(2ซมอ. 11:14 [THSV])
พอรุ่งเช้าดาวิดทรงเขียนถึงโยอาบ และส่งไปกับมืออุรียาห์
(2ซมอ. 11:15 [THSV])
ดาวิดทรงเขียนจดหมายนั้นว่า “จงตั้งอุรียาห์ให้อยู่กองหน้าของการรบที่ดุเดือดที่สุด แล้วให้พวกเจ้าถอยไปจากเขาเพื่อให้เขาถูกฆ่าตาย”
(2ซมอ. 11:16 [THSV])
เมื่อโยอาบกำลังเฝ้าล้อมเมืองอยู่ ท่านจึงกำหนดให้อุรียาห์ไปที่ที่ท่านทราบว่ามีพวกทหารเข้มแข็งที่นั่น
(2ซมอ. 11:17 [THSV])
คนของเมืองนั้นก็ออกมาสู้รบกับโยอาบ มีทหารบางคนคือทหารของดาวิดล้มตาย อุรียาห์คนฮิตไทต์ก็ตายด้วย
(2ซมอ. 11:18 [THSV])
โยอาบจึงส่งคนไปทูลเรื่องการรบทั้งสิ้นให้ดาวิดทรงทราบ
(2ซมอ. 11:19 [THSV])
ท่านกำชับผู้สื่อสารนั้นว่า “เมื่อเจ้าทูลเรื่องราวการรบทั้งสิ้นต่อพระราชาเสร็จแล้ว
(2ซมอ. 11:20 [THSV])
ถ้าพระราชากริ้วขึ้นมาและตรัสถามเจ้าว่า ‘ทำไมพวกเจ้าจึงเข้ารบใกล้เมืองนั้น? พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าเขาจะยิงจากกำแพง?
(2ซมอ. 11:21 [THSV])
ใครฆ่าอาบีเมเลคบุตรเยรุบเบเชท ไม่ใช่ผู้หญิงคนหนึ่งเอาหินโม่ท่อนบนทุ่มเขาจากกำแพงเมือง จนเขาตายที่เมืองเธเบศหรือ? ทำไมพวกเจ้าจึงเข้าไปใกล้กำแพง?’ ให้เจ้ากราบทูลว่า ‘อุรียาห์คนฮิตไทต์ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทก็ตายด้วย’ ”
(2ซมอ. 11:22 [THSV])
ผู้สื่อสารก็ไป เขามาทูลดาวิดให้ทรงทราบทุกอย่างตามที่โยอาบส่งเขามา
(2ซมอ. 11:23 [THSV])
ผู้สื่อสารนั้นกราบทูลดาวิดว่า “คนเหล่านั้นมีกำลังเหนือเรา และออกมาสู้กับเราที่กลางทุ่ง แต่เราไล่พวกเขาไปถึงทางเข้าประตูเมือง
(2ซมอ. 11:24 [THSV])
แล้วทหารธนูก็ยิงทหารของฝ่าพระบาทจากกำแพง ทหารของพระราชาบางคนก็สิ้นชีวิต และอุรียาห์คนฮิตไทต์ทหารของฝ่าพระบาทก็สิ้นชีวิตด้วย”
(2ซมอ. 11:25 [THSV])
ดาวิดก็รับสั่งผู้สื่อสารนั้นว่า “จงหนุนใจโยอาบและจงบอกท่านดังนี้ว่า ‘อย่าให้เรื่องนี้ทำให้ท่านทุกข์ใจ เพราะดาบย่อมสังหารไม่ว่าคนนั้นหรือคนนี้ จงสู้รบให้เข้มแข็งขึ้น และทำลายเมืองนั้นเสียให้ได้’ ”
(2ซมอ. 11:26 [THSV])
เมื่อภรรยาของอุรียาห์ทราบว่า อุรียาห์สามีของนางสิ้นชีวิตแล้ว นางก็คร่ำครวญเรื่องสามีของนาง
(2ซมอ. 11:27 [THSV])
เมื่อการไว้ทุกข์ผ่านไปแล้ว ดาวิดก็ส่งคนไปให้รับนางมาที่พระราชวัง และนางก็ได้เป็นมเหสีองค์หนึ่งของพระองค์ ประสูติโอรสองค์หนึ่งให้พระองค์ แต่สิ่งซึ่งดาวิดทรงทำนั้นชั่วร้ายในสายพระเนตรพระยาห์เวห์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น