า ข้าพ​เจ้า​ได้​ข่ม​เหง​คริสต​จักร​ของ​พระ​เจ้า​อย่าง​ร้าย​แรง​ยิ่ง​นัก และ​พยา​ยาม​ทำลาย​เสีย
 
 


(กท. 1:14 [THSV])
 
 
 
 
และ​ข้าพ​เจ้า​ได้​ก้าว​หน้า​ใน​ด้าน​ศาสนา​ยิว​เหนือ​กว่า​เพื่อน​ร่วม​ชาติ​หลาย​คน​ที่​มี​อายุ​รุ่น​ราว​คราว​เดียว​กัน ข้าพ​เจ้า​มี​ความ​กระ​ตือ​รือ​ร้น​กว่า​ใน​เรื่อง​ขนบ​ธรรม​เนียม​ของ​บรรพ​บุรุษ​ของ​ข้าพ​เจ้า
 
 


(กท. 1:15 [THSV])
 
 
 
 
แต่​เมื่อ​พระ​เจ้า ผู้​ทรง​แยก​ข้าพ​เจ้า​ไว้​ตั้ง​แต่​อยู่​ใน​ครรภ์​มารดา​และ​ได้​ทรง​เรียก​ใช้​ข้าพ​เจ้า​โดย​พระ​คุณ​ของ​พระ​องค์​นั้น พอ​พระ​ทัย
 
 


(กท. 1:16 [THSV])
 
 
 
 
ที่​จะ​ทรง​สำ​แดง​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์​แก่​ข้าพ​เจ้า เพื่อ​ให้​ข้าพ​เจ้า​ประ​กาศ​พระ​บุตร​แก่​คน​ต่าง​ชาติ​นั้น ข้าพ​เจ้า​ก็​ไม่​ได้​ปรึก​ษา​กับ​มนุษย์​คน​ใด​เลย
 
 


(กท. 1:17 [THSV])
 
 
 
 
และ​ข้าพ​เจ้า​ก็​ไม่​ได้​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม เพื่อ​พบ​กับ​ผู้​ที่​เป็น​อัคร​ทูต​ก่อน​ข้าพ​เจ้า แต่​ข้าพ​เจ้า​ได้​ออก​ไป​ยัง​ประ​เทศ​อา​ระ​เบีย​ทัน​ที แล้ว​ก็​กลับ​มา​ยัง​กรุง​ดา​มัส​กัส​อีก
 
 


(กท. 1:18 [THSV])
 
 
 
 
สาม​ปี​ต่อ​มา ข้าพ​เจ้า​ขึ้น​ไป​หา​เค​ฟาส​ที่​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม และ​พัก​อยู่​กับ​ท่าน​สิบ​ห้า​วัน
 
 


(กท. 1:19 [THSV])
 
 
 
 
แต่​ว่า​ข้าพ​เจ้า​ไม่​ได้​พบ​อัคร​ทูต​คน​อื่น​เลย นอก​จาก​ยา​กอบ น้อง​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า
 
 


(กท. 1:20 [THSV])
 
 
 
 
(เรื่อง​ที่​ข้าพ​เจ้า​เขียน​มา​ถึง​ท่าน​นี้ ข้าพ​เจ้า​ขอ​กล่าว​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระเจ้า​ว่า​ข้าพ​เจ้า​ไม่​โก​หก​เลย)
 
 


(กท. 1:21 [THSV])
 
 
 
 
หลัง​จาก​นั้น ข้าพ​เจ้า​ก็​เข้า​ไป​ใน​เขต​แดน​ซีเรีย​และ​ซีลี​เซีย
 
 


(กท. 1:22 [THSV])
 
 
 
 
ข้าพ​เจ้า​ไม่​เป็น​ที่​รู้จัก​ของ​คริสต​จักร​เหล่า​นั้น​ใน​แคว้น​ยูเดีย​ที่​อยู่​ใน​พระ​คริสต์​เลย
 
 


(กท. 1:23 [THSV])
 
 
 
 
เขา​ทั้ง​หลาย​เพียง​แต่​ได้​ยิน​ว่า “ผู้​ที่​เคย​ข่ม​เหง​เรา บัด​นี้​ได้​ประ​กาศ​ความ​เชื่อ​ซึ่ง​เขา​ได้​เคย​พยา​ยาม​ทำ​ลาย”
 
 


(กท. 1:24 [THSV])
 
 
 
 
พวก​เขา​ได้​สรร​เสริญ​พระ​เจ้า​ก็​เพราะ​ข้าพ​เจ้า