วันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

คำเทศนา วันอาทิตย์ที่ 18/5/2014 (+เพลย์ลิสต์)





(กท. 2:1 [THSV])
สิบ​สี่​ปี​ต่อ​มา ข้าพ​เจ้า​กับ​บาร​นา​บัส​ได้​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​อีก และ​พา​ทิ​ตัส​ไป​ด้วย
 
 


(กท. 2:2 [THSV])
 
 
 
 
ข้าพ​เจ้า​ขึ้น​ไป​ตาม​ที่​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​สำ​แดง​แก่​ข้าพ​เจ้า และ​ข้าพ​เจ้า​ได้​เล่า​ข่าว​ประ​เสริฐ​ที่​ข้าพ​เจ้า​ประ​กาศ​แก่​คน​ต่าง​ชาติ​ให้​พวก​เขา​ฟัง (แต่​ได้​เล่า​ให้​คน​สำ​คัญ​บาง​คน​ฟัง​เป็น​ส่วน​ตัว) เกรง​ว่า​ข้าพ​เจ้า​อาจ​จะ​วิ่ง​แข่ง​หรือ​วิ่ง​อย่าง​ไร้​ประ​โยชน์
 
 


(กท. 2:3 [THSV])
 
 
 
 
ถึง​แม้​ทิตัส​ซึ่ง​อยู่​กับ​ข้าพ​เจ้า​จะ​เป็น​คน​กรีก เขา​ก็​ไม่​ได้​ถูก​บัง​คับ​ให้​เข้า​สุหนัต
 
 


(กท. 2:4 [THSV])
 
 
 
 
แต่​เรื่อง​นี้​เกิด​ขึ้น​เพราะ​ว่า​มี​พี่​น้อง​จอม​ปลอม​ลอบ​เข้า​มา​สอด​แนม​ดู​เสรี​ภาพ​ซึ่ง​เรา​มี​ใน​พระ​เยซู​คริสต์ พวก​เขา​หวัง​จะ​ทำ​ให้​เรา​เป็น​ทาส
 
 


(กท. 2:5 [THSV])
 
 
 
 
แต่​เรา​ไม่​ได้​ยอม​อ่อน​ข้อ​ให้​กับ​พวก​เขา​แม้​ชั่ว​ประ​เดี๋ยว​เดียว เพื่อ​ให้​ความ​จริง​ของ​ข่าว​ประ​เสริฐ​นั้น​ดำ​รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ต่อ​ไป
 
 


(กท. 2:6 [THSV])
 
 
 
 
และ​จาก​คน​สำ​คัญ​บาง​คน​ที่​ยัง​อยู่ (เขา​จะ​เคย​เป็น​อะไร​มา​ก่อน ก็​ไม่​สำ​คัญ​อะไร​สำ​หรับ​ข้าพ​เจ้า​เลย พระ​เจ้า​ไม่​ทรง​เห็น​แก่​หน้า​ใคร) คน​สำ​คัญ​เหล่า​นั้น​ไม่​ได้​เพิ่ม​เติม​สิ่ง​หนึ่ง​สิ่ง​ใด​ให้​แก่​ข้าพ​เจ้า​เลย
 
 


(กท. 2:7 [THSV])
 
 
 
 
แต่​ตรง​ข้าม เมื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​เห็น​ว่า ข้าพเจ้า​ได้​รับ​มอบ​ให้​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​แก่​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต เช่น​เดียว​กับ​เป​โตร​ได้​รับ​มอบ​ให้​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​แก่​คน​ที่​ได้​เข้า​สุหนัต
 
 


(กท. 2:8 [THSV])
 
 
 
 
(เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ผู้​ได้​ทรง​ทำ​กิจ​ใน​เป​โตร​ให้​เป็น​อัคร​ทูต​ไป​ยัง​พวก​ที่​เข้า​สุหนัต ก็​ได้​ทรง​ทำ​กิจ​ใน​ข้าพ​เจ้า​ให้​ไป​ยัง​คน​ต่าง​ชาติ​เหมือน​กัน)
 
 


(กท. 2:9 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​ยา​กอบ​กับ​เค​ฟาส​และ​ยอห์น ผู้​ที่​เขา​นับ​ถือ​ว่า​เป็น​เสา​หลัก เห็น​พระ​คุณ​ซึ่ง​ประ​ทาน​แก่​ข้าพ​เจ้า​แล้ว​ก็​ได้​จับ​มือ​ขวา​ของ​ข้าพ​เจ้า​กับ​บาร​นา​บัส แสดง​ว่า​เป็น​เพื่อน​ร่วม​งาน​กัน เพื่อ​ให้​เรา​ไป​หา​คน​ต่าง​ชาติ และ​ท่าน​เหล่า​นั้น​จะ​ไป​หา​พวก​ที่​เข้า​สุหนัต
 
 


(กท. 2:10 [THSV])
 
 
 
 
ท่าน​เหล่า​นั้น​ขอ​แต่​เพียง​ให้​เรา​นึก​ถึง​คน​จน ซึ่ง​เป็น​สิ่ง​ที่​ข้าพ​เจ้า​ทำ​อย่าง​กระ​ตือ​รือ​ร้น​อยู่​แล้ว
 
 


(กท. 2:11 [THSV])
 
 
 
 
แต่​เมื่อ​เค​ฟาส​มา​ถึง​เมือง​อัน​ทิ​โอก​แล้ว ข้าพ​เจ้า​ก็​ได้​คัด​ค้าน​ท่าน​ซึ่งๆ หน้า เพราะ​ว่า​ท่าน​ทำ​ผิด​แน่
 
 


(กท. 2:12 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​ก่อน​ที่​คน​ของ​ยา​กอบ​มา​ถึง​นั้น ท่าน​ได้​กิน​อาหาร​ร่วม​กับ​คน​ต่าง​ชาติ แต่​พอ​คน​พวก​นั้น​มา​ถึง ท่าน​ก็​ปลีก​ตัว​ออก​ไป​อยู่​เสีย​ต่าง​หาก​เพราะ​กลัว​พวก​เข้า​สุหนัต
 
 


(กท. 2:13 [THSV])
 
 
 
 
และ​พวก​ยิว​คน​อื่นๆ ก็​ได้​แสร้ง​ทำ​ตาม​ท่าน แม้​แต่​บาร​นาบัส​ก็​หลง​แสร้ง​ทำ​ตาม​คน​เหล่า​นั้น​ไป​ด้วย
 
 


(กท. 2:14 [THSV])
 
 
 
 
แต่​เมื่อ​ข้าพ​เจ้า​เห็น​ว่า พวก​เขา​ไม่​ได้​ประ​พฤติ​ตรง​ตาม​ความ​จริง​ของ​ข่าว​ประ​เสริฐ​นั้น ข้าพ​เจ้า​จึง​กล่าว​กับ​เค​ฟาส​ต่อ​หน้า​คน​ทุก​คน​ว่า “ถ้า​ท่าน​เอง​ซึ่ง​เป็น​พวก​ยิว​ประ​พฤติ​ตาม​อย่าง​คน​ต่าง​ชาติ ไม่​ใช่​ตาม​อย่าง​พวก​ยิว ทำไม​ท่าน​จึง​บัง​คับ​คน​ต่าง​ชาติ​ให้​ประพฤติ​ตาม​อย่าง​พวก​ยิว​เล่า?”
 
 


(กท. 2:15 [THSV])
 
 
 
 
เรา​ผู้​เป็น​ยิว​โดย​กำ​เนิด ไม่​ใช่​คน​บาป​ที่​มา​จาก​คน​ต่าง​ชาติ
 
 


(กท. 2:16 [THSV])
 
 
 
 
ยัง​รู้​ว่า​ไม่​มี​ใคร​ถูก​ชำระ​ให้​ชอบ​ธรรม​ได้ โดย​การ​ประ​พฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ แต่​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​เท่า​นั้น เรา​เอง​ก็​ได้​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์ เพื่อ​จะ​ถูก​นับ​ว่า​ชอบ​ธรรม​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​คริสต์ ไม่​ใช่​โดย​การ​ประพฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ เพราะ​ว่า​โดย​การ​ประพฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ​ญัติ​นั้น ไม่​มี​มนุษย์​คน​ใด​จะ​ถูก​นับ​ว่า​ชอบ​ธรรม​ได้​เลย
 
 


(กท. 2:17 [THSV])
 
 
 
 
แต่​ถ้า​ใน​ขณะ​ที่​เรา​กำ​ลัง​ขวน​ขวาย​จะ​ถูก​ชำระ​ให้​ชอบ​ธรรม​โดย​พระคริสต์​นั้น กลับ​ถูก​พบ​ว่า​เป็น​คน​บาป​ไป​ด้วย พระ​คริสต์​จะ​ทรง​เป็น​ผู้​ส่ง​เสริม​บาป​หรือ? ไม่​ใช่​อย่าง​แน่​นอน
 
 


(กท. 2:18 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​ถ้า​ข้าพ​เจ้า​ก่อ​สิ่ง​ซึ่ง​ข้าพ​เจ้า​ได้​รื้อ​ทำ​ลาย​ลง​แล้ว​ขึ้น​มา​อีก ข้าพ​เจ้า​ก็​แสดง​ตัว​ว่า​ข้าพ​เจ้า​เอง​เป็น​คน​ละ​เมิด​ธรรม​บัญ​ญัติ
 
 


(กท. 2:19 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​โดย​ธรรม​บัญ​ญัติ​นั้น ข้าพ​เจ้า​ได้​ตาย​ต่อ​ธรรม​บัญ​ญัติ​แล้ว เพื่อ​จะ​ได้​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อ​พระ​เจ้า ข้าพ​เจ้า​ถูก​ตรึง​ร่วม​กับ​พระ​คริสต์​แล้ว
 
 


(กท. 2:20 [THSV])
 
 
 
 
ข้าพ​เจ้า​เอง​ไม่​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อ​ไป แต่​พระ​คริสต์​ต่าง​หาก​ที่​ทรง​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​ข้าพ​เจ้า ชีวิต​ซึ่ง​ข้าพ​เจ้า​ดำ​เนิน​อยู่​ใน​ร่าง​กาย​ขณะ​นี้ ข้าพ​เจ้า​ดำ​เนิน​อยู่​โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​ได้​ทรง​รัก​ข้าพ​เจ้า และ​ได้​ทรง​สละ​พระ​องค์​เอง​เพื่อ​ข้าพ​เจ้า
 
 


(กท. 2:21 [THSV])
 
 
 
 
ข้าพเจ้า​ไม่​ได้​ทำ​ให้​พระ​คุณ​ของ​พระ​เจ้า​เป็น​โมฆะ เพราะ​ว่า​ถ้า​ความ​ชอบ​ธรรม​เกิด​จาก​ธรรม​บัญ​ญัติ​แล้ว พระ​คริสต์​ก็​สิ้น​พระ​ชนม์​โดย​เปล่า​ประ​โยชน์
 
 


 
 
 
 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น