วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 01072014 เฝ้าเดี่ยวกับ ศจ.ดร.เสรี หล่อกัณภัย





(มก. 1:1 [THSV])
ข่าว​ประ​เสริฐ​เรื่อง​พระ​เยซู​คริสต์​​​พระ​บุตร​ของ​พระเจ้า ​​​เริ่ม​ต้น​ตรง​นี้
 
 


(มก. 1:2 [THSV])
 
 
 
 
ตาม​ที่​เขียน​ใน​พระ​ธรรม​อิส​ยาห์​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ว่า “นี่แน่ะ เรา​ใช้​ทูต​ของ​เรา​นำ​หน้า​ท่าน ผู้​นั้น​จะ​เตรียม​มรร​คา ของ​ท่าน​ไว้
 
 


(มก. 1:3 [THSV])
 
 
 
 
เสียง​คน​ร้อง​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ว่า จง​เตรียม​มรรคา​แห่ง​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า จง​ทำ​หน​ทาง ​ของ​พระ​องค์ให้​ตรง​ไป”

 
 


(มก. 1:4 [THSV])
 
 
 
 
ยอห์น​ผู้​ให้​บัพ​ติศ​มา​ปรา​กฏ​ตัว​ขึ้น​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร ท่าน​ประ​กาศ​ถึง​บัพ​ติศ​มา​ที่​แสดง​การ​กลับ​ใจ​ใหม่ เพื่อ​รับ​การ​ยก​โทษ​ความ​ผิด​บาป
 
 


(มก. 1:5 [THSV])
 
 
 
 
คน​ทั้ง​แคว้น​ยูเดีย​กับ​คน​ทั้ง​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​พา​กัน​ออก​ไป​หา​ยอห์น สาร​ภาพ​ความ​ผิด​บาป​ของ​พวก​เขา และ​รับ​บัพ​ติศ​มา​จาก​ท่าน​ใน​แม่​น้ำ​จอร์​แดน
 
 


(มก. 1:6 [THSV])
 
 
 
 
ยอห์น​แต่ง​กาย​ด้วย​ผ้า​ขน​อูฐ และ​ใช้​หนัง​สัตว์​คาด​เอว รับ​ประ​ทาน​ตั๊ก​แตน​และ​น้ำ​ผึ้ง​ป่า
 
 


(มก. 1:7 [THSV])
 
 
 
 
ท่าน​ประ​กาศ​ว่า “ภาย​หลัง​ข้าพเจ้า​จะ​มี​ผู้​หนึ่ง​เสด็จ​มา พระ​องค์​ทรง​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​ข้าพ​เจ้า ข้าพ​เจ้า​ไม่​คู่​ควร​แม้​แต่​จะ​น้อม​ตัว​ลง​แก้​สาย​ฉลอง​พระ​บาท​ให้​พระ​องค์
 
 


(มก. 1:8 [THSV])
 
 
 
 
ข้าพ​เจ้า​ให้​พวก​ท่าน​รับ​บัพ​ติศ​มา​ด้วย​น้ำ แต่​พระ​องค์​จะ​ทรง​ให้​พวก​ท่าน​รับ​บัพ​ติศ​มา​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์”
 
 


(มก. 1:9 [THSV])
 
 
 
 
ใน​เวลา​นั้น​พระ​เยซู​เสด็จ​มา​จาก​เมือง​นา​ซา​เร็ธ​แคว้น​กา​ลิ​ลี และ​ทรง​รับ​บัพ​ติศ​มา​จาก​ยอห์น​ใน​แม่​น้ำ​จอร์​แดน
 
 


(มก. 1:10 [THSV])
 
 
 
 
ทัน​ที​ที่​พระ​องค์​เสด็จ​ขึ้น​มา​จาก​น้ำ ก็​ทอด​พระ​เนตร​เห็น​ท้อง​ฟ้า​แหวก​ออก และ​พระ​วิญ​ญาณ​ดุจ​นก​พิ​ราบ​เสด็จ​ลง​มา​ประ​ทับ​บน​พระ​องค์
 
 


(มก. 1:11 [THSV])
 
 
 
 
แล้ว​มี​พระ​สุร​เสียง​มา​จาก​ฟ้า​สวรรค์​ว่า “ท่าน​เป็น​บุตร​ที่​รัก​ของ​เรา เรา​ชอบ​ใจ​ท่าน​มาก”
 
 


(มก. 1:12 [THSV])
 
 
 
 
แล้ว​โดย​ทัน​ที พระ​วิญ​ญาณ​ก็​ทรง​เร่ง​เร้า​พระ​องค์​ให้​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
 
 


(มก. 1:13 [THSV])
 
 
 
 
และ​ประ​ทับ​อยู่​ที่​นั่น​ถึง​สี่​สิบ​วัน ทรง​ถูก​ซา​ตาน​ทด​ลอง และ​ประ​ทับ​อยู่​กับ​สัตว์​ป่า และ​มี​พวก​ทูต​สวรรค์​มา​ปรน​นิ​บัติ​พระ​องค์
 
 


(มก. 1:14 [THSV])
 
 
 
 
หลัง​จาก​ยอห์น​ถูก​จับ​แล้ว พระ​เยซู​เสด็จ​มา​ยัง​แคว้น​กา​ลิลี ทรง​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ของ​พระ​เจ้า
 
 


(มก. 1:15 [THSV])
 
 
 
 
โดย​ตรัส​ว่า “เวลา​กำ​หนด​มา​ถึง​แล้ว​และ​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า​ก็​มา​ใกล้​แล้ว จง​กลับ​ใจ​ใหม่ และ​เชื่อ​ข่าว​ประ​เสริฐ”
 
 


 
 
 
 
 

บทอ่านประจำวัน 01 กรกฎาคม 57 อังคาร





วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2014สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสือประกาศกอาโมส    
(
อมส 3:1-8 และ 4:11-12 )
        ชาวอิสราเอลเอ๋ย จงฟังพระวาจานี้ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสคาดโทษท่านทั้งหลาย และคาดโทษชนทั้งเผ่าที่เราได้นำขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์ว่า “ใน บรรดาชนเผ่าทั้งหลายบนแผ่นดิน เราได้เลือกท่านเท่านั้น เราจึงจะลงโทษท่านเพราะความผิดทั้งหมดของท่าน คนสองคนจะเดินไปด้วยกันได้หรือ ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้ก่อน สิงโตจะคำรามในป่าได้หรือ ถ้าไม่มีเหยื่อ สิงห์หนุ่มจะร้องออกมาจากถ้ำหรือ ถ้าจับอะไรไม่ได้ นกจะลงมาติดกับบนพื้นดินได้หรือ ถ้าไม่มีผู้ใดวางกับดักไว้ ถ้าไม่มีอะไรเข้าไปติด กับจะลั่นขึ้นจากพื้นดินได้หรือ ถ้ามีเสียงเป่าแตรเขาสัตว์ในเมือง ประชาชนจะไม่ตกใจกลัวหรือ หายนะจะตกกับเมืองหนึ่งได้หรือ ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงกระทำให้เกิดขึ้น



       ใช่แล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงกระทำสิ่งใด ถ้าไม่ทรงเปิดเผยความลับแก่บรรดาประกาศกผู้รับใช้ของพระองค์ สิงโตคำรามแล้ว ผู้ใดจะไม่กลัวบ้าง องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแล้ว ผู้ใดจะไม่ประกาศพระวาจา”
เรา พลิกท่านให้คว่ำเหมือนพระเจ้าทรงเคยคว่ำเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ ท่านทั้งหลายเป็นเหมือนดุ้นฟืนที่ถูกดึงออกมาจากกองไฟ ถึงกระนั้น ท่านทั้งหลายก็ยังไม่กลับมาหาเรา” องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
“เพราะเหตุนี้ อิสราเอลเอ๋ย เราจะทำกับท่านเช่นนี้ อิสราเอลเอ๋ย จงเตรียมตัวไปพบพระเจ้าของท่านเถิด เพราะเราจะทำกับท่านเช่นนี้”

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว   ( มธ 8:23-27 )
 
        เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จลงเรือ บรรดาศิษย์ติดตามพระองค์ไปด้วย ทันใดนั้น เกิดพายุแรงกล้าในทะเลสาบ คลื่นสูงจนไม่เห็นเรือ แต่พระองค์บรรทมหลับ บรรดาศิษย์จึงเข้ามาปลุกพระองค์ ทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ช่วยด้วยเถิด เรากำลังจะพินาศอยู่แล้ว” พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “ทำไมจึงตกใจกลัวเล่า ท่านช่างมีความเชื่อน้อยเหลือเกิน” แล้วทรงลุกขึ้นบังคับลมและทะเล ท้องทะเลก็สงบราบเรียบ คนทั้งหลายต่างประหลาดใจ พูดว่า “ท่านผู้นี้เป็นใครหนอ ลมและทะเลจึงยอมเชื่อฟังเช่นนี้”

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทอ่านประจำวัน 30 มิถุนายน 57 จันทร์





วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2014สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสือประกาศกอาโมส    
(
อมส 2:6-10,13-16)
         องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ “เพราะ ชาวอิสราเอลได้ล่วงละเมิดสามครั้งและสี่ครั้ง เราจะตัดสินลงโทษและจะไม่กลับคำ เพราะเขาได้ขายผู้ชอบธรรมเพื่อเงิน ขายคนขัดสนเพื่อรองเท้าแตะคู่เดียว เขาทั้งหลายได้เหยียบย่ำศีรษะของคนยากจนลงไปในฝุ่นของแผ่นดิน ทำให้หนทางของผู้ต่ำต้อยต้องหันเหไป บุตรและบิดาเข้าหาหญิงสาวคนเดียวกัน เป็นการลบหลู่นามศักดิ์สิทธิ์ของเรา เขาใช้เสื้อผ้าที่ยึดเป็นประกันมาปูนอนอยู่ข้างพระแท่นบูชาทุกแท่น เขาดื่มเหล้าองุ่นที่เป็นค่าปรับจากประชาชน ในบ้านพระเจ้าของตน เราเองได้ทำลายชนเผ่าอาโมไรต์ต่อหน้าเขา


แม้ชาวอาโมไรต์มีร่างสูงเหมือนต้นสนสีดาร์ และแข็งแรงเหมือนต้นโอ๊ก เราได้ทำลายผลของเขาจากเบื้องบน และทำลายรากของเขาจากเบื้องล่าง เราได้ให้ท่านทั้งหลายขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์ นำทางท่านในถิ่นทุรกันดารเป็นเวลาสี่สิบปี เพื่อท่านจะได้ครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินของชนเผ่าอาโมไรต์
เมื่อ เป็นเช่นนี้ เราจะกดท่านลงในที่ที่ท่านอยู่ เหมือนเกวียนที่บรรทุกฟ่อนข้าวอัดแน่นจมลงในดิน แม้ผู้วิ่งเร็วก็จะหนีไม่ทัน คนแข็งแรงจะใช้กำลังของตนก็ไม่ได้ ทหารชำนาญศึกจะช่วยชีวิตของตนให้รอดพ้นก็ไม่ได้ ผู้ยิงธนูจะยืนหยัดอยู่ไม่ได้ ผู้มีฝีเท้าเร็วช่วยตนเองไม่ได้ ผู้ขี่ม้าก็ช่วยชีวิตตนเองไม่ได้ ในวันนั้นแม้แต่นักรบกล้าหาญที่สุด ก็จะทิ้งอาวุธหนีไป” องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว  ( มธ 8:18-22 )
 
   เวลานั้น พระเยซูเจ้าทรงเห็นประชาชนห้อมล้อมพระองค์ จึงทรงสั่งบรรดาศิษย์ให้ข้ามทะเลสาบไปอีกฝั่งหนึ่ง ธรรมาจารย์คนหนึ่งเข้ามาทูลว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าอยากติดตามพระองค์ไปทุกแห่งที่พระองค์จะเสด็จ” พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า “สุนัขจิ้งจอกยังมีโพรง นกในอากาศยังมีรัง แต่บุตรแห่งมนุษย์ไม่มีที่จะวางศีรษะ”
     ศิษย์อีกคนหนึ่งทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอทรงอนุญาตให้ข้าพเจ้าไปฝังศพบิดาของข้าพเจ้าเสียก่อน” แต่พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “จงตามเรามา และปล่อยให้คนตายฝังคนตายของตนเถิด

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 30062014 เฝ้าเดี่ยวกับ ศจ.ดร.เสรี หล่อกัณภัย





(มลค. 4:1 [THSV])
“พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า นี่​แน่ะ วัน​นั้น​จะ​มา​ถึง คือ​วัน​ที่​จะ​เผา​ผลาญ​เหมือน​เตา​อบ เมื่อ​คน​ที่​เย่อ​หยิ่ง​ทั้ง​สิ้น และ​คน​ที่​ประ​กอบ​การ​อธรรม​ทั้ง​หมด​จะ​เป็น​เหมือน​ตอ​ข้าว วัน​ที่​จะ​มา​นั้น​จะ​ไหม้​เขา​หมด จน​ไม่​มี​ราก​หรือ​กิ่ง​เหลือ​อยู่​เลย
 
 


(มลค. 4:2 [THSV])
 
 
 
 
แต่​สำ​หรับ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ยำ​เกรง​นาม​ของ​เรา ดวง​อา​ทิตย์​แห่ง​ความ​ชอบ​ธรรม​ซึ่ง​มี​ปีก​รัก​ษา​โรค​ภัย​ได้ จะ​ปรา​กฏ​ขึ้น แล้ว​เจ้า​จะ​กระ​โดด​โลด​เต้น​ออก​ไป​เหมือน​ลูก​วัว​ออก​ไป​จาก​คอก
 
 


(มลค. 4:3 [THSV])
 
 
 
 
และ​พวก​เจ้า​จะ​เหยียบ​ย่ำ​คน​อธรรม เพราะ​ว่า​พวก​เขา​จะ​เป็น​เหมือน​ขี้เถ้า​ที่​ใต้​ฝ่า​เท้า​ของ​เจ้า ใน​วัน​นั้น​เมื่อ​เรา​ประ​กอบ​กิจ พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ
 
 


(มลค. 4:4 [THSV])
 
 
 
 
“จง​จด​จำ​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​โม​เสส​ผู้​รับ​ใช้​ของ​เรา ทั้ง​กฎ​เกณฑ์​และ​กฎ​หมาย​ซึ่ง​เรา​ได้​บัญ​ชา​เขา​ไว้​ที่​ภูเขา​โฮ​เรบ​สำ​หรับ​อิส​รา​เอล​ทั้งสิ้น
 
 


(มลค. 4:5 [THSV])
 
 
 
 
“นี่​แน่ะ เรา​จะ​ส่ง​เอ​ลี​ยาห์​ผู้​เผย​พระ​วจนะมา​ยัง​เจ้า​ก่อน​วัน​แห่ง​พระ​ยาห์​เวห์ คือ​วัน​ที่​ใหญ่​ยิ่ง​และ​น่า​สะพรึง​กลัว​จะ​มา​ถึง
 
 


(มลค. 4:6 [THSV])
 
 
 
 
และ​ท่าน​ผู้​นั้น​จะ​ทำ​ให้​จิต​ใจ​ของ​พ่อ​หัน​ไป​หา​ลูก และ​จิต​ใจ​ของ​ลูก​หัน​ไป​หา​พ่อ ไม่​อย่าง​นั้น เรา​จะ​มา​โจม​ตี​แผ่น​ดิน​นั้น​ด้วย​คำ​สาป​แช่ง”
 
 


 
 
 
 
 

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 29062014เฝ้าเดี่ยวกับ ศจ สุรพล ใบบริบาลกุล





(มลค. 3:13 [THSV])
“พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ว่า ถ้อย​คำ​ของ​เจ้า​นั้น​ใส่​ร้าย​เรา เจ้า​ยัง​กล่าว​ว่า ‘เรา​ทั้ง​หลาย​ได้​กล่าว​ใส่​ร้าย​พระ​องค์​อย่าง​ไร?’
 
 


(มลค. 3:14 [THSV])
 
 
 
 
เจ้า​ได้​กล่าว​ว่า ‘ที่​จะ​ปรน​นิบัติ​พระ​เจ้า​ก็​เปล่า​ประ​โยชน์ ที่​พวก​เรา​จะ​รัก​ษา​พระ​บัญชา​ของ​พระ​องค์ หรือ​ดำ​เนิน​อย่าง​คน​ไว้​ทุกข์​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​นั้น​จะ​เกิด​ผล​ดี​อะไร?
 
 


(มลค. 3:15 [THSV])
 
 
 
 
บัด​นี้​พวก​เรา​ถือ​ว่า​คน​อวด​ดี​เป็น​คน​ได้​รับ​พร เออ คน​ที่​ประ​กอบ​การ​อธรรม​ก็​เจริญ​ขึ้น​ด้วย และคนที่​ทด​ลอง​พระ​เจ้า​ก็​พ้น​โทษ​ไป’ ”
 
 


(มลค. 3:16 [THSV])
 
 
 
 
แล้ว​คน​เหล่า​นั้น​ที่​เกรง​กลัว​พระ​ยาห์​เวห์​จึง​พูด​คุย​กัน พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ฟัง​และ​ทรง​ได้​ยิน มี​หนัง​สือ​ม้วน​หนึ่ง​สำ​หรับ​บัน​ทึก​ความ​จำ​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​องค์ คือ​บัน​ทึก​ชื่อ​ผู้​ที่​เกรง​กลัว​พระ​ยาห์​เวห์​และ​ยก​ย่อง​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​ไว้
 
 


(มลค. 3:17 [THSV])
 
 
 
 
พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า “เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​คน​ของ​เรา เป็น​กรรม​สิทธิ์​พิเศษ​ของ​เรา ใน​วัน​ที่​เรา​จะ​ประ​กอบ​กิจ และ​เรา​จะ​เมต​ตา​คน​เหล่า​นี้​ดัง​ชาย​ที่​เมต​ตา​บุตร​ผู้​ปรน​นิบัติ​เขา
 
 


(มลค. 3:18 [THSV])
 
 
 
 
แล้ว​เจ้า​จะ​สัง​เกต​เห็น​ความ​แตก​ต่าง​ระหว่าง​คน​ชอบ​ธรรม​และ​คน​อธรรม ระหว่าง​คน​ที่​ปรน​นิบัติ​พระ​เจ้า​กับ​คน​ที่​ไม่​ปรน​นิบัติ​พระ​องค์​ได้​อีก​ครั้ง​หนึ่ง
 
 


 
 
 
 
 

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทอ่านประจำวัน 28 มิถุนายน 57 เสาร์ ระลึกถึงดวงหทัยนิรมลของแม่พระ





วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2014ระลึกถึงดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์
บทอ่านจากหนังสือประกาศกอิสยาห์    
อสย 61:10-11 )          ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์อย่างยิ่งในองค์พระผู้เป็นเจ้า วิญญาณของข้าพเจ้าจะชื่นชมยินดีในพระเจ้าของข้าพเจ้า เพราะพระองค์ประทานความรอดพ้นแก่ข้าพเจ้าเป็นเสมือนอาภรณ์ที่ทรงสวมให้ ประทานความชอบธรรมให้ข้าพเจ้าเป็นเสมือนเสื้อคลุม ข้าพเจ้าเป็นเหมือนเจ้าบ่าวที่โพกศีรษะอย่างงดงาม เหมือนเจ้าสาวประดับตนด้วยเพชรนิลจินดา เพราะแผ่นดินบังเกิดพืชผล และสวนทำให้เมล็ดพืชงอกขึ้นฉันใด องค์พระผู้เป็นเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าก็ทรงบันดาลให้เกิดความชอบธรรมและการ สรรเสริญ ต่อหน้านานาชาติฉันนั้น



บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา (  ลก 2:41-51 )
 
   โยเซฟพร้อมกับพระมารดาของพระเยซูเจ้าเคยขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มในเท ศกาลปัสกาทุกปี เมื่อพระองค์มีพระชนมายุสิบสองพรรษา โยเซฟพร้อมกับพระมารดาก็ขึ้นไปกรุงเยรูซาเล็มตามธรรมเนียมของเทศกาลนั้น เมื่อวันฉลองสิ้นสุดลง ทุกคนก็เดินทางกลับ แต่พระเยซูเจ้ายังประทับอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็มโดยที่บิดามารดาไม่รู้ เพราะคิดว่า พระองค์ทรงอยู่ในหมู่ผู้ร่วมเดินทาง เมื่อเดินทางไปได้หนึ่งวันแล้ว โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์ตามหาพระองค์ในหมู่ญาติและคนรู้จัก เมื่อไม่พบจึงกลับไปกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อตามหาพระองค์ที่นั่น
ใน วันที่สาม โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์พบพระองค์ในพระวิหารประทับนั่งอยู่ในหมู่อาจารย์ ทรงฟังและทรงไต่ถามพวกเขา ทุกคนที่ได้ฟังพระองค์ต่างประหลาดใจในพระปรีชาที่ทรงแสดงในการตอบคำถาม เมื่อโยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์เห็นพระองค์ก็รู้สึกแปลกใจ พระมารดาจึงตรัสถามพระองค์ว่า “ลูกเอ๋ย ทำไมจึงทำกับเราเช่นนี้ ดูซิ พ่อกับแม่ต้องกังวลใจตามหาลูก” พระองค์ตรัสตอบว่า “พ่อกับแม่ตามหาลูกทำไม พ่อแม่ไม่รู้หรือว่า ลูกต้องอยู่ในบ้านของพระบิดาของลูก” โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์ไม่เข้าใจที่พระองค์ตรัส
พระเยซูเจ้าเสด็จกลับไปที่เมืองนาซาเร็ธกับบิดามารดาและเชื่อฟังท่านทั้งสอง พระมารดาทรงเก็บเรื่องทั้งหมดเหล่านี้ไว้ในพระทัย

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 28062014เฝ้าเดี่ยวกับ ศจ สุรพล ใบบริบาลกุล





(มลค. 3:7 [THSV])
เจ้า​ได้​หัน​เห​ไป​เสีย​จาก​กฎ​เกณฑ์​ของ​เรา​และ​ไม่​ได้​รัก​ษา​ไว้ ตั้ง​แต่​ครั้ง​สมัย​บรรพ​บุรุษ​ของ​เจ้า พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า เจ้า​จง​กลับ​มา​หา​เรา และ​เรา​จะ​กลับ​มา​หา​เจ้า​ทั้ง​หลาย แต่​เจ้า​กล่าว​ว่า ‘เรา​ทั้ง​หลาย​จะ​ทำ​อย่าง​ไร​ถึง​จะ​ได้​กลับ​มา?’
 
 


(มลค. 3:8 [THSV])
 
 
 
 
“มนุษย์​จะ​ฉ้อ​โกง​พระ​เจ้า​หรือ? ที่​จริง​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ได้​ฉ้อ​โกง​เรา แต่​เจ้า​กล่าว​ว่า ‘พวก​เรา​ฉ้อ​โกง​พระ​เจ้า​อย่าง​ไร?’ ก็​ฉ้อ​โกง​ใน​เรื่อง​ทศางค์​และ​เครื่อง​บูชา​นั่น​ซี
 
 


(มลค. 3:9 [THSV])
 
 
 
 
เจ้า​ทั้ง​หลาย​ต้อง​ถูก​สาป​แช่ง​ด้วย​คำ​สาป​แช่ง เพราะ​เจ้า​ฉ้อ​โกง​เรา​ทั้ง​ชาติ
 
 


(มลค. 3:10 [THSV])
 
 
 
 
พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า จง​นำ​ทศางค์​เต็ม​ขนาด​มา​ไว้​ใน​คลัง เพื่อ​ว่า​จะ​มี​อา​หาร​ใน​นิเวศ​ของ​เรา จง​ลอง​ดู​เรา​ใน​เรื่อง​นี้​ว่า เรา​จะ​เปิด​หน้า​ต่าง​ใน​ฟ้า​สวรรค์​ให้​เจ้า และ​เท​พร​อย่าง​ล้น​ไหล​มา​ให้​เจ้า​หรือ​ไม่
 
 


(มลค. 3:11 [THSV])
 
 
 
 
เรา​จะ​ขจัด​พวก​ตั๊ก​แตน​ให้​แก่​เจ้า เพื่อ​ว่า​มัน​จะ​ไม่​ทำ​ลาย​ผล​แห่ง​พื้น​ดิน​ของ​เจ้า และ​ผล​องุ่น​ใน​สวน​ของ​เจ้า​จะ​ไม่​ร่วง พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ
 
 


(มลค. 3:12 [THSV])
 
 
 
 
แล้ว​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​สิ้น​จะ​เรียก​เจ้า​ว่า ‘ผู้​ที่​ได้​รับ​พระ​พร’ เพราะ​ว่า​แผ่นดินของเจ้า​จะ​เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​น่า​พึง​ใจ พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ
 
 


 
 
 
 
 

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 27062014 เฝ้าเดี่ยวกับ ศจ สุรพล ใบบริบาลกุล





(มลค. 2:17 [THSV])
ท่าน​ได้​ทำ​ให้​พระ​ยาห์​เวห์​อ่อน​ระอา​พระ​ทัย​ด้วย​คำ​พูด​ของ​ท่าน แต่​ท่าน​ยัง​จะ​กล่าว​ว่า “พวก​เรา​ทำ​ให้​พระ​องค์​อ่อน​พระ​ทัย​อย่าง​ไร?” ก็​โดย​กล่าว​ว่า “ทุก​คน​ที่​ทำ​ชั่ว​ก็​เป็น​คน​ดี​ใน​สาย​พระ​เนตร​พระ​ยาห์​เวห์ และ​พระ​องค์​พอ​พระ​ทัย​คน​เหล่า​นั้น” หรือ​โดย​ถาม​ว่า “พระ​เจ้า​แห่ง​ความ​ยุติ​ธรรม​อยู่​ที่​ไหน?”
 
 

(มลค. 3:1 [THSV])

พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า “นี่​แน่ะ เรา​ส่ง​ทูต​ของ​เรา​ไป​เพื่อ​ตระ​เตรียม​หน​ทาง​ไว้​ข้าง​หน้า​เรา และ​องค์​เจ้า​นาย​ผู้​ซึ่ง​เจ้า​แสวง​หา​นั้น​จะ​เสด็จ​มา​ยัง​พระ​วิหาร​ของ​พระ​องค์​อย่าง​กะ​ทัน​หัน ทูต​แห่ง​พันธ​สัญ​ญา​ผู้​ซึ่ง​เจ้า​พอใจ​นั้น ดู​ซี ท่าน​กำ​ลัง​มา​แล้ว


 

(มลค. 3:2 [THSV])





แต่​ใคร​จะ​ทน​อยู่​ได้​ใน​วัน​ที่​ท่าน​มา? และ​ใคร​จะ​ยืน​มั่น​อยู่​ได้​เมื่อ​ท่าน​ปรา​กฏ​ตัว? “เพราะ​ว่า​ท่าน​เป็น​ประ​ดุจ​ไฟ​ถลุง​แร่ และ​ประ​ดุจ​สบู่​ของ​ช่าง​ซัก​ฟอก


 

(มลค. 3:3 [THSV])





ท่าน​จะ​นั่ง​ลง​อย่าง​ช่าง​ถลุง​เงิน​และ​ช่าง​ชะ​ล้าง​เงิน และ​ท่าน​จะ​ชำระ​บุตร​หลาน​ของ​เลวี​ให้​บริ​สุทธิ์ และ​ถลุง​พวก​เขา​อย่าง​ถลุง​ทอง​คำ​และ​ถลุง​เงิน จน​กว่า​เขา​จะ​นำ​เครื่อง​บูชา​มา​ถวาย​แด่​พระ​ยาห์​เวห์​ด้วย​ความ​ชอบ​ธรรม


 

(มลค. 3:4 [THSV])





แล้ว​เครื่อง​บูชา​ของ​ยู​ดาห์​และ​เย​รู​ซา​เล็ม​จะ​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​พระ​ยาห์​เวห์​ดัง​ใน​อดีต และ​ดัง​ใน​ปี​ก่อนๆ


 

(มลค. 3:5 [THSV])





“พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า แล้ว​เรา​จะ​มา​ใกล้​เจ้า​เพื่อ​การ​พิพาก​ษา เรา​จะ​เป็น​พยาน​ที่​รวด​เร็ว​ที่​กล่าว​โทษ​นัก​วิท​ยา​คม พวก​ผิด​ประ​เวณี ผู้​สบถ​เท็จ ผู้​​บีบ​บัง​คับ​ลูก​จ้าง​ใน​เรื่อง​ค่า​จ้าง ผู้​บีบ​บัง​คับ​แม่​ม่าย​และ​ลูก​กำ​พร้า ผู้​ผลัก​ไส​คน​ต่าง​ด้าว​ให้​ไป​เสีย และ​ผู้​ที่​ไม่​ยำ​เกรง​เรา


 

(มลค. 3:6 [THSV])





“เพราะ​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์​เวห์ ไม่​มี​ผัน​แปร โอ บุตร​ยา​โคบ​เอ๋ย เจ้า​ทั้ง​หลาย​จึง​ไม่​ถูก​ทำ​ลาย​หมด

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทอ่านประจำวัน 26 มิถุนายน 57 พฤหัส





วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2014สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่สอง    
2 พกษ 24:8-17 )
         เยโฮยาคีนทรงเป็นกษัตริย์เมื่อพระชนมายุสิบแปดพรรษา และทรงครองราชย์เป็นเวลาสามเดือนที่กรุงเยรูซาเล็ม พระมารดาทรงพระนามว่าเนคุชทา เป็นบุตรหญิงของเอลนาธันชาวกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ทรงทำความชั่วเฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้าดังที่พระบิดาทรงทำ
สมัย นั้น นายทหารของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน ยกทัพมาล้อมกรุงเยรูซาเล็ม ขณะที่นายทหารล้อมเมืองอยู่นั้น กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนเสด็จมาที่นั่น


กษัตริย์เยโฮยาคีนแห่งยูดาห์เสด็จมายอมจำนนกษัตริย์แห่งบาบิโลน พร้อมกับพระมารดา ข้าราชบริพาร นายทหารและข้าราชสำนัก กษัตริย์แห่งบาบิโลนทรงนำกษัตริย์เยโฮยาคีนไปเป็นเชลยในปีที่แปดของรัชกาล
กษัตริย์ แห่งบาบิโลนทรงขนทรัพย์สมบัติทั้งหมดในพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า และพระราชทรัพย์ในพระราชวังไปกรุงบาบิโลน ทรงตัดเครื่องใช้ทองคำต่างๆ ที่กษัตริย์ซาโลมอนแห่งอิสราเอลทรงทำขึ้นสำหรับใช้ในพระวิหารขององค์พระผู้ เป็นเจ้าออกเป็นชิ้นๆ ดังที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเคยตรัสไว้ 
กษัตริย์ แห่งบาบิโลนทรงกวาดต้อนชาวเยรูซาเล็มทั้งหมดจำนวนหนึ่งหมื่นคนไปเป็นเชลย คือนายทหารและพลทหาร ช่างไม้และช่างเหล็กทุกคน เหลือไว้แต่คนยากจนที่สุดของแผ่นดิน พระองค์ทรงนำกษัตริย์เยโฮยาคีนเป็นเชลยไปกรุงบาบิโลน พร้อมกับพระมารดา บรรดามเหสี ข้าราชบริพาร และชนชั้นนำของแผ่นดิน พระองค์ทรงนำบุคคลเหล่านี้จากกรุงเยรูซาเล็มไปเป็นเชลยที่กรุงบาบิโลน กษัตริย์แห่งบาบิโลนทรงนำผู้มีฐานะทั้งหมดรวมเจ็ดพันคน ช่างไม้และช่างเหล็กจำนวนหนึ่งพันคน ทุกคนล้วนชำนาญศึก
กษัตริย์แห่งบาบิโลนทรงแต่งตั้งมัทธานียาห์ พระปิตุลาของกษัตริย์เยโฮยาคีนขึ้นเป็นกษัตริย์แทน และทรงเปลี่ยนพระนามเป็น เศเดคียาห์

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว  ( มธ 7:21-29 )

     เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “คน ที่กล่าวแก่เราว่า ‘พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า’ นั้นมิใช่ทุกคนจะได้เข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาของเรา ผู้สถิตในสวรรค์นั่นแหละจะเข้าสู่สวรรค์ได้ ในวันนั้น หลายคนจะกล่าวแก่เราว่า ‘พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ประกาศพระวาจาในพระนามของพระองค์ ขับไล่ปีศาจในพระนามของพระองค์ และได้กระทำอัศจรรย์หลายประการในพระนามของพระองค์มิใช่หรือ’ เมื่อนั้น เราจะกล่าวแก่เขาว่า ‘เราไม่เคยรู้จักท่านทั้งหลายเลย ท่านผู้กระทำความชั่ว จงไปให้พ้นหน้าเรา’
ผู้ใดฟังถ้อยคำเหล่านี้ของเราและปฏิบัติตาม ก็เปรียบเสมือนคนมีปัญญาที่สร้างบ้านไว้บนหิน ฝนจะตก น้ำจะไหลเชี่ยว ลมจะพัดโหมเข้าใส่บ้านหลังนั้น บ้านก็ไม่พัง เพราะมีรากฐานอยู่บนหิน ผู้ใดที่ฟังถ้อยคำเหล่านี้ของเรา และไม่ปฏิบัติตามก็เปรียบเสมือนคนโง่เขลาที่สร้างบ้านไว้บนทราย เมื่อฝนตก น้ำไหลเชี่ยว ลมพัดโหมเข้าใส่บ้านหลังนั้น มันก็พังทลายลงและเสียหายมาก” เมื่อ พระเยซูเจ้าตรัสถ้อยคำเหล่านี้จบแล้ว ประชาชนต่างพิศวงในคำสั่งสอนของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสอนเขาอย่างผู้มีอำนาจ ไม่ใช่สอนเหมือนบรรดาธรรมาจารย์ของเขา

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 26062014 เฝ้าเดี่ยวกับ ศจ.สุรพล ใบบริบาลกุล





(มลค. 2:10 [THSV])
เรา​ทุก​คน​มี​บิดา​คน​เดียว​ไม่​ใช่​หรือ? พระ​เจ้า​องค์​เดียว​ได้​ทรง​สร้าง​เรา​มิ​ใช่​หรือ? แล้ว​ทำไม​เรา​จึง​ทร​ยศ​ต่อ​กัน​และ​กัน ทำ​ให้​พันธ​สัญ​ญา​ของ​บรรพ​บุรุษ​ของ​เรา​เป็น​มลทิน?
 
 


(มลค. 2:11 [THSV])
 
 
 
 
ยู​ดาห์​ก็​ทร​ยศ การ​น่า​เกลียด​น่า​ชัง​เขา​ก็​ทำ​กัน​ใน​อิส​รา​เอล​และ​ใน​เย​รู​ซา​เล็ม เพราะ​ว่า​ยู​ดาห์​ได้​ทำ​ให้​สถาน​ศักดิ์​สิทธิ์​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​ซึ่ง​พระ​องค์​ทรง​รัก​นั้น​เป็น​มลทิน และ​ได้​ไป​แต่ง​งาน​กับ​บุตรี​ของ​พระ​ต่าง​ด้าว
 
 


(มลค. 2:12 [THSV])
 
 
 
 
ขอ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​กำ​จัด​ชาย​คน​ใด​ที่​ทำ​เช่น​นี้​ทั้ง​ครอบ​ครัว​เสีย​จาก​เต็นท์​ของ​ยา​โคบ ถึง​แม้​ว่า​เขา​จะ​นำ​เครื่อง​บูชา​ถวาย​แด่​พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ก็​ตาม​เถิด
 
 


(มลค. 2:13 [THSV])
 
 
 
 
และ​พวก​ท่าน​ได้​ทำ​อย่าง​นี้​อีก​ด้วย คือ​ท่าน​เอา​น้ำ​ตา​รด​ทั่ว​แท่น​บูชา​ของ​พระ​ยาห์​เวห์ ร้อง​ไห้​คร่ำ​ครวญ​เพราะ​พระ​องค์​ไม่​สน​พระ​ทัย​หรือ​รับ​เครื่อง​บูชา​ด้วย​ชอบ​พระ​ทัย​จาก​มือ​ของ​ท่าน​อีก​แล้ว
 
 


(มลค. 2:14 [THSV])
 
 
 
 
พวก​ท่าน​ถาม​ว่า “เหตุ​ใด​พระ​องค์​จึง​ไม่​รับ?” เพราะ​ว่า​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​เป็น​พยาน​ระหว่าง​ท่าน​กับ​ภรรยา​คน​ที่​ท่าน​ได้​เมื่อ​หนุ่ม​นั้น แม้​ว่า​นาง​เป็น​คู่​เคียง​ของ​ท่าน​และ​เป็น​ภรรยา​ของ​ท่าน​ตาม​พันธ​สัญ​ญา ท่าน​ก็​ทร​ยศ​ต่อ​นาง
 
 


(มลค. 2:15 [THSV])
 
 
 
 
แต่​ไม่​มี​สัก​คน​หนึ่ง​ที่​มี​สติ​จะ​ทำ​อย่าง​นี้ ผู้​มี​สติ​นั้น​ย่อม​ประ​สงค์​อะไร? ย่อม​ประ​สงค์​ลูก​หลาน​ที่​เชื่อ​ฟัง​พระ​เจ้า ดัง​นั้น​จง​ระวัง​ตัว​ให้​ดี อย่า​ให้​ผู้​ใด​ทร​ยศ​ต่อ​ภรรยา​คน​ที่​ได้​เมื่อ​หนุ่ม​นั้น
 
 


(มลค. 2:16 [THSV])
 
 
 
 
พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​อิส​รา​เอล​ตรัส​ว่า “เพราะ​ว่า​เรา​เกลียด​ชัง​การ​หย่า​ร้าง และ​ความ​ทารุณ” พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ เพราะ​ฉะนั้น จง​ระวัง​ตัว​ให้​ดี อย่า​เป็น​คน​ทร​ยศ
 
 


 
 
 
 
 

เทศนา เรื่องความสุขแท้





(สดด. 1:1 [THSV])
บุค​คล​ผู้​เป็น​สุข​คือ ผู้​ไม่​เดิน​ตาม​คำ​แนะ​นำ​ของ​คน​อธรรม ไม่​ยืน​อยู่​ใน​ทาง​ของ​คน​บาป ไม่​นั่ง​อยู่​ใน​ที่​นั่ง​ของ​คน​ที่​ชอบ​เยาะ​เย้ย
 
 


(สดด. 1:2 [THSV])
 
 
 
 
แต่​ความ​ปีติ​ยินดี​ของ​ผู้​นั้น​อยู่​ใน​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์ เขา​ใคร่​ครวญ​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​พระ​องค์​ทั้ง​กลาง​วัน​และ​กลาง​คืน
 
 


(สดด. 1:3 [THSV])
 
 
 
 
เขา​เป็น​เหมือน​ต้น​ไม้​ที่​ปลูก​ไว้​ริม​ธาร​น้ำ ซึ่ง​เกิด​ผล​ตาม​ฤดู​กาล และ​ใบ​ก็​ไม่​เหี่ยว​แห้ง ทุก​อย่าง​ที่​เขา​ทำ​ก็​จำ​เริญ​ขึ้น
 
 


(สดด. 1:4 [THSV])
 
 
 
 
คน​อธรรม​ไม่​เป็น​เช่น​นั้น แต่​เป็น​เหมือน​แกลบ​ซึ่ง​ลม​พัด​กระ​จาย​ไป
 
 


(สดด. 1:5 [THSV])
 
 
 
 
ฉะนั้น​คน​อธรรม​จะ​ไม่​ได้​ยืน​ขึ้น​ใน​การ​พิ​พาก​ษา และ​คน​บาป​ก็​เช่น​กัน​ใน​ที่​ชุมนุม​คน​ชอบ​ธรรม
 
 


(สดด. 1:6 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​เฝ้า​รักษา​ทาง​ของ​คน​ชอบ​ธรรม แต่​ทาง​ของ​คน​อธรรม​จะ​พิ​นาศ​ไป
 
 


 
 
 
 
 

คำเทศนา ชัยชนะเหนือกิเลสตัณหา (ยากอบ 1:12-18)





(ยก. 1:12 [THSV])
คน​ที่​สู้​ทน​ต่อ​การ​ทด​ลอง​ใจ​ก็​เป็น​สุข เพราะ​เมื่อ​เขา​ผ่าน​การ​ทด​สอบ​แล้ว เขา​จะ​ได้​รับ​มง​กุฎ​แห่ง​ชีวิต​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​สัญ​ญา​ไว้​กับ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​รัก​พระ​องค์
 
 


(ยก. 1:13 [THSV])
 
 
 
 
อย่า​ให้​คน​ที่​ถูก​ล่อ​ลวง​กล่าว​ว่า “พระ​เจ้า​ทรง​ล่อ​ลวง​ข้าพ​เจ้า” เพราะ​ว่า​พระเจ้า​จะ​ไม่​ถูก​ความ​ชั่ว​ล่อ​ลวง และ​พระ​องค์​เอง​ก็​ไม่​ทรง​ล่อ​ลวง​ใคร​เลย
 
 


(ยก. 1:14 [THSV])
 
 
 
 
แต่​ทุก​คน​ถูก​ล่อ​ลวง​ด้วย​ตัณ​หา​ของ​ตัว​เอง คือ​ถูก​ตัณ​หา​นั้น​ล่อ​ลวง​และ​ชัก​นำ
 
 


(ยก. 1:15 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​ตัณ​หา​ฟัก​ตัว​ขึ้น​แล้ว​ก็​ก่อ​ให้​เกิด​บาป และ​เมื่อ​บาป​เจริญ​เต็ม​ที่​แล้ว​ก็​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​ตาย
 
 


(ยก. 1:16 [THSV])
 
 
 
 
พี่​น้อง​ที่​รัก​ของ​ข้าพ​เจ้า อย่า​ถูก​หลอก​เลย
 
 


(ยก. 1:17 [THSV])
 
 
 
 
ของ​ประ​ทาน​ที่​ดี​และ​เลิศ​ทุก​อย่าง​นั้น​มา​จาก​เบื้อง​บน คือ​มา​จาก​พระ​ผู้​สร้าง​แห่ง​บรร​ดา​ดวง​สว่าง ใน​พระ​องค์​ไม่​มี​การ​แปร​ปรวน​หรือ​เงา​ของ​การ​เปลี่ยน​แปลง
 
 


(ยก. 1:18 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​ตั้ง​พระ​ทัย​แล้ว พระ​องค์​ทรง​ให้​เรา​บัง​เกิด​ด้วย​พระ​วจนะ​แห่ง​ความ​จริง เพื่อ​ให้​เรา​เป็น​ผลิต​ผล​แรก​ของ​สิ่ง​ต่างๆ ที่​พระ​องค์​ทรง​สร้าง
 
 


 
 
 
 
 

คำเทศนา สหายแท้คือพระเยซู (2 ทิโมธี 4:17-18)





(2ทธ. 4:17 [THSV])
อย่างไร​ก็​ดี​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​ยืน​อยู่​ใกล้​และ​ประ​ทาน​กำ​ลัง​แก่​ข้าพ​เจ้า เพื่อ​ว่า​ข่าว​ประ​เสริฐ​จะ​ได้​รับ​การ​ประ​กาศ​ออก​ไป​อย่าง​เต็ม​ที่​ผ่าน​ทาง​ข้าพ​เจ้า และ​คน​ต่าง​ชาติ​ทั้ง​หมด​จะ​ได้​ยิน แล้ว​ข้าพ​เจ้า​จะ​ได้​รับ​การ​ช่วย​ให้​รอด​จาก​ปาก​สิงโต
 
 


(2ทธ. 4:18 [THSV])
 
 
 
 
และ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​จะ​โปรด​ช่วย​ข้าพ​เจ้า​ให้​พ้น​จาก​การ​ร้าย​ทุก​อย่าง และ​จะ​ทรง​ช่วย​ข้าพ​เจ้า​ให้​รอด​เข้า​สู่​อา​ณา​จักร​สวรรค์​ของ​พระ​องค์ ขอ​พระ​สิริ​มี​แด่​พระ​องค์​สืบๆ ไป​ชั่ว​นิตย์​นิรันดร์ อาเมน
 
 


 
 
 
 
 

คำเทศนา ขั้นตอนในการประกาศ (ลูกา 10:1-12)





(ลก. 10:1 [THSV])
ภาย​หลัง​เหตุ​การณ์​เหล่า​นั้น พระ​เยซู​ทรง​แต่ง​ตั้ง​อีก​เจ็ด​สิบ​สอง​คน​และ​ทรง​ใช้​พวก​เขา​ออก​ไป​เป็น​คู่ๆ ล่วง​หน้า​ไป​ก่อน​พระ​องค์ เข้า​ไป​ทุก​เมือง​และ​ทุก​ตำ​บล​ที่​พระ​องค์​จะ​เสด็จ​ไป​นั้น
 
 


(ลก. 10:2 [THSV])
 
 
 
 
พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ทั้งหลาย​ว่า “ข้าว​ที่​ต้อง​เกี่ยว​นั้น​มี​มาก แต่​คน​งาน​ยัง​น้อย​อยู่ เพราะ​ฉะนั้น​พวก​ท่าน​จง​อ้อน​วอน​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เป็น​เจ้า​ของ​นา​ให้​ส่ง​คน​งาน​มา​เก็บ​เกี่ยว​พืช​ผล​ของ​พระ​องค์
 
 


(ลก. 10:3 [THSV])
 
 
 
 
ไป​เถอะ เรา​ใช้​พวก​ท่าน​ออก​ไป​เหมือน​อย่าง​ลูก​แกะ​ที่​อยู่​ท่าม​กลาง​ฝูง​หมา​ป่า
 
 


(ลก. 10:4 [THSV])
 
 
 
 
อย่า​เอา​ถุง​เงิน หรือ​ย่าม หรือ​รอง​เท้า​ไป และ​อย่า​ทัก​ทาย​ใคร​ตาม​ทาง
 
 


(ลก. 10:5 [THSV])
 
 
 
 
ถ้า​จะ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ใด​จง​พูด​ก่อน​ว่า ‘ขอ​ให้​บ้าน​นี้​มี​สันติ​สุข’
 
 


(ลก. 10:6 [THSV])
 
 
 
 
ถ้า​มี​คน​รัก​สันติ​อยู่​ที่​นั่น สันติ​สุข​ของ​พวก​ท่าน​จะ​อยู่​กับ​เขา ถ้า​ไม่​มี สันติ​สุข​ของ​ท่าน​จะ​กลับ​คืน​มา​อยู่​กับ​พวก​ท่าน
 
 


(ลก. 10:7 [THSV])
 
 
 
 
จง​อา​ศัย​อยู่​ใน​บ้าน​เดียว​กัน​นั้น​ตลอด กิน​และ​ดื่ม​ของ​ที่​พวก​เขา​จัด​ให้​นั้น เพราะ​ว่า​คน​ที่​ทำ​งาน​สม​ควร​จะ​ได้​รับ​ค่า​จ้าง​ของ​ตน อย่า​ย้าย​จาก​บ้าน​นี้​ไป​บ้าน​โน้น
 
 


(ลก. 10:8 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​พวก​ท่าน​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ไหน​และ​มี​คน​ต้อน​รับ​ท่าน จง​รับ​ประ​ทาน​สิ่ง​ที่​เขา​จัด​ให้
 
 


(ลก. 10:9 [THSV])
 
 
 
 
และ​จง​รัก​ษา​คน​ป่วย​ใน​เมือง​นั้น​ให้​หาย​และ​แจ้ง​กับ​เขา​ว่า ‘แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า​มา​ใกล้​พวก​ท่าน​แล้ว’
 
 


(ลก. 10:10 [THSV])
 
 
 
 
แต่​ถ้า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ไหน​และ​ไม่​มี​ใคร​ต้อน​รับ​ท่าน จง​ออก​ไป​ที่​กลาง​ถนน​ของ​เมือง​นั้น​กล่าว​ว่า
 
 


(ลก. 10:11 [THSV])
 
 
 
 
‘แม้​แต่​ผง​คลี​ดิน​ใน​เมือง​ของ​พวก​ท่าน​ที่​ติด​อยู่​กับ​เท้า​ของ​เรา เรา​ก็​จะ​สะบัด​ออก​เพื่อ​เป็น​การ​ประ​ท้วง​ท่าน แต่​พวก​ท่าน​จง​เข้า​ใจ​ข้อ​ความ​นี้ คือ​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า​มา​ใกล้​แล้ว’
 
 


(ลก. 10:12 [THSV])
 
 
 
 
เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า โทษ​ของ​เมือง​โส​โดม​ใน​วัน​นั้น​จะ​ยัง​เบา​กว่า​โทษ​ของ​เมือง​นั้น
 
 


 
 
 
 
 

ตอนที่ 1 พันธกิจที่ยิ่งใหญ่ เริ่มด้วยใจแห่งความเชื่อ (ปฐมกาล 13:14-17)





(ปฐก. 13:14 [THSV])
เมื่อ​โลท​จาก​อับ​ราม​ไป​แล้ว พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​แก่​อับ​ราม​ว่า “จง​เงย​หน้า​ดู​สถาน​ที่​ตั้ง​แต่​เจ้า​อยู่​นี้​ไป​ทาง​ทิศ​เหนือ ทิศ​ใต้ ทิศ​ตะวัน​ออก และ​ทิศ​ตะวัน​ตก
 
 


(ปฐก. 13:15 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ดิน​แดน​ทั้ง​หมด​ที่​เจ้า​แล​เห็น​นี้ เรา​จะ​ยก​ให้​เจ้า​และ​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ตลอด​นิรันดร์
 
 


(ปฐก. 13:16 [THSV])
 
 
 
 
เรา​จะ​ทำ​ให้​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​มาก​เหมือน​ผง​คลี​ดิน ใคร​นับ​ผง​คลี​ดิน​ได้​ก็​จะ​นับ​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า​ได้
 
 


(ปฐก. 13:17 [THSV])
 
 
 
 
จง​ลุก​ขึ้น​เดิน​ให้​ทั่ว​ดิน​แดน​นี้ ทั้ง​ด้าน​ยาว​และ​ด้าน​กว้าง เพราะ​ว่า​เรา​จะ​ยก​ดิน​แดน​นี้​ให้​เจ้า”
 
 


 
 
 
 
 

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทอ่านประจำวัน 25 มิถุนายน 57 พุธ





วันพุธที่ 25 มิถุนายน 2014สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่สอง    
2 พกษ 22:8-13 และ 23:1-3 )
                      มหาสมณะฮิลคียาห์บอกชาฟาน ราชเลขาว่า “ข้าพเจ้าพบหนังสือธรรมบัญญัติอยู่ในพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า” ฮิลคียาห์มอบหนังสือนั้นแก่ชาฟาน ซึ่งนำมาอ่าน ชาฟาน ราชเลขา จึงไปทูลกษัตริย์ว่า “บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์นำเงินซึ่งอยู่ในพระวิหารส่งมอบแก่ผู้ดูแลงาน ซ่อมแซมพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” ชาฟาน ราชเลขา ทูลเสริมอีกว่า “สมณะฮิลคียาห์ให้หนังสือเล่มหนึ่งแก่ข้าพเจ้า” แล้วชาฟานก็อ่านถวายกษัตริย์
เมื่อ กษัตริย์ทรงได้ยินถ้อยคำจากหนังสือธรรมบัญญัติ


พระองค์ทรงฉีกฉลองพระองค์ด้วยความทุกข์ ทรงสั่งสมณะฮิลคียาห์ อาหิคัมบุตรของชาฟาน อัคโบร์บุตรของมีคายาห์ ชาฟานราชเลขา และอาสายาห์ข้าราชบริพารของกษัตริย์ว่า “จงไปทูลถามองค์พระผู้เป็นเจ้าให้เรา และให้ประชาชนชาวยูดาห์ทั้งหลาย เรื่องถ้อยคำในหนังสือที่พบนี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระพิโรธพวกเราอย่างยิ่ง เพราะบรรพบุรุษของเราไม่เชื่อฟังถ้อยคำในหนังสือนี้ และไม่ปฏิบัติตามที่มีเขียนไว้สำหรับเรา”
กษัตริย์โยสิยาห์ทรงเรียกประชุมบรรดาผู้อาวุโสแห่งอาณาจักรยูดาห์และกรุง เยรูซาเล็ม พระองค์เสด็จขึ้นไปยังพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า พร้อมกับชาวยูดาห์และผู้อาศัยที่กรุงเยรูซาเล็มทุกคน บรรดาสมณะ ประกาศกและประชากรทั้งปวง ทั้งชนชั้นสูงและคนธรรมดา พระองค์ทรงอ่านถ้อยคำทั้งหมดของหนังสือพันธสัญญาที่พบในพระวิหารขององค์พระ ผู้เป็นเจ้าให้ทุกคนได้ยิน กษัตริย์ทรงยืนข้างเสา ทรงกระทำพันธสัญญาเฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้าว่าจะดำเนินตามองค์พระ ผู้เป็นเจ้า จะรักษาบทบัญญัติ กฤษฎีกาและข้อกำหนดของพระองค์สุดจิตใจ สุดวิญญาณ จะปฏิบัติตามถ้อยคำของพันธสัญญาที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้ ประชาชนทุกคนปฏิญาณจะทำตามพันธสัญญา

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว  ( มธ 7:15-20 )
 
   เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า  “จง ระวังประกาศกเทียมซึ่งมาพบท่าน นุ่งห่มเหมือนแกะ แต่ภายในคือสุนัขป่าดุร้าย ท่านจะรู้จักเขาได้จากผลงานของเขา มีใครบ้างเก็บผลองุ่นจากต้นหนาม หรือเก็บผลมะเดื่อเทศจากพงหนาม ในทำนองเดียวกัน ต้นไม้พันธุ์ดีย่อมเกิดผลดี ต้นไม้พันธุ์ไม่ดีย่อมเกิดผลไม่ดี ต้นไม้พันธุ์ดีจะเกิดผลไม่ดีมิได้ และต้นไม้พันธุ์ไม่ดีก็ไม่อาจเกิดผลดีได้ ต้นไม้ทุกต้นที่ไม่เกิดผลดีย่อมถูกโค่นทิ้งในกองไฟ ดังนั้น ท่านจะรู้จักประกาศกเทียมได้จากผลงานของเขา”

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 25062014เฝ้าเดี่ยวกับ ศจ สุรพล ใบบริบาลกุล





(มลค. 2:1 [THSV])
“โอ ปุโร​หิต​เอ๋ย บัด​นี้ คำ​บัญ​ชา​นี้​มี​อยู่​เพื่อ​เจ้า​ทั้ง​หลาย
 
 


(มลค. 2:2 [THSV])
 
 
 
 
พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า ถ้า​เจ้า​ไม่​ฟัง และ​ถ้า​เจ้า​ไม่​จำ​ใส่​ใจ​ที่​จะ​ถวาย​เกียรติ​แก่​นาม​ของ​เรา เรา​จะ​ส่ง​คำ​แช่ง​มา​ให้​เจ้า และ​เรา​จะ​สาป​แช่ง​พระ​พร​ซึ่ง​เคย​มา​ถึง​เจ้า เรา​ได้​สาป​แช่ง​พระ​พร​นั้น​แล้ว​นะ เพราะ​เจ้า​ไม่​จำ​ใส่​ใจ​ไว้
 
 


(มลค. 2:3 [THSV])
 
 
 
 
นี่​แน่ะ เรา​จะ​กำ​ราบ​ลูก​หลาน​ของ​เจ้า และ​จะ​ละเลง​มูล​สัตว์​ใส่​หน้า​พวก​เจ้า คือ​มูล​สัตว์​ของ​เครื่อง​บูชา​ของ​เจ้า และ​เขา​จะ​นำ​เจ้า​ไป​ยัง​กอง​มูล​สัตว์
 
 


(มลค. 2:4 [THSV])
 
 
 
 
พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า เจ้า​จึง​จะ​ทราบ​ว่า เรา​ส่ง​คำ​บัญ​ชา​นี้​มา​ให้​เจ้า เพื่อ​ว่า​พันธ​สัญ​ญา​ของ​เรา​ซึ่ง​ทำ​ไว้​กับ​เลวี​นั้น​ยัง​คง​อยู่
 
 


(มลค. 2:5 [THSV])
 
 
 
 
พันธ​สัญ​ญา​ของ​เรา​ซึ่ง​มี​ไว้​กับ​เขา​นั้น​เป็น​พันธ​สัญ​ญา​ที่​ให้​ชีวิต​และ​สันติ​ภาพ เรา​ได้​ให้​สิ่ง​เหล่า​นี้​แก่​เขา​ เพื่อ​เขา​จะ​ได้​ยำ​เกรง และ​เขา​ได้​ยำ​เกรง​เรา​และ​เกรง​ขาม​นาม​ของ​เรา
 
 


(มลค. 2:6 [THSV])
 
 
 
 
ใน​ปาก​ของ​เขา​มี​คำ​สั่ง​สอน​ที่​เป็น​ความ​จริง จะ​หา​ความ​ผิด​ที่​ริม​ฝี​ปาก​ของ​เขา​ไม่​ได้​เลย เขา​ดำ​เนิน​กับ​เรา​ด้วย​สันติ​และ​ความ​เที่ยง​ตรง และ​เขา​ได้​ช่วย​คน​จำ​นวน​มาก​ให้​หัน​จาก​ความ​บาป​ผิด
 
 


(มลค. 2:7 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​ว่า​ริม​ฝี​ปาก​ของ​ปุโร​หิต​ควร​รักษา​ความ​รู้​เอา​ไว้ และ​คน​ทั้ง​หลาย​ควร​แสวง​หา​คำ​สั่ง​สอน​จาก​ปาก​ของ​เขา เพราะ​ว่า​เขา​เป็น​ทูต​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ
 
 


(มลค. 2:8 [THSV])
 
 
 
 
แต่​พวก​เจ้า​เอง​ได้​หัน​ไป​เสีย​จาก​ทาง​นั้น เจ้า​เป็น​เหตุ​ให้​หลาย​คน​สะดุด​เพราะ​คำ​สั่ง​สอน​ของ​เจ้า พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า เจ้า​ได้​ทำ​ให้​พันธ​สัญ​ญา​ของ​เลวี​เสื่อม​ไป
 
 


(มลค. 2:9 [THSV])
 
 
 
 
ดัง​นั้น​เรา​จึง​ทำ​ให้​เจ้า​เป็น​ที่​ดู​หมิ่น​และ​เหยียด​หยาม​ต่อ​หน้า​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​ปวง เพราะ​เจ้า​ไม่​ได้​เดิน​ตาม​มรร​คา​ของ​เรา แต่​ได้​ลำ​เอียง​ใน​การ​สั่ง​สอน​ของ​เจ้า”
 
 


 
 
 
 
 

คำเทศนา วันอาทิตย์ที่ 22/6/2014





(ยรม. 1:1 [THSV])
ถ้อย​คำ​ของ​เย​เร​มีย์​บุตร​ของ​ฮิล​คี​ยาห์ เย​เร​มีย์​เป็น​หนึ่ง​ใน​หมู่​ปุโร​หิต อยู่​เมือง​อา​นา​โธท​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​เผ่า​เบน​ยา​มิน
 
 


(ยรม. 1:2 [THSV])
 
 
 
 
พระ​วจนะ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​มา​ถึง​เย​เร​มีย์​ใน​รัช​กาล​ของ​โย​สิ​ยาห์โอรส​ของ​อา​โมน กษัตริย์​แห่ง​ยู​ดาห์​ใน​ปี​ที่ 13 แห่ง​การ​ครอง​ราชย์​ของ​พระ​องค์
 
 


(ยรม. 1:3 [THSV])
 
 
 
 
และ​มี​มา​ใน​รัช​กาล​ของ​เย​โฮ​ยา​คิมโอรส​ของ​โย​สิ​ยาห์​กษัตริย์​แห่ง​ยู​ดาห์ จน​ถึง​สิ้น​ปี​ที่ 11 แห่ง​รัช​กาล​เศ​เด​คี​ยาห์โอรส​ของ​โย​สิ​ยาห์​กษัตริย์​แห่ง​ยู​ดาห์ เมื่อ​มี​การ​กวาด​ชาว​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​ไป​เป็น​เชลย​ใน​เดือน​ที่​ห้า
 
 


(ยรม. 1:4 [THSV])
 
 
 
 
พระ​วจนะ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​มา​ถึง​ข้าพ​เจ้า​ว่า
 
 


(ยรม. 1:5 [THSV])
 
 
 
 
“เรา​ได้​รู้​จัก​เจ้า​ก่อน​ที่​เรา​ได้​ก่อ​ร่าง​ตัว​เจ้า​ขึ้น​ใน​ครรภ์ และ​ก่อน​ที่​เจ้า​คลอด​จาก​ครรภ์ เรา​ก็​ได้​กำ​หนด​ตัว​เจ้า​ไว้ เรา​ได้​แต่ง​ตั้ง​เจ้า​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​แก่​บรร​ดา​ประ​ชา​ชาติ”
 
 


(ยรม. 1:6 [THSV])
 
 
 
 
แล้ว​ข้าพ​เจ้า​ก็​กราบ​ทูล​ว่า “ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์​องค์​เจ้า​นาย ดู​เถิด ข้า​พระ​องค์​พูด​ไม่​เป็น​เพราะ​ข้า​พระ​องค์​เป็น​เด็ก”
 
 


(ยรม. 1:7 [THSV])
 
 
 
 
แต่​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​ข้าพ​เจ้า​ว่า “อย่า​พูด​ว่า​เจ้า​เป็น​เด็ก เพราะ​เจ้า​ต้อง​ไป​หา​ทุก​คน​ที่​เรา​ใช้​ให้​เจ้า​ไป และ​ทุก​สิ่ง​ที่​เรา​บัญ​ชา​เจ้า เจ้า​ต้อง​พูด
 
 


(ยรม. 1:8 [THSV])
 
 
 
 
อย่า​กลัว​พวก​เขา​เลย เพราะ​เรา​อยู่​กับ​เจ้า เพื่อ​ช่วย​กู้​เจ้า” พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ
 
 


(ยรม. 1:9 [THSV])
 
 
 
 
แล้ว​พระ​ยาห์​เวห์​เหยียด​พระ​หัตถ์​สัม​ผัส​ปาก​ข้าพ​เจ้า และ​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​ข้าพ​เจ้า​ว่า “นี่​แน่ะ เรา​เอา​ถ้อย​คำ​ของ​เรา​ใส่​ใน​ปาก​ของ​เจ้า
 
 


(ยรม. 1:10 [THSV])
 
 
 
 
ดู​สิ วัน​นี้​เรา​ได้​ตั้ง​เจ้า​ไว้​เหนือ​บรร​ดา​ประ​ชา​ชาติ และ​เหนือ​ราช​อา​ณา​จักร​ทั้ง​หลาย ให้​ถอน​ราก​และ​ให้​รื้อ​ลง ให้​ทำ​ลาย​และ​ให้​ล้ม​ล้าง ให้​สร้าง​และ​ให้​ปลูก”
 
 


(ยรม. 1:11 [THSV])
 
 
 
 
และ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​มา​ถึง​ข้าพ​เจ้า​ว่า “เย​เร​มีย์​เอ๋ย เจ้า​เห็น​อะไร?” ข้าพ​เจ้า​กราบ​ทูล​ว่า “ข้า​พระ​องค์​เห็น​กิ่ง​ของ​ต้น​อัล​มอนด์”
 
 


(ยรม. 1:12 [THSV])
 
 
 
 
แล้ว​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​ข้าพ​เจ้า​ว่า “เจ้า​เห็น​ถูก​ต้อง​แล้ว เพราะ​เรา​เฝ้า​ดู​ถ้อย​คำ​ของ​เรา เพื่อ​จะ​ทำ​ให้​สำ​เร็จ”
 
 


(ยรม. 1:13 [THSV])
 
 
 
 
พระ​วจนะ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​มา​ถึง​ข้าพ​เจ้า​ครั้ง​ที่​สอง​ว่า “เจ้า​เห็น​อะไร?” ข้าพ​เจ้า​กราบ​ทูล​ว่า “ข้า​พระ​องค์​เห็น​หม้อ​ใบ​หนึ่ง​กำลัง​เดือด​อยู่ ปาก​หม้อ​เท​มา​จาก​ทาง​ทิศ​เหนือ”
 
 


(ยรม. 1:14 [THSV])
 
 
 
 
แล้ว​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​ข้าพ​เจ้า​ว่า “เหตุ​ร้าย​จะ​ปะทุ​จาก​ทิศ​เหนือ​มา​เหนือ​ชาว​แผ่น​ดิน​นี้​ทั้ง​สิ้น
 
 


(ยรม. 1:15 [THSV])
 
 
 
 
เพราะ​นี่​แน่ะ เรา​กำลัง​ร้อง​เรียก​ทุก​ตระ​กูล​แห่ง​บรร​ดา​ราช​อา​ณา​จักร​ทิศ​เหนือ” พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ “พวก​เขา​จะ​มา และ​ต่าง​ก็​จะ​วาง​บัล​ลังก์​ของ​ตน​ไว้​ตรง​ทาง​เข้า​ประตู​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม เพื่อ​สู้​กับ​กำ​แพง​ที่​ล้อม​รอบ และ​สู้​กับ​เมือง​ทั้ง​สิ้น​ของ​ยู​ดาห์
 
 


(ยรม. 1:16 [THSV])
 
 
 
 
และ​เรา​จะ​กล่าว​คำ​พิพาก​ษา​ของ​เรา​ต่อ​คน​ใน​เมือง​เหล่า​นั้น เพราะ​ความ​ชั่ว​ร้าย​ของ​พวก​เขา​ที่​ได้​ทอด​ทิ้ง​เรา และ​ได้​เผา​เครื่อง​หอม​บูชา​พระ​อื่นๆ และ​นมัส​การ​สิ่ง​ที่​มือ​ของ​ตน​ได้​ทำ​ไว้
 
 


(ยรม. 1:17 [THSV])
 
 
 
 
ส่วน​เจ้า​จง​คาด​เอว​ของ​เจ้า แล้ว​ลุก​ขึ้น​ไป​บอก​พวก​เขา​ถึง​ทุก​สิ่ง​ที่​เรา​บัญ​ชา​เจ้า​ไว้​นั้น อย่า​ตก​ใจ​กลัว​พวก​เขา มิ​ฉะนั้น​เรา​จะ​ทำ​ให้​เจ้า​ตก​ใจ​กลัว​ต่อ​หน้า​พวก​เขา
 
 


(ยรม. 1:18 [THSV])
 
 
 
 
ส่วน​เรา นี่​แน่ะ วัน​นี้​เรา​ทำ​ให้​เจ้า​เป็น​เมือง​มี​ป้อม​เป็น​เสา​เหล็ก และ​เป็น​กำ​แพง​ทอง​สัม​ฤทธิ์ เพื่อ​จะ​สู้​กับ​แผ่น​ดิน​ทั้ง​หมด สู้​กับ​บรร​ดา​กษัตริย์​แห่ง​ยู​ดาห์ สู้​กับ​เจ้า​นาย สู้​กับ​ปุโร​หิต และ​สู้​กับ​ราษ​ฎร​ใน​แผ่น​ดิน
 
 


(ยรม. 1:19 [THSV])
 
 
 
 
พวก​เขา​จะ​ต่อ​สู้​กับ​เจ้า แต่​จะ​ไม่​ชนะ​เจ้า เพราะ​เรา​อยู่​กับ​เจ้า เพื่อ​จะ​ช่วย​กู้​เจ้า​ไว้” พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ
 
 


 
 
 
 
 

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Living Life ชีวิตเปี่ยมล้น 24062014เฝ้าเดี่ยวกับ ศจ.สุรพล ใบบริบาลกุล





(มลค. 1:6 [THSV])
“บุตร​ก็​ย่อม​ให้​เกียรติ​แก่​บิดา คน​ใช้​ก็​ย่อม​ให้​เกียรติ​นาย แล้ว​ถ้า​เรา​เป็น​บิดา เกียรติ​ของ​เรา​อยู่​ที่​ไหน? และ​ถ้า​เรา​เป็น​นาย ความ​ยำ​เกรง​เรา​อยู่​ที่​ไหน? นี่​แหละ​พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​กับ​ท่าน​นะ โอ บรร​ดา​ปุโร​หิต​ผู้​ดู​หมิ่น​นาม​ของ​เรา ท่าน​ก็​ว่า ‘ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​ดู​หมิ่น​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​อย่าง​ไร?’
 
 


(มลค. 1:7 [THSV])
 
 
 
 
ก็​โดย​การ​นำ​อา​หาร​มล​ทิน​มา​ถวาย​บน​แท่น​ของ​เรา​อย่าง​ไร​ล่ะ แล้ว​เจ้า​ว่า ‘ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​ทำ​ให้​มัน​เป็น​มล​ทิน​อย่าง​ไร?’ ก็​โดย​คิด​ว่า​โต๊ะ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​นั้น​เป็น​ที่​ดู​หมิ่น​อย่าง​ไร​ล่ะ
 
 


(มลค. 1:8 [THSV])
 
 
 
 
เมื่อ​เจ้า​นำ​สัตว์​ตา​บอด​มา​เป็น​สัตว​บูชา การ​ทำ​อย่าง​นั้น​ไม่​ผิด​หรือ? และ​เมื่อ​เจ้า​ถวาย​สัตว์​ที่​พิการ​หรือ​ป่วย การ​ทำ​อย่าง​นั้น​ไม่​ผิด​หรือ? พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า ถ้า​พวก​เจ้า​นำ​ของ​อย่าง​นั้น​ไป​กำ​นัล​ผู้​ว่า​ราช​การ​ของ​พวก​เจ้า​ดู เขา​จะ​พอใจ​เจ้า​หรือ? จะ​แสดง​ความ​ชอบ​พอ​ต่อ​เจ้า​ไหม?
 
 


(มลค. 1:9 [THSV])
 
 
 
 
ลอง​อ้อน​วอน​ขอ​ความ​ชอบ​ต่อ​พระ​เจ้า เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ทรง​พระ​กรุ​ณา​ต่อ​พวก​เรา​ดู​ซี ด้วย​ของ​ถวาย​ดัง​กล่าว​มา​นี้​จาก​มือ​ของ​เจ้า พระ​องค์​จะ​ทรง​ชอบ​พอ​เจ้า​สัก​คน​หนึ่ง​หรือ? พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ
 
 


(มลค. 1:10 [THSV])
 
 
 
 
โอ อยาก​ให้​สัก​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​เจ้า​ปิด​ประ​ตู​ของ​พระ​วิหาร ​เสีย เพื่อ​ว่า​เจ้า​จะ​ไม่​ก่อ​ไฟ​บน​แท่น​บูชา​ของ​เรา​เสีย​เปล่า พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า เรา​ไม่​พอใจ​เจ้า และ​เรา​จะ​ไม่​รับ​เครื่อง​บูชา​จาก​มือ​ของ​เจ้า
 
 


(มลค. 1:11 [THSV])
 
 
 
 
พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า ตั้ง​แต่​ที่​ดวง​อา​ทิตย์​ขึ้น​ถึง​ที่​ดวง​อา​ทิตย์​ตก นาม​ของ​เรา​ก็​ใหญ่​ยิ่ง​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​หลาย และ​เขา​ถวาย​เครื่อง​หอม​และ​ของ​ถวาย​ที่​บริ​สุทธิ์​แด่​นาม​ของ​เรา​ทุก​ที่​ทุก​แห่ง เพราะ​ว่า​นาม​ของ​เรา​นั้น​ใหญ่​ยิ่ง​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​ชาติ
 
 


(มลค. 1:12 [THSV])
 
 
 
 
แต่​เมื่อ​เจ้า​กล่าว​ว่า ‘โต๊ะ​ของ​องค์​เจ้า​นาย​เป็น​มล​ทิน’ และ​ดู​หมิ่น​อา​หาร​ที่​ถวาย​นั้น เจ้า​ก็​ทำ​ให้​นาม​นั้น​เป็น​มล​ทิน​ไป​แล้ว
 
 


(มลค. 1:13 [THSV])
 
 
 
 
พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า เจ้า​กล่าว​ว่า ‘นี่​เป็น​ภาระ​หนัก’ แล้ว​เจ้า​ก็​ทำ​ฮึด​ฮัด​กับ​เรา เจ้า​นำ​เอา​สิ่ง​ที่​ได้​แย่ง​ชิง​มา หรือ​สิ่ง​ที่​พิการ​หรือ​ป่วย ของ​เหล่า​นี้​แหละ​เจ้า​นำ​มา​เป็น​ของ​บูชา พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ว่า เรา​จะ​รับ​ของ​นั้น​จาก​มือ​ของ​เจ้า​หรือ?
 
 


(มลค. 1:14 [THSV])
 
 
 
 
พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ว่า คน​ใด​ที่​มี​สัตว์​ตัว​ผู้​อยู่​ใน​ฝูง และ​ได้​บน​ไว้ และ​ยัง​เอา​สัตว์​ที่​มี​ตำหนิ​ไป​ถวาย​แด่​องค์​เจ้า​นาย คำ​สาป​แช่ง​จง​ตก​อยู่​กับ​คน​โกง​นั้น​เถิด เพราะ​เรา​เป็น​พระ​มหา​กษัตริย์​องค์​ยิ่ง​ใหญ่ และ​นาม​ของ​เรา​เป็น​ที่​กลัว​เกรง​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​ชาติ​ทั้ง​หลาย
 
 


 
 
 
 
 

บทอ่านประจำวัน 24 มิถุนายน 57 อังคาร สมโภช นบ ยอห์น แบปติสต์ บังเกิด







วันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2014สมโภชนักบุญยอห์น บัปติสต์บังเกิด
บทอ่านจากหนังสือประกาศกอิสยาห์    
(
อสย 49:1-6 )             
           ดินแดนชายทะเลและเกาะทั้งหลายเอ๋ย จงฟังข้าพเจ้าเถิด ประชาชนที่อยู่สุดแดนไกล จงตั้งใจฟังเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเรียกข้าพเจ้าก่อนที่ข้าพเจ้าเกิด ทรงขานชื่อข้าพเจ้าตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา 
พระองค์ ทรงทำให้ปากข้าพเจ้าเป็นเสมือนดาบคม ทรงซ่อนข้าพเจ้าไว้ในร่มเงาพระหัตถ์ของพระองค์ ทรงทำให้ข้าพเจ้าเป็นเสมือนลูกศรแหลมคม และทรงซ่อนข้าพเจ้าไว้ในแล่งเก็บลูกศรของพระองค์
พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “อิสราเอลเอ๋ย ท่านเป็นผู้รับใช้ของเรา เราจะแสดงสิริรุ่งโรจน์ของเราโดยทางท่าน”


แต่ข้าพเจ้ากลับคิดว่า “ข้าพเจ้าได้ทำงานเหนื่อยเปล่า ข้าพเจ้าเสียแรงไปเปล่าๆ ไร้ประโยชน์” ถึงกระนั้น รางวัลของข้าพเจ้าอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างแน่นอน และค่าตอบแทนของข้าพเจ้าก็อยู่กับพระเจ้าของข้าพเจ้า
องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสร้างข้าพเจ้ามาในครรภ์มารดาให้เป็นผู้รับใช้พระองค์ เพื่อนำยาโคบกลับมาหาพระองค์ และรวบรวมอิสราเอลมาอยู่กับพระองค์ บัดนี้ พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้า และข้าพเจ้าได้รับเกียรติเฉพาะพระพักตร์พระองค์ พระเจ้าของข้าพเจ้าทรงเป็นพละกำลังของข้าพเจ้า พระองค์ตรัสว่า “เป็นการน้อยไปที่ท่านจะเป็นผู้รับใช้ของเรา เพื่อสถาปนาเผ่าพันธุ์ของยาโคบขึ้นใหม่ และรวบรวมอิสราเอลที่เหลืออยู่อีกครั้งหนึ่ง เราจะให้ท่านเป็นแสงสว่างส่องนานาชาติ เพื่อความรอดพ้นที่เรานำมาให้จะได้แผ่ไปจนสุดปลายแผ่นดิน”



บทอ่านจากหนังสือกิจการอัครสาวก  ( กจ 13:22-26 )
 
   เมื่อทรงปลดกษัตริย์ซาอูลจากตำแหน่งแล้ว ก็ทรงแต่งตั้งดาวิดให้เป็นกษัตริย์ปกครองประชากรอิสราเอล ดังที่มีคำยืนยันในพระคัมภีร์ว่า “เราพบดาวิดบุตรของเจสซี เขาเป็นคนที่เราพอใจ เขาจะทำตามความประสงค์ของเราทุกประการ” จากเชื้อสายของกษัตริย์ดาวิดนี้ พระเจ้าประทานพระเยซูเจ้าเป็นผู้ช่วยอิสราเอลให้รอดพ้นตามพระสัญญา ยอห์นเตรียมรับเสด็จพระองค์ ประกาศพิธีล้างให้ประชาชนอิสราเอลทั้งปวง กลับใจ ขณะที่ยอห์นกำลังทำภารกิจของตนให้สำเร็จไป เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้ามิได้เป็นอย่างที่ท่านทั้งหลายคิด แต่บัดนี้ มีผู้หนึ่งกำลังมาภายหลังข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าไม่สมควรแม้แต่จะแก้สายรัดรองเท้าของเขา”
พี่น้องทั้งหลาย ผู้เป็นบุตรจากเชื้อสายของอับราฮัมและท่านที่เคารพยำเกรงพระเจ้า พระเจ้าทรงส่งข่าวเรื่องความรอดพ้นนี้แก่เรา

 
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา ( ลก 1:57-66,80 )
 
   เมื่อครบกำหนดคลอด นางเอลีซาเบธให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง เพื่อนบ้านและบรรดาญาติรู้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแสดงพระกรุณายิ่งใหญ่ต่อ นาง จึงมาร่วมยินดีกับนาง
เมื่อ เด็กเกิดได้แปดวัน เพื่อนบ้านและญาติพี่น้องมาทำพิธีสุหนัตให้ เขาต้องการเรียก เด็กว่าเศคาริยาห์ตามชื่อบิดา แต่มารดาของเด็กค้านว่า “ไม่ได้ เขาจะต้องชื่อยอห์น” คนเหล่านั้นจึงพูดกับนางว่า “ท่านไม่มีญาติคนใดมีชื่อนี้” เขาเหล่านั้นจึงส่งสัญญาณถามบิดาของเด็กว่าต้องการให้บุตรชื่ออะไร เศคาริยาห์ขอกระดานแผ่นหนึ่งแล้วเขียนว่า “เขาชื่อยอห์น” ทุกคนต่างประหลาดใจ ทันใดนั้น เศคาริยาห์ก็กลับพูดได้อีก เขาจึงกล่าวถวายพระพรพระเจ้า เพื่อนบ้านทุกคนต่างรู้สึกกลัว และเรื่องทั้งหมดนี้ได้เล่าลือกันไปทั่วแถบภูเขาของแคว้นยูเดีย ทุกคนที่ได้ยินเรื่องนี้ต่างก็แปลกใจและถามกันว่า “แล้วเด็กคนนี้จะเป็นอะไร” เพราะพระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่กับเขา